เทศน์เช้า วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ฟังธรรมะ ธรรมะนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม พระธรรม พระธรรมคือพระรัตนตรัย ไม่ใช่พระทำงาน พระทำงานนั้นเป็นการฝึกหัดพระ ฝึกหัดให้มีข้อวัตรปฏิบัติเพื่อเครื่องอยู่ของใจ เพื่อใจไม่ให้ฟุ้งซ่านไปเรื่องโลกธรรมทั้งหลาย ให้อยู่กับตัว ทำข้อวัตรปฏิบัติให้ใจอยู่กับตัวนี้ ถ้าใจอยู่กับตัวนี้ แล้วถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา หลวงปู่มั่นจะถามว่า “จิตเป็นอย่างไรๆ”
ใจเป็นอย่างไร ใจเราสุขสบายดีไหม ใจเราทุกข์เรายาก ใจเราน่ะมันเดือดร้อนอยู่ภายใน ร่างกายจะอยู่ในห้องแอร์ ๕๐๐ ชั้น มันก็ทุกข์อยู่บนห้อง ๕๐๐ ชั้นนั้น หัวใจมันสำคัญที่สุด ถ้าหัวใจสำคัญที่สุด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงสอนว่า
“ให้มีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย”
อาหาร ปัจจัยเครื่องอาศัยก็อยู่ประจำโลก ธรรม ธรรมคือสติปัญญาธรรม มันติดหัวใจไปทุกภพทุกชาติ
เธอมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย
ต้องมีสติ ฝึกหัดทำความสงบของใจ มีปัญญาคือภาวนามยปัญญา ไม่ใช่ปัญญาศึกษาเล่าเรียนมาเรื่องโลกๆ ถ้าปัญญาศึกษาเล่าเรียนมาแล้วมันสำเร็จเปรียญธรรม ๙ ประโยค เป็นพระอรหันต์ไปหมดแล้ว
เปรียญธรรม ๙ ประโยค ไปถามหลวงปู่ฝั้น “ผมรู้ทุกเรื่องเลย รู้หมด พระศาสนานี้รู้หมดเลย แล้วให้ผมทำอย่างไรล่ะ” ไปถามหลวงปู่ฝั้นไง
สิ่งที่รู้ รู้ทุกอย่าง รู้ส่งออกไง รู้เรื่องโลกๆ ไง ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่ของเอ็ง ของเอ็งนี่เอ็งไปจดจำมา แล้วเอ็งก็เที่ยวไปถากถางเขา เที่ยวไปอวดรู้เขา แต่พฤติกรรมเอ็งทำความสงบไม่เป็น เพราะไม่มีธรรมเป็นที่พึ่งไง มีแต่เรื่องโลกๆ ไง
ถ้ามีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด มีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด เห็นไหม คนเราเกิดมามีกายกับใจๆ ร่างกายนี้ต้องการปัจจัยเครื่องอาศัย ต้องการปัจจัยเครื่องอาศัยเพื่อดำรงชีวิตไง ชีวิตนี้นิดเดียว ชีวิตนี้สั้นนัก
ในพระไตรปิฎกนะ มีครูบาอาจารย์หลายๆ องค์มากเลย ท่านฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ตายแล้วตายเล่า ก็มาปฏิบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่าๆ ไง
ชีวิตนี้สั้นนัก แต่หัวใจเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ
