เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒๙ ส.ค. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสิ่งที่หาได้ยาก สมัยพุทธกาลนะ มุขปาฐะ นั่นได้ยินจากปากเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้ไง โลกมันเจริญ การศึกษามาถึงที่ ธรรมะเข้าถึงที่นอนเลย แล้วมันก็นอนหลับอยู่นั่นน่ะ ธรรมะส่วนธรรมะ ไอ้คนนอนหลับส่วนคนนอนหลับ ไม่เกี่ยวกัน

เรามีสติมีปัญญาของตน เราจะขวนขวายของตน

ปลาเป็นว่ายทวนน้ำ ปลาตายไหลไปตามน้ำ

เราเกิดเป็นคน เราเป็นสิ่งมีชีวิต เราไม่ใช่ซากศพ จะให้น้ำมันมาชะล้างเราไป เป็นไปไม่ได้ มีอำนาจวาสนาของตนนะ สร้างคุณงามความดีของเรา ขวนขวายของเรา มันจะทุกข์มันจะยากขนาดไหน เราจะทำของเรา

ทำเพื่ออะไร

ทำเพื่อเป็นจริตเป็นนิสัย ทำเพื่อให้บุญกุศลส่งเสริมให้เราไปสู่ความปกติสุข ถ้ามีความปกติสุขขึ้นมา เราจะทำคุณงามความดีของเรา จะทำคุณงามความดีของเรา

เราอยู่กับครูบาอาจารย์ที่ดีงามมาไง หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไง

“ใครจะดี ใครจะชั่วเรื่องของเขา เราจะทำความดีว่ะ”

เราจะทำความดีนะ มีแต่คนโจมตีทั้งนั้นน่ะ ทำดีเอาหน้า ทำดีอยากอวดคนอื่นเขา ไปอวดใคร เวลามันจะฆ่ากิเลสนะ มันต้องมีสัจจะความจริงขึ้นมานะ เพราะอะไร มันหลอกตนเองไม่ได้ไง หลอกคนอื่นไม่ได้ หลอกตัวเองนี่แหละดีที่สุด นั่งสมาธิก็ไม่ได้ เดินจงกรมก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้นน่ะ มันหลอกตัวมันเองไง เวลาหลอกตัวเองมันไม่โทษนะ มันโทษแต่หลอกคนอื่น

ไอ้หลอกตัวเองนี่สำคัญที่สุด

ถ้าคนมีอำนาจวาสนาเขามีสัจจะของเขา เขาตั้ง นี่ไง อธิษฐานพรรษาไง ตั้งแต่อธิษฐานตั้งต้นในพรรษา ในพรรษาทั้งพรรษาต้องทำให้ถึงที่สิ้นสุด นี่ไง มันมีอานิสงส์ไง

แต่ถ้ามันอ่อนแอ มันล้มลุกคลุกคลาน ถ้าเป็นทางโลกๆ ก็หน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าโยมก็อย่างหนึ่ง ลับหลังโยมก็อย่างหนึ่ง ไอ้ต่อหน้าเรา ต่อหน้าสังคมก็อย่างหนึ่ง ลับหลังก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง คนคนนี้อยู่ข้างหน้าเราเป็นอีกคนคนหนึ่งนะ เวลาเขาไปอยู่คนเดียวเขาเป็นอีกคนคนหนึ่งนะ ไม่ใช่คนเดิม คนเดิมอยู่ไหน

นี่ไง เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามีศีลมีธรรมของตน ถ้ามีศีลมีธรรมของตนนะ เราเคารพ มีเมตตาไง ปาณาติปาตา ไม่ทำลายใครทั้งสิ้น แล้วมีเมตตาต่อเขาอีกต่างหาก ถ้าเขาจะโหดร้ายขนาดไหน นั่นมันกรรมของสัตว์ เราไม่ต้องไปจัดการเขา เดี๋ยวกฎหมายจัดการเอง ถ้ากฎหมายจัดการเองไง

