เทศน์พระ

ในน้ำ

๑๔ ก.ค. ๒๕๖๙

ในน้ำ

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเพื่อหัวใจดวงนี้ไง ถ้าหัวใจมันแสวงหาเป็นสัจจะเป็นความจริง เป็นธรรมนะ มีความสงบสุข แต่ถ้ามันเป็นโลก ร้อนเป็นไฟ หาธรรมะนี่แหละ แต่ได้แต่เปลือก ได้แต่เชื้อเพลิง ได้แต่ขยะ ได้แต่ไฟแผดเผาหัวใจ ร้อนเป็นไฟ

แต่ถ้าเป็นธรรมนะ สงบสุขมาก อยู่ที่ไหนก็สงบสุข แล้วสงบสุขแล้วพยายามฝึกหัดปฏิบัติเป็นบุคคล ๔ คู่ คู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ เอาชีวิตแลกมาทั้งนั้น

เพราะเวลากิเลส กิเลสมันไม่ให้ใครพ้นจากน้ำมือไปทั้งนั้น กิเลส แก่นของกิเลส ความเหนียวแน่น สิ่งที่เป็นแก่นสาร กิเลสตัณหาความทะยานอยากเท่านั้น เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีใครหลุดรอดพ้นจากมือมันไปได้ เว้นไว้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า ตรัสรู้เองโดยชอบ

ฝึกหัดปฏิบัติของเรา เห็นไหม มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เดี๋ยวก็ลุ่มๆ ดอนๆ ไปเห็นสิ่งใดกระทบกับตา หู จมูก ลิ้น กาย ไปแล้ว ตัวเองไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์อะไรเลย

ถ้าตัวเองมีหลักมีเกณฑ์ สิ่งใดมากระทบนะ กระทบแล้วก็จบ กระทบแล้วก็หายไป กระทบไง คลื่นกระทบฝั่ง คลื่นมันจะสูงส่งขนาดไหน มันกระทบฝั่งแล้วมันก็หายไป แต่คลื่นลูกใหม่มันมาตลอดเวลา เห็นไหม

นี่ไง เวลาฤดูกาล เวลามรสุมมันเข้า เวลาเขาห้าม งดออกจากฝั่ง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง เพราะไปเผชิญกับคลื่นลมแล้วมันสู้ไม่ได้ แต่ถ้าเรือใหญ่ เขายังพอทนได้ทนไหว

หัวใจเราก็เหมือนกัน ถ้าเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้มันเข้มแข็งขึ้นมา สิ่งที่เป็นนามธรรมๆ ไง สิ่งที่เป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้

เวลาครูบาอาจารย์ที่ฝึกหัดปฏิบัติตามความเป็นจริงเขาจับต้องได้ รื้อค้นคว้าหาหัวใจของตน แล้วขุดคุ้ยค้นคว้ามันเห็นกิเลส กิเลสอยู่ที่ฐีติจิตไง ในหัวใจของสัตว์โลก

แล้วเวลาจิตมันเสวยอารมณ์ๆ นั่นน่ะจิตที่มันเป็นสัญญาเรื่องโลกๆ ทั้งนั้นน่ะ มันยังไม่เข้าไปถึงฐีติจิตเลย

จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้เป็นผู้ข้ามพ้นกิเลส

จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้มันเศร้าหมองไปด้วยกิเลสตัณหาความทะยานอยากไง

จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้นี้เศร้าหมองโดยกิเลสตัณหาความทะยานอยาก จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้เป็นผู้ข้ามพ้น ไม่ใช่ผ่องใสแล้วไปติดมัน นั่นน่ะอวิชชาทั้งนั้นน่ะ

ฐีติจิต แล้วจิตเดิมแท้ๆ ธรรมะมีอยู่ดั้งเดิมๆ

เฮ้ย! มึงละเมอเพ้อพกเกินไปว่ะ คนที่เขาปฏิบัติเป็น เขาปฏิบัติได้ เขารู้ของเขา อย่าละเมอเพ้อพก หลอกตัวเองแล้วก็จะหลอกคนอื่นไง หลอกตัวเอง ตัวเองก็หมดอำนาจวาสนา อยู่ใต้อำนาจของกิเลสให้มันเหยียบย่ำทำลาย ทำลายโดยกิเลสมันแปลงร่างไง เป็นผู้ทรงศีล เป็นผู้มีธรรม

ทำมาหากินไง ไม่ใช่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรม หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงตาพระมหาบัวท่านกราบพระไง ท่านกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัยของสัตว์โลก เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ทุกคนปุถุชนคนหนา

เวลาคนหนามันเดือดร้อน กิเลสมันแผดเผาหัวใจทั้งนั้น แค่ถ้ามันทำความสงบของใจไม่ได้ มันก็ทุกข์มันก็ยากของมันอยู่อย่างนั้นน่ะ แต่ถ้าวันไหนมันสงบใจของมันได้ไง ถ้าเป็นส้มหล่น ธรรมเกิดๆ มันฟลุก มันเป็นด้วยอำนาจวาสนา มันไม่ได้ทำด้วยสัจจะด้วยความจริง มันก็มีความร่มเย็นเป็นสุขขณะหนึ่ง แล้วก็ละเมอเพ้อพกเพ้อเจ้อไปอย่างนั้นน่ะ