ถ้าหัวใจเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ จงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา ถ้ามีศีล มีสมาธิ มีปัญญานะ การแสดงออกมันดีขึ้นเรื่อยๆ
คนเรามีหยาบ มีกลาง มีละเอียด ถ้าหยาบๆ มา เริ่มต้นขึ้นมามันก็หยาบๆ ไง หยาบๆ ก็เท่าแต่อารมณ์ความรู้สึกของตน แล้วอารมณ์ความรู้สึกของตน ตนรู้ได้แค่นี้ ก็ว่านี่ถูกต้อง
แต่ถ้ามันมีการศึกษานะ ไปบ่อยครั้งเข้า มันเริ่มเห็นขึ้นมา มันก็พัฒนาขึ้น จากอย่างหยาบก็เป็นอย่างกลาง อย่างกลางมันก็สงบระงับมากขึ้นหน่อย ถ้าอย่างละเอียด เขาไม่สนใจเรื่องอย่างนี้เลย
ทำบุญทิ้งเหวๆ ถ้าทำบุญทิ้งเหวจะไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะต่างคนต่างโยนทิ้งเหว เหวอยู่ข้างล่างขึ้นไปเอามาไม่ได้ ไม่ใช่ทำบุญเพื่อมาแข่งขัน เพื่อถากเพื่อถาง เพื่อเอาชนะคะคานกัน ไอ้นั่นมันป็นเรื่องอย่างหยาบๆ ไง ติดบุญไง หลงในบุญไง ต้องทำอย่างนั้นแล้วจะได้บุญ ต้องทำอย่างนั้นแล้วจะได้บุญ
แต่ถ้ามีธรรมนะ ทำอย่างไรก็ได้ เพราะใจมันได้ทำแล้วมันปลอดโปร่ง ถ้าใจเป็นธรรมแล้วมันปลอดโปร่ง เห็นไหม เรามีสติปัญญา ปลอดโปร่งแล้วเดี๋ยวมันก็อับเฉา อับเฉาเพราะอะไร เพราะว่าความคิดเกิดจากจิต จิตของคนมันล่อกแล่ก
ครูบาอาจารย์ท่านสอน จิตของคนเหมือนลิง ลิงมันอยู่โดยปกติมันไม่ได้ มันต้องหาคว้านู่นคว้านี่ แล้วคว้าน้ำเหลวทั้งนั้น มันไม่คว้าอะไรเป็นของจริงเลย
ลิงบนต้นไม้มันโดดเกาะกิ่งนั้นกิ่งนี้ พอจับกิ่งไม้แห้งมันก็ตกตุ้บ เจ็บ กระดูกหัก ถ้ามันถึงแรงก็ถึงเสียชีวิตเลย
นี่ไง เราไม่คว้าน้ำเหลว กาลามสูตร ห้ามเชื่อๆๆ ห้ามเชื่อแม้แต่ความคิดตัวเองนี่ เวลามันคิดขึ้นมานะ จริงหรือ ตรวจสอบหรือ ถ้าตรวจสอบแล้วมันจะเป็นปัญญาอบรมสมาธิ คือมันไม่คิดฟุ้งซ่าน ถ้ามันจะคิด มันก็คิดถูกต้องชอบธรรม
ชอบธรรมตรงไหน
ชอบธรรมตรงเปรียบเทียบธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เออ! นี่มันถึงมหัศจรรย์ไง นั่นเขาเรียกว่า “ปัญญาอบรมสมาธิ”
สมาธิคืออะไร
สมาธิคือจิตสงบ จิตไม่ฟุ้งซ่าน
“เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด”
นั่นแหละที่พึ่ง ที่พึ่ง เห็นไหม เวลามันสุขสงบขึ้นมา สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี
จิตสงบแล้วนะ ครูบาอาจารย์ของเราท่านทำหมดแล้ว สงบแล้วเดี๋ยวมันก็เสื่อม พอเสื่อมแล้วก็ฟุ้งซ่าน ฟุ้งซ่านแล้วก็มีความจำนั่นแหละ เอาไปโม้ แล้วที่พูดอยู่นั้นทุกข์หรือสุข ที่พูดอยู่นั้นสุขหรือทุกข์ ที่พูดอยู่นั้นน่ะ แต่ถ้าเป็นจริงขึ้นมาแล้วมันจะสงบระงับเข้ามานะ