มนุษย์เป็นสัตว์ประหลาด คิดอย่างหนึ่ง พูดอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่ง มนุษย์โง่กว่าสัตว์ สัตว์ไม่มีกฎกติกาอะไรทั้งนั้นน่ะ มีแต่คนไปเขียนให้มัน แล้วอนุรักษ์ด้วยนะ ช้างนี่อนุรักษ์จนล้นป่าเลยล่ะ ชาวบ้านเดือดร้อนทั้งนั้นน่ะ แต่มันเป็นคุณงามความดีน่ะ

สิ่งมีชีวิตมันรักชีวิตมันทุกคน สิ่งมีชีวิตนะ ปรารถนาความสุข เกลียดความทุกข์ทั้งนั้น แล้วความสุขๆ มันหาได้ที่ไหนไง สัตว์มันก็หาได้แค่นั้นน่ะ สัตว์มันแย่งชิงฆ่ากันเพราะอาหารของมันไง เพราะถ้าเรื่องอาหารไม่ได้ สุนัขเลี้ยง อย่างอื่นได้หมด เวลามันกินข้าว อย่าเช้าไปใกล้มันนะ สัตว์มันจะฆ่า มันจะทำลายกัน เพราะอาหารของมัน มนุษย์นี่เอาทรัพย์

แต่มนุษย์ที่ประเสริฐ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาอริยทรัพย์ ทุกข์จนเข็ญใจ ยากเค้นขนาดไหน มันมีสติมีปัญญาของมัน ดูแลรักษาหัวใจของตน ดูแลรักษาชีวิตความเป็นมนุษย์ของตน แล้วฝึกหัดปฏิบัติของเราขึ้นมา

เวลาเราทำลายคน ฆ่าคนตาย ติดคุก ๒๐ ปี ประหารชีวิต เวลามันฆ่าตัวตายนะ ต้องทำอย่างนั้นอีก ๕๐๐ ชาติ

ว่ามันเป็นคุณงามความดีๆ ก็ฆ่าตัวตายซะ จนตรอกแล้วก็ทำลาย

สิ่งมีชีวิตมีคุณค่าที่สุด มีคุณค่าเพราะอะไร เพราะสิ่งมีชีวิต เห็นไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อหัวใจของสัตว์โลก รื้อหัวใจของเราไง ถ้าหัวใจของเรามันดีงามนะ โอ้โฮ! ทุกอย่างข้างนอกมันดีงามไปหมดเลย นี่ไง คนจิตใจที่มันเลวทรามนะ ถือเพชรมันก็ไม่มีคุณค่าใดๆ ทั้งสิ้น

คนที่จิตใจที่ดีงามนะ กำขี้นะ เขาทำธุรกิจ ขี้ค้างคาวเขาขาย ขายขี้นี่เป็นเศรษฐีนะ คนที่มีสติมีปัญญาขายขี้ เขากำขี้ยังมีคุณค่าเลย ไอ้เรา ใจเราเป็นมาร กำเพชรไม่มีค่าหรอก เพชรมันก็เป็นเพชรอยู่อย่างนั้นน่ะ แต่หัวใจคนมันเลวทราม เราจะเป็นอย่างนั้นไหม เราถามตัวเราเอง เราจะไม่เป็นอย่างนั้น ถ้าเราไม่เป็นอย่างนั้น นี่ไง มีศีลไง

ร่างกายสกปรก อาบน้ำมันก็หายนะ แต่หัวใจที่กิเลสมันเผาผลาญ ทำอะไรมันถึงจะหายล่ะ ศีลก็เป็นแค่รั้วรอบขอบชิดที่ไม่ให้มันลุกโชนขึ้นมาเท่านั้นน่ะ ถึงที่สุดแล้วทำความสงบของใจเข้ามาๆ