แต่ครูบาอาจารย์ของเรา เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นจริง เป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา ทำความสงบของใจเข้ามาให้ได้ ปุถุชน กัลยาณชน ยกขึ้นสู่วิปัสสนา บุคคลคู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ เวลาเผชิญหน้ากับกิเลส กองทัพกิเลส กองทัพธรรม

กองทัพธรรม กองทัพธรรมคือศีล สมาธิ ปัญญา มรรคผลในหัวใจของตน

กองทัพกิเลส กองทัพกิเลสมันเป็นข้อมูลเดิม เป็นสัจจะเป็นความจริงในหัวใจของสัตว์โลกอยู่แล้ว เทวดา อินทร์ พรหมก็มีกิเลส มีมาร ไม่อย่างนั้นไม่มืดบอดอย่างนั้นหรอก

เวลาเทวดา อินทร์ พรหม ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรมนะ มาฟังเทศน์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำไมเทวดา อินทร์ พรหมไม่ตรัสรู้เองล่ะ ทำไมต้องมาฟังเทศน์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง

เพราะเขาไม่รู้จักอริยสัจ วิธีการดับทุกข์ในมรรค ๘ เขาไม่รู้จักหรอก เขารู้จักแต่ทิพย์สมบัติ มันมาเอง มันสมบูรณ์แบบของมันเอง แล้วก็หลงใหลไปอย่างนั้นน่ะ นี่ไง ถึงว่ามีกิเลสไง

กิเลส เพราะมันหลงไง เวลาไม่พอใจก็โกรธไง เวลามันอยากดังอยากใหญ่ มันก็มีความโลภไง นี่ลูกสาวของมารนะ อวิชชา ตัวมันยังไม่รู้ ยังไม่เห็น ยังไม่รู้จักมันอีก ฉะนั้น เวลาเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา เวลามันฟุ้งมันซ่านขึ้นมา มันทำลายตัวมันเอง

แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง คู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ เพราะอะไร คู่ที่ ๑ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส สังโยชน์ ๓ สังโยชน์ ๓ ขาดจากจิต กามราคะ ปฏิฆะอ่อนลง คู่ที่ ๒ กามราคะ ปฏิฆะขาดไป คู่ที่ ๓ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจ อวิชชา คู่ที่ ๔

เขามีเหตุมีผล จะเป็นคู่ที่ ๑ ได้อย่างไร มีอะไรมาและมีอะไรไป มีอะไรอยู่และมีอะไรขาด มีอะไรอยู่และมีอะไรตายไป ตายไปจากใจดวงนั้นถึงเป็นอกุปปธรรม เป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา เห็นไหม

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทวดา อินทร์ พรหมไม่รู้หรอก เทวดา อินทร์ พรหมเขาอยู่ด้วยบุญของเขา ทิพย์สมบัติ บุญบาปเท่านั้นน่ะ แล้วเวลาหมดบุญคือตายเหมือนกัน หมดอายุขัยก็มาเกิดเป็นมนุษย์ ลงนรกอเวจีไปนู่นน่ะ เพราะว่าเขาใช้บุญของเขาไปแล้วไง ทีนี้เหลือแต่ต้นทุนนั่นน่ะ แล้วต้นทุนมีเท่าไร

แล้วนี่ก็เหมือนกัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย ชาติที่แล้วเราเป็นอะไร เราเป็นมนุษย์ เป็นคนที่ดีงาม เป็นคนที่ได้สร้างบุญกุศลของตนมา เราถึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์ซ้ำอีกทีหนึ่งไง เราเกิดเป็นมนุษย์ซ้ำขึ้นมาแล้ว มนุษย์มีสัจจะมีความจริงขึ้นมาในหัวใจของตนหรือไม่

ถ้ามีสัจจะมีความจริงขึ้นมาในหัวใจของตนไง ในน้ำมีปลา ในน้ำมันมีปลา โดยข้อเท็จจริงคนเขารู้ แต่ถ้าเวลามันไปในแหล่งน้ำเสียน้ำเน่าไม่มีหรอก ปลาตายหมด แล้วไปแหล่งน้ำที่อัตคัดขาดแคลนก็ไม่มีของมันเหมือนกัน

ในน้ำมีปลา ในมนุษย์มีหัวใจ ในคนมีจิต พระปฏิบัติขึ้นมา จิตตภาวนา

โดยร่างกายมนุษย์ เราก็ทำหน้าที่การงานของเราโดยความเป็นมนุษย์ของเรานี่ไง เวลาบวชพระๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา

เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาในประเทศไทย เราก็เป็นปุถุชน ถ้าเราศรัทธาในพระพุทธศาสนา ถือศีล ๘ เป็นอุบาสก อุบาสิกา เวลามีศรัทธาในพระพุทธศาสนามาบวชเป็นพระ เป็นภิกษุ ภิกษุณี เป็นนักรบๆ ไง

แล้วรบกับใครวะ หันรีหันขวางอยู่นี่ หันหน้าไปทางไหนก็ไม่รู้ไม่เห็นอะไร แล้วทำงานอะไรวะ

ในน้ำมีปลา ในร่างกายมีจิต ถ้ามีสติมีปัญญาขึ้นมา เราค้นคว้าหาหัวใจของตน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ๆ เวลารื้อสัตว์ขนสัตว์ เวลาลูกศิษย์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์สิ้นกิเลสตายไป มารมันคุ้ย มันขุด มันคุ้ย มันค้น มันคว้า

มาร ไม่เจอหรอก นี่ไง เขาชำระล้างกิเลส ซาตานในหัวใจของเขาไม่มีแล้ว ไม่มีเชื้อไขที่พญามารจะเข้าไปค้นไปคว้าไปเจอมันหรอก

แต่ไอ้ของเรานี่ โอ้โฮ! มารเต็มหัวใจเลย กิเลสไม่ต้องค้นคว้า มารไม่ต้องค้นคว้า มันส่งรหัสเลย หลอกมันอย่างนั้น หลอก หลอกมัน หลอกมันนะ หลอกให้มันอยู่ใต้อำนาจนั่นน่ะ นี่ไม่ต้องหา มันเป็นพวกเดียวกัน

แต่ของเรา เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ภิกษุณี แล้วเรามีอำนาจวาสนาไง เราจะฝึกหัดปฏิบัติของเรา ปฏิบัติของเรานะ

ในน้ำมีปลา

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง คนเรามีกายกับใจๆ มันมีหัวใจไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ก็รื้อหัวใจของสัตว์โลกไง เวลาอบรมบ่มเพาะขึ้นมา เวลาสิ้นกิเลสไปแต่ละองค์ๆ ท่านสาธุๆ ไง

ปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ๆ  รื้อสัตว์มนุษย์ให้พ้นจากอำนาจของพญามาร ให้พ้นจากสิ่งที่ว่าอารมณ์ที่จรมา เป็นแค่ปลายอ้อปลายแขมยังทำให้เราขัดอกขัดใจขนาดนั้นไง แล้วไอ้สิ่งที่มันฝังอยู่ในหัวใจมันมากมายมหาศาลขนาดไหน

ในน้ำมีปลา ในร่างกายนี้มีหัวใจ ในร่างกายมีหัวใจไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ก็รื้อหัวใจของสัตว์โลกไง ให้ประพฤติปฏิบัติขึ้นมาด้วยหัวใจของตนไง

เกิดมามีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน เป็นมนุษย์เท่ากันไง เป็นมนุษย์เหมือนกัน อาการ ๓๒ เหมือนกัน แต่บวชเป็นพระไง ปัตตัง อามะ ภันเต นี่ไง เขาถาม บริขาร ๘ ยกเข้าหมู่มาบวชเป็นพระ

เกิดมาเป็นมนุษย์ไง บวชมาเป็นภิกษุไง เลี้ยงชีพด้วยปลีแข้งของตัวเองไง แสวงหาครูบาอาจารย์ที่ดีงามไง ให้ปกครองคุ้มครองดูแลในการฝึกหัดปฏิบัติของตนขึ้นมาไง ให้ปฏิบัติขึ้นมาเป็นจิตตภาวนาไง การปฏิบัติ งานภายใน งานหัวใจ งานการรื้อภพรื้อชาติ งานการถอนลูกศรออกจากหัวใจของตนไง

แล้วใจอยู่ไหนวะ

ในน้ำมีปลา ปลามันอยู่ที่แผงปลาไง เวลาแผงไปอยู่ที่ตลาดไง นั่นก็ปลาทั้งนั้นน่ะ ปลานั้นชาวประมงเขาหามา ไม่ใช่ของเอ็ง เอ็งต้องเอาเงินมาแลกเอา

แต่การฝึกหัดปฏิบัติ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก

ในน้ำมีปลา ในร่างกายนี้มีหัวใจ หัวใจจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ จิตนี้สำคัญที่สุด คนโง่ ฉลาด ออกมาจากหัวใจทั้งนั้นน่ะ แล้วถ้ามันเสวยภพเสวยชาติไง ที่บุญกุศล ฉลาดปราดเปรื่อง แต่ฉลาดปราดเปรื่องมีสติเท่าทันอารมณ์ความรู้สึกของตนหรือไม่ ฉลาดปราดเปรื่องฉลาดเพื่อใคร ฉลาดเพื่อตัวเอง ฉลาดเพื่อสังคม ฉลาดในภพชาตินี้ หรืออดีตชาติ อนาคตที่จะเป็นไป