ถ้ามันสงบระงับขึ้นมา “สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี”
จิตนี้สำคัญมาก แล้วทุกคนมีหมดน่ะ หัวใจนั่นน่ะ ถ้ามันสงบเข้ามามันจะเป็นความจริง แล้วความจริงทำไมพูดไม่ได้ ความจริงพูดได้ พูดกับครูบาอาจารย์ที่ท่านรู้จริงไง
พุทโธหายๆ
เอ็งโยนทิ้ง เอ็งเผลอ เอ็งนั่งหลับ ไร้สาระ
พุทโธหายของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นนะ โอ้โฮ! มันชัดเจน มันจะหาย โอ้โฮ! ใจมันเสียวแวบ แวบเลย มันกลัวตาย มันกลัวมันหายไป ใจนี่เสียวแวบๆ แล้วต้องแก้ตรงเสียวแวบๆ นั่นแหละ ถ้าเสียวแวบๆ ใจมันจะขาด ใจมันจะตาย แล้วหลุดไปเลย ส่งออก
ใจมันจะขาด ใจมันจะตายนะ ไหนใครจะตาย มันกำลังจะได้ดีอยู่นี่ไม่รู้จักหรือ
กิเลสมันร้ายขนาดนั้นน่ะ แล้วเวลาละเอียดเข้าๆ คำว่า “พุทโธหาย” คือมันพุทโธไม่ได้ แต่ไม่ได้หาย พุทโธชัดเจน ชัดเจนจนมันเป็นหนึ่งเดียว เพราะมันไม่เสวยอารมณ์ไง มันไม่มีอารมณ์ มันไม่กระดุกกระดิกเลย กระดุกกระดิกคือความรู้สึก
เวลาทำสมาธิแล้วออกจากสมาธิ คลายความรู้สึกออกมา มันจะแผ่ซ่านออกมาเลย รับรู้เรื่องของร่างกาย เรื่องของผิวหนัง เรื่องของอายตนะ เวลามันหดตัวเข้ามามันปล่อยหมดเลย
เขาไม่ได้หาย แต่เขาพูดให้สมมุติเข้าใจได้ว่าพุทโธมันหาย หายโดยสติสัมปชัญญะ หายโดยธรรมไง ผู้มีธรรมไง
พุทโธหาย ฝอยโม้ปากเปียกปากแฉะ หายอย่างนี้หรือ หายแบบโจรน่ะสิ มันเป็นเรื่องไร้สาระ
หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดเลย แม้แต่พระปฏิบัติยังทำได้ยากเลย แล้วพวกเราฆราวาสงานล้นมือเลย ใครมาก็พุทโธหาย
เฮ้ย! เอ็งไปแจ้งความสิ แจ้งก่อนว่าพุทโธเอ็งหาย แจ้งตำรวจให้ตำรวจหาให้
นี่มันปล่อยไก่ มันพูดไปโดยความโง่ แล้วคนที่เขาเข้าใจนะ เขาสลดสังเวช สลดมาก
แต่ถ้าเป็นความจริงขึ้นมานะ กว่ามันจะหาย มันจะหาย มันละเอียด ละเอียดจนมันจะระงับ ระงับจนเวลาพุทโธๆ แล้วมันดิ่งลง วี้ดๆๆ ถอนหมดน่ะ กลัวตาย ใครๆ ก็กลัวตาย
พุทโธมันอยู่ฟากตาย เลยตายไปนั่นน่ะพุทโธ ที่พุทโธหายเพราะมันเลยตาย ตายจนเบ่งบานไง ถ้าเป็นข้อเท็จจริง
แต่ถ้ามีครูบาอาจารย์ที่ท่านทำได้นะ มันเห็นแล้วมันยิ้มๆ มันเหมือนหลอกเด็ก เด็กมาก็พูดไง เด็กมันไร้เดียงสาไง ให้อะไรมันก็เอา บอกอะไรมันก็ฟัง บอกให้นั่งก็นั่งนะ ไม่ยอมลุกเลย รถมายังไม่ลุก