ถ้าทำความสงบของใจเข้ามา คือสภาวะแวดล้อมที่ดีงาม สภาวะแวดล้อมที่ดีงามทำอะไรมันก็เจริญงอกงาม สภาวะแวดล้อมภัยแล้ง ปลูกข้าว จะทำพืชเกษตร มันไม่มีน้ำ ที่ดินแตกระแหงทั้งนั้นน่ะ แล้วจะไปทำที่ไหน ทำไปเหงื่อไหลไคลย้อยเหมือนคนบ้า ทำลงไปนะ ให้มันไปเสียหายข้างหน้า แล้วตัวเองลงทุนเสียแรงเปล่าขึ้นมาไง

แต่ถ้าสภาวะแวดล้อมที่ดีงาม ถ้าสภาวะแวดล้อมที่ดีงาม จะหว่านกล้า ทำไร่ไถนาได้ผลทั้งนั้นน่ะ หัวใจของคน หัวใจของคนถ้ามันดีงาม เราทำคุณงามความดีของเรา ปรับสภาพในหัวใจของตนไง ปรับสภาพในหัวใจของตนให้สภาวะแวดล้อมที่ดีงามไง

สภาวะแวดล้อมที่ดีงาม ใครเป็นคนจัดหาให้ล่ะ ซื้อบ้านจัดสรรใช่ไหม ซื้อที่จัดสรรนู่นน่ะ เขาจัดสรรไว้ให้ เวลาซื้อเสร็จแล้วเขาทิ้งนะ ไม่มีสาธารณูปโภคอะไรสักอย่างหนึ่ง ไปนั่งตากแดดตากฝน นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว

แต่เราทำของเราเองไง มีสติ ใครจะติฉินนินทา โลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ ไม่มีหรอกที่เขาจะชื่นชมเรา แต่ของเราทำของเราๆ คนที่เขาทำคุณงามความดีของเขา ทำคุณงามความดีของเขาจนสังคมเขาชื่นชม ชื่นชม เขาไม่หวั่นไหว ไม่สะเทือนอะไรเลย

ไอ้เรานี่ใครไม่ชื่นชมไม่ได้ กูเป็นคนดีๆ คนดีที่ไหน คนดีทะเลาะกันหรือ คนดีมันเรื่องของเขา เราสร้างคุณงามความดีของเรา

พระพุทธศาสนา “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

ถ้าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้แล้ว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้พระองค์เดียว สอนสามโลกธาตุ กามภพ รูปภพ อรูปภพนู่นน่ะ สอนหมดเลย สอนได้ทั้งนั้นเลย

ไอ้เรา ตัวยังสอนไม่ได้ ตัวเราเองยังสั่งมันไม่ได้ ยังควบคุมใจตัวเองไม่ได้ จะไปสอนใคร

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนสามโลกธาตุนะ เพราะอะไร อาสวักขยญาณทำลายอวิชชา ทำลายพญามาร ทำลายตัวตนของตนทั้งสิ้น ทำลายภพ ทำลายชาติทั้งหมด ทะลุทั้งหมดในวัฏฏะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเคลื่อนไหวไปไหน แค่เหยียดแขน คู้แขน ไปได้หมดเลย ตรงไหนก็ได้ เหยียดแขนแล้วคู้แขน ถึงแล้ว

ไอ้เรานะ ไปต่อเครื่องบิน ต่อแล้วต่ออีก จะไปเที่ยวอวกาศ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหยียดคู้ จะไปที่ไหน แค่เหยียดคู้ถึงหมด อำนาจวาสนาของท่านด้วยการกระทำของท่าน ผู้ที่มีอำนาจวาสนานะ แล้วถ้ามันมีอย่างนี้แล้วมันจะไปตื่นเต้นอะไรกับข้างนอก มันจะไปตื่นเต้นอะไรกับการเหยียดการคู้นี้ เพราะอะไร เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพานนะ เวลาพระนั่งล้อมรอบเลย

“องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานหรือยัง”