อดีตอนาคตแก้กิเลสไม่ได้ อดีตอนาคตแก้กิเลสไม่ได้ แต่อดีตอนาคต อดีตส่งเสริมมาให้เรามีสติมีปัญญามากน้อยขนาดไหน อดีตที่ได้ซับซ้อนมา เวลาทบทวนๆ ก็ทบทวนไปในอดีตของตนนั่นไง สิ่งที่กรรมเก่าไง กรรมเก่าที่มันสร้างสมคุณงามความดีมา กรรมปัจจุบันนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนที่กรรมปัจจุบันนี้ไง

แต่ในน้ำมีปลา หาปลาไม่เจอ แหวกว่ายอยู่ในทะเลนั่นน่ะ แหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำนั่นน่ะ ให้คลื่นมันซัดไป ให้มันตายจากโลกนี้ไปไง เวลาค้นหาหัวใจ ค้นหาหัวใจของตัวเองไม่เจอไง เวลามันทุกข์มันยาก มันทุกข์มันยากที่หัวใจ มันทุกข์ที่อารมณ์ความรู้สึก ทุกข์ยากที่ความคิดไง

เวลามันหิวมันกระหายนะ กินแล้วมันก็อิ่ม อิ่มเดี๋ยวมันก็หิวอีกไง โรคหิวเป็นโรคประจำตัว เป็นโรคประจำของสิ่งมีชีวิตไง มันต้องหิว มันต้องกระหาย มันต้องหาอยู่หากินไง แล้วถ้าคนไม่มีอำนาจวาสนาก็มองได้แค่นั้นไง

แต่เวลาพระเราอดนอน ผ่อนอาหาร หิว หิว หิว หิว พิจารณาไปแล้ว อะไรมันหิว กระเพาะหิว ลำไส้หิว ลิ้นหว หรือตัวเองหิว ไล่เข้าไปแล้วจบ วางหมดเลย หิวไม่มี ว่างหมด โล่งโถงหมดเลย หิวไปไหนล่ะ นี่ไง จิตตภาวนาไง

ถ้าจิตไม่อิ่มเต็มของมันในหัวใจของตน ร่างกายก็แค่ระงับภายนอกนี่ไง ถ้ามันมีสัจจะมีความจริงในหัวใจของตนไง นี่ไง ในน้ำมีปลา

ร่างกายของเรามีจิตแต่หาไม่เจอ

มันยืนยันอยู่แล้วว่าในน้ำมีปลา นี่ก็ยืนยันเหมือนกันว่า คนเราเกิดมา จิตเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ไง อารมณ์ความรู้สึกนี่เปลือกนอก ธาตุ ๔ และขันธ์ ๕

เวลาเปลือกนอก อารมณ์ความรู้สึก ถ้ามันมีสติปัญญา คนฉลาด ปัญญาอบรมสมาธิ ก็อารมณ์ จับอารมณ์นั้น แล้วพิจารณาตามอารมณ์นั้นไปไง ถึงที่สุดแล้วมันหยุด หยุดคิด หยุดคิดมันก็เป็นอารมณ์อยู่อย่างนั้นน่ะ แล้วมันเป็นปัญญาอบรมสมาธิไง

แล้วเป็นอารมณ์อย่างนั้นแล้วทำซ้ำทำซ้อนขึ้นมาไง เวลาจิตเห็นอาการของจิต จิตเห็นอารมณ์ จิตเห็นความคิด จิตเห็นต่างๆ ความคิดไม่ใช่จิต จิตไม่ใช่ความคิด อารมณ์ไม่ใช่จิต จิตไม่ใช่อารมณ์ แสงสว่างไม่ใช่จิต จิตไม่ใช่แสงสว่าง จิตก็เป็นจิตของมันอยู่นั่นไง

แต่จิตของคนนี้มันมหัศจรรย์ ทำบุญมากทำบุญน้อยมาแตกต่างกันไป ความรู้ความเห็นแตกต่างกันไป องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงวางกรรมฐาน ๔๐ ห้องไง พุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ เทวตานุสติ มรณานุสติ กสิณ เพ่งกสิณ กสิณลม กสิณน้ำ กสิณไฟ

เวลาทำความสงบของใจ ฝึกหัดของแต่ละบุคคลเข้ามา ถ้าจิตมันไม่สงบ มันเป็นอารมณ์โลกๆ อารมณ์โลก

สุตมยปัญญา จินตมยปัญญา ภาวนามยปัญญา

จากสุตมยปัญญา ศึกษาเล่าเรียนมาเพื่อฝึกหัดปฏิบัติ ศึกษามานี่ทรงจำธรรมวินัย ศึกษามานี่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศึกษามาด้วยสัญชาตญาณ เป็นเรื่องโลกๆ ทั้งนั้นน่ะ เวลาฝึกหัดปฏิบัติไปจินตนาการ จินตนาการไปร้อยแปดเลย จินตมยปัญญา ปัญญาคนจินตนาการได้มากมายมหาศาล นักวิทยาศาสตร์ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ไง มีความรู้แต่จินตนาการไม่เป็น มีความรู้ใช้สอยไม่เป็น มีความรู้ต่อยอดไม่ได้ไง