ลุกสิ รถมามันอันตราย ก็เขาบอกให้นั่งตรงนี้ก็นั่งตรงนี้ไง ให้นั่งเพื่อเอ็งได้ผ่อนคลายกิริยาของเอ็ง แล้วเอ็งได้ทำคุณงามความดีของเอ็ง ถ้ามีงู มีรถมา ก็ลุกหนีก็ได้ ทำไมจะลุกหนีไม่ได้ เดี๋ยวงูมันกัดเอานะ นี่เด็กมันไร้เดียงสาไง ไอ้เราไม่รู้เรื่อง
นี่พูดถึงสิ่งที่มีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด มันจะฉลาดกับตรงนี้ มันจะฉลาดกับใจของตัว แล้วไม่ใช่เที่ยวโพนทะนาให้เขาหยามหมิ่น
คนที่เขาฟังเขาหยามหมิ่นนะ พระพุทธศาสนาสอนให้สงบระงับ สอนให้เมตตาธรรม ไม่ใช่ฟุ้งซ่าน โพนทะนาไปรกหูเขาน่ะ
หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไง ต้องล้างหู มันสกปรก ล้างหูเลย หูนี่ล้างๆ
หลวงตาท่านพูดประจำ ปากสกปรก เอาเรื่องรกหูมาพูดใส่หูเรา แล้วถ้าคนที่ไม่มีสติปัญญามันก็เชื่อเขา
แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนกาลามสูตร ห้ามเชื่อๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคนสอน
ไอ้นั่นก็อ้างพุทธพจน์ ไอ้นี่อ้างพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าบอกว่าห้ามเชื่อๆ อย่าไปเชื่อมัน มันฟุ้งซ่าน มันโพนทะนา ถ้ามันดีจริงมันต้องอยู่บ้านมัน อยู่ในใจของมัน มันไม่ออกมาระรานใครทั้งสิ้น นี่พระธรรม
“เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย”
มีสติมีปัญญาของเรา รักษาชีวิตของเราให้มันสงบสุข
นี่ไง วันนี้มาวัดมาวา มาวัดมาวา มาเติมน้ำมันไง เติมหัวใจของตนไง ถ้าประพฤติปฏิบัติ รดน้ำพรวนดินหัวใจของเรา ดูแลรักษาหัวใจของเรา มีสติสัมปชัญญะรักษาหัวใจของเรา ไปวัดไปวาเห็นสมณะ เห็นสมณะเป็นมงคลชีวิต
มงคลชีวิต เห็นไหม พระเขาอยู่อย่างไรล่ะ เราอยู่บ้านนะ มีทุกอย่างพร้อมหมดเลย ยังมีความทุกข์ พระอยู่วัด มีรั้วรอบขอบชิด ออกจากวัด นี่อโคจร ที่อโคจร พระไปไม่ได้ พระห้ามไปที่อโคจร เป็นที่ของสังคมโลกเขา
พระนะ นู่นโคนไม้ เรือนว่าง คูหา ค้นหาหัวใจของตน นักรบ ถ้านักรบเขารบกับกิเลสในใจของตัว แล้วต้องทำตัวเองเป็นตัวอย่างไง
การสอนที่สูงสุดคือไม่ต้องสอนใคร ทำตัวเอง ถ้าทำตัวเอง ทุกคนหันมามอง เออ! นั่นพระ เพราะท่านอยู่สงบสุขของท่าน
ไอ้เรานี่โพนทะนาเลย โฆษณาประชาสัมพันธ์ กลัวเขาจะไม่รู้