“ยัง” นี่พระอนุรุทธะไง ขณะนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ เข้าระหว่างรูปฌาน อรูปฌาน แล้วพอออกมาระหว่างรูปฌาน อรูปฌาน นิพพานตรงนั้น พอนิพพานตรงนั้น บัดนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว แต่เวลาท่านนอนสีหไสยาสน์อยู่ ท่านกำลังจะทิ้งธาตุขันธ์

นี่ไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กิเลสนิพพาน ขันธนิพพาน กิเลสนิพพาน กิเลสตัณหาความทะยานอยาก อาสวักขยญาณทำลายอวิชชาทั้งหมด เวลาจะปรินิพพาน ทิ้งธาตุทิ้งขันธ์ ทิ้งร่างกาย ทิ้งธาตุไว้ที่นี่ แต่วิหารธรรมนั้นไม่ใช่ คนละเรื่อง แล้วคนละเรื่อง นิพพานมีหรือไม่มี ถ้าไม่มี เอาอะไรมาเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน เอามาเข้าฌานสมาบัตินี้

ฌานสมาบัตินี้ตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อุทกดาบส อาฬารดาบสรับประกัน ไม่เอา เพราะอะไร เพราะมันแก้กิเลสไม่ได้ มันไม่ใช่มรรค ๘ ไม่ใช่ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา มันไม่มีปัญญา ปัญญาชอบ งานชอบ งานอะไร งานเอาฤทธิ์เอาเดชหรือ

เอาฤทธิ์เอาเดชมันก็ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ของชั่วครั้งชั่วคราว ของเล่น ไม่ใช่ของจริง เวลาของจริง ศีล สมาธิ ปัญญา มีสมาธิด้วย ยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ด้วย มันชอบธรรมไปทั้งหมดไง มันชอบธรรมทั้งหมด กิเลสมันหลบมันหลีกไปไหน ตามถึงหมดน่ะ ชำระล้างทั้งหมดน่ะ สำรอกคายทั้งหมด สมุจเฉทปหาน ฆ่าทั้งหมด

แล้วว่าอะไรๆ ก็ต้องฆ่าๆ

เขาเสียดสีเราไง อะไรก็ต้องฆ่าๆ เราไม่ต้องไปฆ่ามัน เราเลี้ยงมันไว้เป็นเพื่อน เราไม่ต้องมีขณะก็ได้ เราเลี้ยงกิเลสไว้เป็นเพื่อน

กิเลสมันทำให้เจ็บแสบปวดร้อนในใจ ไม่ใช่ชาตินี้ชาติเดียว สิ่งที่เกิดๆ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม เราทำคุณงามความดีมากน้อยขนาดไหน มันมาเกิดเป็นมนุษย์นี่ มีอำนาจวาสนาขนาดไหน

เราเน้นย้ำตลอด เพราะเราเห็นคุณค่าไง การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ มนุษย์ทำดีก็ได้ ทำชั่วก็ได้ มนุษย์เป็นรัฐบุรุษก็ได้ มนุษย์เป็นทรราชก็ได้ มนุษย์เป็นได้ทั้งนั้นน่ะ มนุษย์น่ะ อยู่ที่มึงเลือก แล้วใครจะเลือกล่ะ

สติปัญญาของตนไง

นี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิด

“ในบรรดาสัตว์สองเท้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด”

เวลาคบมิตร คบมิตรคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คบมิตรที่ประเสริฐที่สุดคือคบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ธรรมและวินัยเป็นศาสดา เราคบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศึกษาค้นคว้า แล้วฝึกหัดปฏิบัติเป็นประเพณีวัฒนธรรม

แค่ประเพณีวัฒนธรรมนะ เมืองไทยขายประเพณีวัฒนธรรม โอ้โฮ! คนทั่วโลกมาเที่ยวๆ มาเที่ยวแล้วไม่มีอะไรแปลกใหม่ ขายแต่ของเก่าๆ ตั้ง ๒,๐๐๐ ปีมาแล้วไง เดี๋ยวนี้เขาไปที่อื่นแล้ว เขามาแล้วหนสองหนเท่านั้นแหละ จะไปที่อื่น นี่ขายวัฒนธรรม