แต่เวลาภาวนามยปัญญา มันเป็นปัญญาของจิต เป็นจักขุญาณ เป็นจิตรู้จิตเห็น

ไอ้นี่เรายังไม่เห็นจิตของเราเองเลย ยังเปิดตาจิตไม่เป็นเลย ยังหาจิตตัวไม่เจอ แล้วจะไปเปิดตามันได้อย่างไร เวลาภาวนามยปัญญามันเปิดหูเปิดตาขึ้นมา โอ้โฮ! โอ้โฮ! นะ สลดสังเวช มันทั้งสลด มันทั้งสังเวช มันทั้งมีความมหัศจรรย์ มหัศจรรย์ในความเป็นมนุษย์ เป็นบุคคล

แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติไป เวลาเป็นบุคคลคู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ จากบุคคลเป็นอริยบุคคล อริยบุคคลก็มีหลายชั้นหลายตอน เป็นอริยบุคคลชั้นต่ำ ชั้นกลาง ชั้นสูง หรือว่าเป็นผู้ที่สิ้นกิเลส มันเป็นอย่างไร

วงกรรมฐานเขาคุยกันอย่างนี้ เขารู้ว่าจิตของคนสูงต่ำมากน้อยแค่ไหน ถ้ามันสูงมันต่ำขึ้นมา สิ่งที่เป็นของหยาบๆ จะเข้าไปสู่จิตดวงนั้นไม่ได้ จิตที่มันต่ำต้อยต่ำทรามขึ้นมา ไม่ต้องเข้าไปหามัน มันไปกว้านมาเอง ไปกว้านมา ไปหลอกมา ตั้งแต่อดีตชาติ ตั้งแต่จริตนิสัย ไปกว้านเอามาเผาตัวเองไง

มาเผาตัวเอง เผาตัวเองที่ตรงไหนล่ะ

คนนี้ชอบ แต่คนอีกคนมันไม่ชอบ เห็นไหม ถ้าชอบเหมือนกันมันก็แย่งชิงกันไง อีกคนหนึ่งชอบอย่างนี้ อีกคนหนึ่งชอบอย่างหนึ่ง เออ! เราไปด้วยกันได้ เวลาได้สิ่งนี้มา เอ็งเอาไปนะ อันนี้ของเราเอาไว้นะ เราแบ่งปันกันนะ นี่ความชอบมันแตกต่างกัน

พอความชอบมันแตกต่างกัน อารมณ์ความรู้สึกมันก็แตกต่างกัน ความยึดมั่นถือมั่นในหัวใจมันก็แตกต่างกัน มันแตกต่างกันไปทั้งนั้นน่ะ มันแตกต่างกันไป นี่กรรมเก่า นี่กรรม อดีต เพราะอดีตอันนั้นน่ะมันสร้างให้มาเป็นเรานี่ไง

เวลาเป็นเราๆ จริตนิสัย ถ้ามันไม่ตรงจริตไม่ตรงนิสัย เป็นสิ่งที่มันไม่ชอบ ยัดเยียดก็ไม่อยากได้ แต่สิ่งที่ชอบ เขาไม่ให้ ก็แสวงหาที่จะไปเอามาให้ได้ มันเป็นการกระทบกระเทือนกันไปทั้งนั้นน่ะ

แต่ถ้ามีสติมีปัญญานะ ของนอกกาย ไอ้นั่นมันอยู่ข้างนอก ใจของเรานี่ไง เราพยายามจะรักษาใจของเราอยู่นี่ไง

ในน้ำมีปลา แน่นอน ปลาเล็ก ปลาใหญ่ แล้วเราจะจับปลาของเราได้ไหม เราจะหาปลาของเราเจอไหม ปลา เห็นไหม ปลาอยู่ในสุ่ม สุ่มคือร่างกายนี้ ปลาในสุ่มมันยังจับไม่ได้ มันยังจับไม่เป็น แล้วจะไปจับปลานอกสุ่ม ปลาในทะเล ปลาน้ำลึกอย่างนี้ เอาอะไรไปจับมัน

จริตนิสัย ฉะนั้น เวลาภาวนาไปแล้ว แต่ละบุคคลแตกต่างกันไป แต่ละบุคคลแตกต่างกันไป มันเรื่องกรรมของสัตว์ เราไม่ต้องเอาสมบัติของใครมาเทียบเคียงกับเรา

เวลาฟังธรรมๆ สิ่งใดที่มันสะกิดหัวใจ สิ่งใดที่มันฟาดหัวกิเลส อันนั้นน่ะเป็นคติธรรม แล้วไปขยายความ กาลามสูตร ห้ามเชื่อ แต่เอาไปขยายความ จริงหรือไม่จริง อาจารย์จริงหรืออาจารย์เท็จ ถ้าอาจารย์เท็จ เราก็เก็บบริขารเราไป ถ้าอาจารย์จริง พิสูจน์ มันต้องพิสูจน์ ทำตามนั้นน่ะได้ไหม ทำอย่างนั้นน่ะ ทำตามนั้นน่ะ แล้วทำแล้วมันไม่จริง อาจารย์โกหก