ไอ้โฆษณาประชาสัมพันธ์ โลกเขาทำกัน แต่ของเราไม่ใช่ นั่นมันเรื่องโลก เรื่องโลก ตื่นโลกไม่ได้ ตื่นโลกมันก็ฟุ้งซ่านออกไปข้างนอก แล้วออกไปข้างนอกนะ โอ้โฮ! พระยอดเยี่ยม ห่มผ้ากาสาวพัสตร์ โอ้โฮ! กิริยาสงบระงับ แต่หัวใจเต้นโครมๆ อยู่นั่นน่ะ มันน้อยใจไง ฆราวาสญาติโยมเขามีความสุข ไอ้เรามันมีความทุกข์ ความทุกข์เพราะว่ามันขาดแคลน
ขาดแคลน เห็นไหม เพราะมันไม่ใช่พระธรรม
พระธรรม คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนให้ประหยัด ให้มัธยัสถ์ ได้สิ่งใดมา เวลาสอนครอบครัวไง ตระกูลใด ถ้ารู้จักประหยัดมัธยัสถ์ รู้จักดูแลรักษาของใช้ในบ้านในเรือนของตน ตระกูลนั้นจะไม่เสื่อมเลย ตระกูลใดใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ของใช้สอยโยนทิ้งโยนขว้าง ตระกูลนั้นอยู่ไม่นาน เดี๋ยวก็เสื่อมสภาพหมด
นี่ไง นี่พระพุทธเจ้าสอน แล้วพระพุทธเจ้าสอนทั้งหมด เราก็ศึกษา เราก็เป็นชาวพุทธด้วยกัน ธรรมและวินัย พระไตรปิฎก ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว ใครไม่ได้ศึกษา ศึกษาทุกคน แล้วทำสมาธิเป็นไหม
อย่างที่ว่า ๙ ประโยคไปถามหลวงปู่ฝั้นไง “ผมรู้หมดเลย รู้ทุกอย่างเลย จะให้ผมทำอย่างไร”
เพราะรู้แต่เรื่องของพระพุทธเจ้า แต่เรื่องของตัวไม่รู้ แล้วงงมาก
หลวงปู่ฝั้นถามว่า “ทุกข์อยู่ที่ไหนล่ะ กำหนดที่ตรงนั้นน่ะ”
ไอ้นี่มันไม่กำหนดทุกข์ของตนไง มันไปกำหนดทางวิชาการแล้วส่งออกไป แล้วโพนทะนาเล่าเรื่องนะ นักปราชญ์ราชบัณฑิตนะ
ขณะที่เล่าเรื่อง กิริยามันบอกว่าขาดสติ ไม่มีสติสัมปชัญญะที่ควรและไม่ควร กาลเทศะ กลองจัญไร อยู่ดีๆ มันก็ดังตึ้มๆ โอ๋ย! ชาวบ้านวิ่งหนีหมดเลย
กลองต้องให้เขาตี คือต้องให้เขาถาม เขานะ เขามีความสงสัย ทำอย่างนี้แล้วทำไมมันพลาดพลั้งอย่างนี้ ทำอย่างนี้
ครูบาอาจารย์จะอบรมบ่มเพาะไง เริ่มต้นวางให้หมด แล้วกลับมาตั้งที่สติของตัว แล้วสติของตัวแล้วฝึกหัดปฏิบัติ การผิดพลาดมันจะน้อยลง แต่เวลาถึงที่สุดแล้ว ถึงที่สุดเวลากรรมมันให้ผลไง เวลากรรมมันให้ผลนะ จะฉลาดขนาดไหน มันก็ต้องเป็นไปตามเวรตามกรรมนั้น พยายามจะมีสติปัญญาแก้ไขอย่างไรก็กรรมของตัว แต่ถ้ามันพ้นวิกฤตินั้นไป ไอ้ปัญญาที่ฉลาดนั้นน่ะจะทำให้ตัวเองฟื้นฟูขึ้นมา จะทำให้ตัวเองแข็งแรงขึ้นมาให้ได้ไง
“เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย”
แต่ชีวิตมันก็ต้องมีปัจจัยเครื่องอาศัย ปัจจัยเครื่องอาศัยก็ให้มันเป็นธรรม ถ้าเป็นธรรม ให้ทุกคนได้อิ่มหนำสำราญก่อน เราอิ่มทีหลัง อย่างนี้ถูก
ไม่ใช่ต้องให้ทุกคนเป็นพระอรหันต์หมดเลย เราจะเป็นพระอรหันต์องค์สุดท้าย
แล้วเมื่อไหร่วะ