แต่ส่วนใหญ่แล้วด้วยมารยาท เขาเป็นผู้ใหญ่ เราก็หลบเลี่ยงไป ถ้าอาจารย์โกหก มันก็โกหกกันอยู่อย่างนั้นน่ะ

แต่ถ้าอาจารย์ที่เป็นจริงนะ หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดประจำ ตอนอยู่พระเยอะๆ ท่านบอกให้หมู่คณะปฏิบัติมา ถ้าใครปฏิบัติมาเข้าสู่มรรคสู่ผล จะมากราบศพผม

จะมากราบศพ เพราะมันช่องทางเดียวกัน มันเป็นอันเดียวกัน แต่ถ้ามันปฏิบัติไปแล้วมันนอกลู่นอกทาง มันก็เป็นกรรมของสัตว์ไง

ท่านบอกเลย ถ้าปฏิบัติ เถียงกันปากเปียกปากแฉะ ดูถูกดูแคลนกันทั้งนั้นน่ะ แต่ถ้ามึงเข้าสู่ทางนะ มึงจะมากราบศพขี้ ขี้ที่มึงดูถูกดูแคลน มึงจะมาขอขมา มากราบศพเลยล่ะ ท้าทายมากเลย นี่เพราะความจริงไง ความจริงเป็นความจริง

นี่เราก็มาหาความจริงของเราไง

ในน้ำมีปลา ยืนยันธรรมชาติ ที่ไหนมีแหล่งน้ำ ที่นั่นมีชีวิต ที่ไหนมีแหล่งน้ำ ที่นั่นมีปลา เว้นไว้แต่น้ำเสีย น้ำเสียน้ำเป็นพิษ มันมีสิ่งมีชีวิตไม่ได้

ในน้ำมีปลา

นี่ก็เหมือนกัน ในร่างกาย เวลาคนตาย ดูซากศพสิ ไปดูป่าช้า สุสานใหญ่ๆ โอ้โฮ! สุดลูกหูลูกตา ธาตุดินมาฝังอยู่ทั้งนั้นน่ะ แล้วปลาอยู่ไหนล่ะ ปลามันเสวยภพเสวยชาติของมันต่อไป มันไปมาแล้ว นี่เป็นสัจจะเป็นความจริงในพระพุทธศาสนา

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง บุพเพนิวาสานุสติญาณ อดีตชาติ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณทำลายอวิชชาไง

ฤๅษีชีไพรเขาก็ระลึกได้ เรื่องของจิตวิญญาณแต่เรื่องโลก เรื่องโลกคือคนที่ไม่มีอำนาจวาสนา ถือนอกพระพุทธศาสนา ถือนอกพระพุทธศาสนา

คือมัคโค ทางอันเอกในพระพุทธศาสนา ลัทธิศาสนาอื่นไม่มี แล้วไม่รู้จัก แล้วเข้าไม่ได้

ดูลัทธิต่างๆ เขาบอกว่า ศาสนาเขามีมรรคมีผล เขาก็จดจารึกไปไว้ในคัมภีร์ศาสนาเขา จดจารึกไว้ เอ็งทำเป็นหรือเปล่า เอ็งรู้หรือเปล่า เอาแต่ชื่อไปไง เพราะอะไร เพราะคัมภีร์ อริยสัจ มรรค ๘ มันมีคุณค่า เขาก็จดจารึกไปอยู่ในลัทธิความเชื่อของเขา มันก็จดเอาไป แต่นี่จดเอาไปไง

ก็เหมือนเรา สมัยพุทธกาลไง ยังไม่มีตำรับตำรา เวลาเข้าพรรษาแล้ว เวลาพระในวัดนั้นไม่มีใครสวดปาติโมกข์ได้ ก็ให้สัตตาหกรณียะ ไปเรียนต่อปาก มุขปาฐะ ไปเรียน ไปท่องจำมา มาสวดปาติโมกข์ ถ้า ๔ องค์ขึ้นไป พระภิกษุสวดปาติโมกข์ไม่ได้ ปรับอาบัติปาจิตตีย์ทุกองค์ ปรับหมดเลย

เพราะปาติโมกข์ สิ่งที่ธรรมและวินัยนี้เป็นศาสดา เวลา ๑๕ ค่ำให้ลงอุโบสถ เวลาถ้าพระอยู่ด้วยกัน สวดปาติโมกข์ไม่ได้ ต้องไปเรียนมา สัตตาหกรณียะไปได้ สิ่งที่ไปเรียนไปท่องไปจำมาจากมุขปาฐะ

ในปัจจุบันนี้โลกเจริญๆ ตำรับตำรามากมายมหาศาล ตู้พระไตรปิฎกใน ตู้พระไตรปิฎกนอก หลวงตาพระมหาบัวท่านสอน ตู้พระไตรปิฎกใน

นี่ในน้ำมีปลา ปลาตัวนั้นน่ะเป็นตู้พระไตรปิฎก แล้วเปิดใจออกมา เปิดตู้พระไตรปิฎกมา จะมีสติมีปัญญา มีความเข้าใจในมรรคในผล มหัศจรรย์จากใจดวงนั้น

ฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ไง

เรื่องโลก เราก็อยู่กับโลก โลกสมมุติ เราอยู่กับโลก อยู่กับโลก เราก็ใช้ชีวิตแบบโลก เพราะมีธรรมและวินัยเป็นศาสดานี่ไง เวลาฝึกหัดปฏิบัติไปนะ เวลามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา โอ้! หัวใจมันลงร้อยเปอร์เซ็นต์ มันไม่ทำสิ่งใดที่นอกพระพุทธศาสนา เพราะศีล สมาธิ ปัญญา

ศีล ความปกติของใจ ถ้าใจไม่ปกติ มึงจะปฏิบัติอะไรกัน ในน้ำมีปลา นี่ก็หาหัวใจนี้ไง สิ่งที่หาหัวใจของตน เห็นไหม ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ามีศีลมีธรรม มีรั้วรอบขอบชิดขึ้นมา ความรู้สึกนึกคิดมันก็ไม่กระโดดโลดเต้นไปกับกระแสสังคม กระแสโลก

จริงตามสมมุติ เราก็สมมุติ เราก็มีชีวิตนี้ แล้วเราก็ต้องใช้ปัจจัยเครื่องอาศัย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง บริขาร ๘ ปัจจัย ๔ สิ่งมีชีวิตไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้แจ้งแทงตลอดโลกธาตุ จากโลกนอก โลกใน ทำไมจะไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตต้องมีใช้อย่างไรในวัฏฏะ

กวฬิงการาหาร อาหารของมนุษย์ อาหารคำข้าว อาหารของสัตว์เดรัจฉานที่มันกินกันอยู่นี่ไง กวฬิงการาหาร อาหารในคำข้าว วิญญาณาหาร เทวดาไง พรหม ผัสสาหารไง มโนสัญเจตนาหาร ครอบวัฏฏะเลย

มโนอะไรของมึงวะ

มโน เห็นไหม ในน้ำมีปลาไง ในร่างกายก็มีมโนนี่ไง แล้วเราจะค้นคว้าหามโนในหัวใจของตนไง เวลามันรู้ขึ้นมา ว่า โอ้โฮ! ทำสมาธิแล้วมันสว่างไสว

มรรคมันหมุนนะ จักรมันเคลื่อนนะ เวลามันบี้กิเลส กิเลสวิ่งกันหางจุกตูดเลย แต่เวลาสมาธิมันเสื่อม มรรคมันไม่เคลื่อน มันเป็นสุตมยปัญญา มันเป็นสัญญาอย่างนี้ กิเลสมันยิ้มเลยนะ มันขึ้นมาขี่หัวเลย มันมาหลอกเลยล่ะ ไอ้นั่นเป็นไอ้นี่ ไอ้นี่เป็นไอ้นั่น ไอ้นั่นเป็นไอ้นู่น เชื่อ

แต่เวลาทำความสงบของใจเข้ามา ในน้ำมีปลา ปลาตัวนั้นมันฉลาด ฝึกหัดของมันขึ้นมาเป็นปลาใหญ่ ลงน้ำลึกได้อย่างนี้ จักรมันเคลื่อน มันหมุนติ้วๆ โอ๋ย! กิเลสมันวิ่งหางจุกตูดหมดน่ะ

แต่ถ้าไม่ฉลาด มรรคไม่สามัคคี ทางสายกลางในพระพุทธศาสนาไม่เป็นข้อเท็จจริง มันก็หัวเราะเยาะอยู่นั่นน่ะ ทำซ้ำทำซากๆ ไง เวลามันรวมตัวกัน สมุจเฉทปหาน เวลามันขาด สังโยชน์ขาดดั่งแขนขาด สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส

สักกายทิฏฐิ ไอ้นั่นก็ของกู ไอ้นี่ก็คือกู กูกับมึง มึงกับกูอย่างนี้ เวลามันขาดไง สักกายทิฏฐิ ความเห็นผิด มันเป็นโดยข้อเท็จจริง

ความจริงก็เป็นความจริงอยู่อย่างนั้นน่ะ ความจอมปลอมก็เป็นจอมปลอมอยู่อย่างนั้นน่ะ มีแต่ใครชอบจริงหรือชอบปลอม แล้วก็เอาความจริงความปลอมมาหลอกลวง หลอกลวงตนแล้วหลอกลวงผู้อื่น

ถ้าเป็นความจริง เวลามันขาด มันจะหลอกลวงตนได้อย่างไร สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส จิตใจนี้มหัศจรรย์มาก เกิดอีก ๗ ชาติ