เยอะแยะนะ พระนี่อ้างหมดเลย จะอบรมบ่มเพาะ จะให้ทุกคนเป็นพระอรหันต์หมดเลยนะ เราจะเป็นพระอรหันต์องค์สุดท้าย
ไม่ใช่ เพราะอะไร เพราะจะทำให้เขาฉลาดขึ้นมาจะทำอย่างไร จะทำให้เขารู้จักกิเลสในหัวใจ รู้ได้อย่างไร เพราะเขาไม่รู้ ไอ้เราจะสอนเขา เรายังไม่รู้เลย แล้วเราจะเอาอะไรมารู้
ถ้าจะรู้ๆ เข้าหาครูบาอาจารย์ที่ดีงาม เข้าไปหาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ไม่มีใครกล้าเข้าหาหรอก หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดอยู่นี่ เวลาที่พวกเก่งๆ มันเก่งแต่ข้างนอก ไม่กล้าเข้าหาท่านหรอก เวลาเข้าไป ถ้าไม่เป็นประโยชน์ ท่านไม่พูดหรอก ถ้าเป็นประโยชน์นะ ตัดหัวทิ้งหมดเลย เวลาไปอ้างน่ะ ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นๆ
หลวงปู่มั่นพูดเอง “ไอ้พวกแซงหน้าแซงหลัง”
พวกแซงหน้าแซงหลังมันไม่เอาเยี่ยงอย่าง มันจะเอาแต่ว่ามันเลยเถิด แซงขึ้นไป โอ้โฮ! หลวงปู่มั่นชมข้าพเจ้าว่าภาวนาดี
ดีตรงไหน
ถ้าดี มันดีในหัวใจดวงนั้น มันดี ให้ดีเป็นความจริงของมันขึ้นมา ถ้าเป็นความจริงของมันขึ้นมา มันตั้งแต่พฤติกรรม ใช้ชีวิตแบบอย่างนั่นน่ะ มันไม่เบียดเบียนไง ไม่ทำให้สังคมบอบช้ำ ไม่ทำให้ชาติตระกูลใดบอบช้ำ
ถ้าเป็นข้อเท็จจริง ทำให้เขามีความปกติสุขไง มีความขัดแย้งก็ทำให้เขากลับมาเป็นสามัคคีธรรม ให้มันถูกต้องชอบธรรมไง ถ้ามันถูกต้องชอบธรรม ให้เขาทำคุณงามความดีของเขา เพราะอะไร
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรย์ ศาสนาเป็นตัวเชื่อม เป็นตัวสมานไง เป็นหน้าที่ ปู่ก็หน้าที่ของปู่ พ่อแม่ก็หน้าที่ของพ่อแม่ ลูกก็เป็นหน้าที่ของลูก ทำหน้าที่ของตนให้สมฐานะของความเป็นหน้าที่
พระ พระทำหน้าที่ของพระไง ทางจงกรมรู้จักไหม นั่งสมาธิรู้จักหรือเปล่า
โยมอย่ามากวนสิ ข้าพเจ้าจะปฏิบัติ โยมมากวนน่าดูเลย
โยมหายไป มันนอนกระดิกเท้าเลย
แต่ครูบาอาจารย์ของเราไม่ใช่อย่างนั้น หลีกเร้นไปเอง เขาเข้าไม่ถึง เขาไปหาไม่ได้ หลวงปู่มั่นอยู่ในป่า คนจะทำบุญต้องจ้างเกวียนทุกเข้าไปนะ เข้าไปหาตัวท่านเองไม่มีทาง เลือกเฟ้นแต่พระก็พระที่มีอำนาจวาสนาพยายามขวนขวายด้วยความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ ถ้าไม่มีวาสนา ท่านให้ออกไปข้างนอก ไม่ให้เข้ามาทำหมู่คณะเสื่อมเสีย
มันเสื่อมเสียตั้งแต่หมู่คณะ เสื่อมเสียตรงไหน เสื่อมตรงที่เขาต้องการความสงบสงัด ก็มาทำให้เขาฟุ้งซ่านซะ กระทบกระเทือนกันไปหมดน่ะ