จากที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้นะ ไม่รู้ว่า เฮ้ย! กูมาจากไหนว่ะ เฮ้ย! ตายแล้วกูจะไปไหนอีกวะ เฮ้ย! มันจะเกิดจริงหรือเกิดไม่จริงเนี่ย ลองได้สมุจเฉทปหานดั่งแขนขาด มันไม่เหมือน นี่ไง ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นอริยทรัพย์ได้อย่างไรล่ะ

ของเราสมมุติสงฆ์ ทรัพย์สมมุติ โลกๆ ทั้งนั้นน่ะ เวียนว่ายตายเกิดโดยเวรโดยกรรมทั้งนั้นน่ะ เวลาเป็นอย่างนั้นมันคนละเรื่อง เพราะมันเป็นจิตคนละประเภท

จิตสูง จิตต่ำ จิตกลาง จิตหยาบ จิตละเอียด มหัศจรรย์ จะเป็นอริยทรัพย์ อริยทรัพย์ก็มีอยู่หลายขั้นตอน อริยทรัพย์มันก็มีหยาบ มีกลาง มีละเอียด ละเอียดสุด แล้วแค่ไหน ขั้นไหน แล้วเป็นอย่างไร

ก.ไก่ ก.กา ว่ามา

ก.ไก่ ก.กา ว่ามาเลย

เวลามันสมุจเฉทไป มันขาด จิตมันเป็นอริยทรัพย์ มันไม่ใช่ทรัพย์ทางโลก มันไม่ใช่ทรัพย์ที่เราเคยเป็น

แล้วมันไม่มีความอะไรแตกต่างกันเลยหรือ เอ็งไม่รู้อะไรเลยหรือ โอ๋ย! บรรลุธรรม ไม่รู้อะไรเลยว่ะ แต่กูบรรลุธรรม ธรรมที่กูบรรลุนี่

ก็มึงคิดเองไง

ในน้ำมีปลา ปลามันต้องอยู่ในน้ำที่มีออกซิเจนนะมึง น้ำที่ใสสะอาด น้ำที่บริสุทธิ์ไง ดูเวลาปลาแซลมอนมันไปวางไข่ต้นน้ำนั่นน่ะ มันต้องทวนกระแสขึ้นไปตั้งแต่ต้นน้ำ ไปวางไข่

แล้วเอ็งปลาอะไร เอ็งปลาอยู่ในน้ำกรดหรือ มันเป็นอย่างนั้นหรือ พอเขามีน้ำ กูก็น้ำกรดนี่แหละ เอาไว้สาด เอาไว้ทำอุตสาหกรรม กูอยู่อย่างนั้นน่ะ ผิวหนังกูก็ไม่ลอกด้วย

มันไม่มีอะไร คิดเอง นึกเอง ว่าเอง ว่ากันไป แล้วหลอกลวงกันไป

ไอ้พวกที่ว่าเหยื่อก็ อู้ฮู! อาจารย์กูยอดเยี่ยม อยู่ในน้ำกรดก็ได้

มันพูดเอง เอ็งก็เชื่อ แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เชื่ออย่างนั้น

ในน้ำมีปลา ชาวประมงเขาหาปลากัน อาหารในโลกนี้จากทะเล มีจำนวนมากที่สุด เพราะอะไร เพราะว่าผลเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ปลามันวางไข่เป็นแสนๆ เลย คนเราออกลูกทีละคน ปลาเวลามันวางไข่มากมายมหาศาล นี่ไง มันผลของวัฏฏะ สัตว์ สัตว์เดรัจฉาน นรกอเวจี อบายภูมิ ๔ มนุษย์ เทวดา อินทร์ พรหม

นี่ไง สิ่งที่ฝึกหัดปฏิบัติ แล้วหัวใจอยู่ขั้นไหน

ไอ้นี่เรื่องบุญเรื่องบาปนะ ความเชื่อของพราหมณ์เขาถึงว่าไง อวตารๆ

ก็มันเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ มันก็เป็นอย่างนั้นน่ะ ดีหรือชั่ว

แต่พระพุทธศาสนาไม่

สูญจากกิเลส สูญจากการยึดมั่นถือมั่น สูญจากความทุกข์ทั้งหลาย สูญสิ้นไปจากเรื่องวัฏฏะ เรื่องโลก แต่หัวใจผ่องแผ้ว สัจจะความจริงเป็นวิหารธรรม

ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ เป็นธรรมขึ้นมาจากการเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ แล้วมนุษย์ต้องล่วงพ้นทุกข์ด้วยความเพียร ความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะของแต่ละบุคคล มีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน ทำขึ้นมาให้เป็นข้อเท็จจริงในหัวใจของตน แล้วยืนยันด้วยบุคคล ๔ คู่

บุคคล ๔ คู่ แต่หัวใจมันเป็นแต่ละขณะ แต่ละบุคคลไง โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล สกิทาคามิมรรค สกิทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล อรหัตตมรรค อรหัตตผล มรรค ๔ ผล ๔

๔ คู่ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ เอวัง