คณะสงฆ์ สงฆ์ตั้งแต่ ๔ องค์ขึ้นไป สงฆ์ หมายความว่า ผู้ที่มีทิฏฐิมานะเสมอกันอยู่ด้วยความสงบสุข ทิฏฐิมานะไม่เสมอกัน เห็นไหม คนอื่นจะนั่งสมาธิ คนอื่นจะสร้างกุฏิ มันกระทบกระเทือนกันไปหมดเลย มันเป็นไปไม่ได้
หลวงปู่มั่นถึงเวลาข้อวัตร ฉันน้ำร้อนแล้วค่อยทำข้อวัตร ถ้าไม่ได้เวลา เสียงแก๊กก็ไม่ได้
คนภาวนามันรู้ คนภาวนามันรู้ว่ากิเลสในหัวใจของคนร้ายกาจนัก นั่งภาวนา พอเสียงกระทบ มันไปโทษไอ้นั่นนะ มันจะไปฆ่าไปแกงเขาแล้ว กิเลสนี่ เพราะอะไร เพราะถือสิทธิ์ว่าฉันปฏิบัติอยู่ ฉันทำคุณงามความดีอยู่ แล้วมันรบกวนไง
ถ้าตามกฎหมายนะ มันก็ต้องผิดกฎหมายใช่ไหม แต่นี่มันเป็นธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วสังคมมีสูงมีต่ำหลายภพหลายชั้น คนที่ฉลาด คนที่โง่ คนที่พยายามจะแผดเผา จะทำลาย เจาะจงนะ คนไปอยู่ในป่าในเขานะ เขาเอาไปทำลาย ไปแกล้ง ร้อยแปดพันเก้า โลกนี้
“เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด”
ตั้งสติ ตั้งปัญญาของเรา การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ มีสติมีปัญญาสามารถแสวงหาบวกก็ได้ ลบก็ได้ จะแสวงหาธรรมก็ได้ แสวงหาโลกก็ได้ แสวงหาที่เป็นความเป็นจริงนะ
“เธอจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิดไ
แล้วปัจจัยเครื่องอาศัย สติปัญญาที่แสวงหา มันก็จะแสวงหาเพื่อดำรงชีวิตนะ หิว อัตคัดขาดแคลน บีบคั้นหัวใจนะ ถ้ามันมี ถ้าเรามีบ้าง เราจะสงเคราะห์ สงเคราะห์คนที่เคยทุกข์เคยยาก เพราะปัจจุบันนี้ทุกข์ยากมาก
แต่ถ้ามันมีสติมีปัญญา ความทุกข์ยากนั้นมันเป็นทุกข์ยากประจำธาตุขันธ์ แต่บุญและบาปมันส่งผลไปอนาคต เราจะสร้างคุณงามความดีของเรา
ไม่ไปหวังหรอก เขาว่าเขียนเสือให้วัวกลัว ตายแล้วตกนรก จะต้องขวนขวายให้กับวัด วัดก็จะบริหารจัดการ
ไม่ใช่
ใจ มาวัด มาวัดเอาใจ ใจมันจะสัมผัสศีล สมาธิ ปัญญา มันจะเกิดอริยทรัพย์ ทรัพย์ที่เป็นนามธรรมที่ใครแย่งชิงไม่ได้ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์เป็นสมบัติส่วนตัวของท่าน ใครจะไปปล้นไปชิง ไปแย่ง ไปถือครอบครองปรปักษ์ ไม่มีสิทธิ์ เป็นไปไม่ได้
อริยทรัพย์อยู่ที่ใจของเรา แล้วเราสร้างให้มันเป็นจริงขึ้นมา แล้วกิริยาแสดงออกมามันจะรู้เลย มองก็รู้ จริงหรือเท็จ ถ้ามันจริงนะ มันไม่วอแวกับใครทั้งนั้น เขาเองต่างหากต้องขอ ขอธรรม ขอฟัง ขอแก้ไข เขาต้องคนขอ กลองที่ดีไม่ใช่กลองจัญไร ตึ้มๆ ไร้สาระมาก เอวัง