สิ่งที่เราคบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันถึงเป็นอย่างนี้ไง แล้วเป็นอย่างนี้หน้าฉากไง หลังฉากกิเลสมันเผาๆๆ อยู่นั่นน่ะ หลังฉากมันทุกข์ไง มันพยายามบริหารจัดการให้มันดีงามขึ้นมาให้ได้ ถ้าเราบริหารจัดการขึ้นมาได้ กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

เราทำคุณงามความดีของเรา เราสร้างคุณงามความดีของเรา มันเป็นบุญและบาป แต่ถ้าจะเอาข้อเท็จจริงไง ต้องเริ่มต้นฝึกหัดปฏิบัติ ทำสภาวะแวดล้อมในหัวใจของตนให้ดีงาม ทำความสงบของใจให้ได้ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนมันจะเกิดตรงนั้นน่ะ

แล้วเวลาตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนะ เกิดจักขุญาณ เกิดความรู้ความเห็นในใจของตน เกิดความมหัศจรรย์ โอ้โฮ! มนุษย์เป็นได้ขนาดนี้เชียวหรือ มนุษย์เป็นได้ขนาดนี้เชียวหรือ

เวลาหลวงปู่มั่นท่านละกิเลสแต่ละชั้นแต่ละตอน เทวดาสาธุการ โลกธาตุนี้ไหวหมด เรานอนหลับยังไม่ตื่นเลย นอนหลับตื่นแล้วจะต้องรีบทำหน้าที่การงาน เรื่องของโลกไง แต่ครูบาอาจารย์ของเราไง อยู่ในป่าในเขารื่นเริงอาจหาญไง อาจหาญตรงไหน มันจะเข้าด้ายเข้าเข็ม เห็นไหม เวลาทำความสงบของใจเข้ามามันมหัศจรรย์ มันมีความสุขมหัศจรรย์

ถ้าไม่มีความสุขมหัศจรรย์อย่างนั้น ทำไมครูบาอาจารย์เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาทั้งวันทั้งคืนๆ ไม่ต้องกินไม่ต้องนอน กินก็ไม่ได้กิน เพราะอดอาหาร นอนก็ไม่ได้นอน เพราะนอนไม่ได้ เพราะว่ามรรคมันพรั่งพรู เวลาปัญญามันพรั่งพรูในหัวใจ มันมหัศจรรย์

เวลาทำคุณงามความดีๆ ไง ความดีอย่างนั้น ฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ ใช่ ทำงานนี้เหนื่อยมาก วิตกกังวลมาก ทำอย่างไรไม่ประสบความสำเร็จ นี่บุญบาปของคน แค่หาปัจจัยเครื่องอาศัยดำรงชีวิตก็ทุกข์ยากพอแรงแล้ว

แต่ถ้าทุกข์ยากนะ ถ้ามีธรรมขึ้นมา มันจะเริ่มหล่อลื่น มันทุกข์ยาก ทุกข์ยากเพราะร่างกายนี้ ทุกข์ยากเพราะเราเกิดเป็นคน แล้วเราทำอำนาจวาสนามาแค่นี้ เราก็พยายามสร้างสมมา

อำนาจวาสนาเกิดที่ไหน

อำนาจวาสนาก็เกิดที่การกระทำนี้ไง อำนาจวาสนาก็เกิดจากน้ำใจเรานี่แหละ เราจะได้มีบุญกุศล เรามีน้ำใจกับเขาก่อน ทำข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมา ดูสิ มาวัดมาวา คนมาใหม่ๆ ไม่กล้าใช้ห้องน้ำนะ เขามาอุทธรณ์กับเรา อู๋ย! ดิฉันไม่กล้าใช้ห้องน้ำหรอก พระทำความสะอาด แล้วดิฉันไม่กล้าใช้

เขาไม่ได้ทำเพื่อเอ็ง เขาทำเพื่อพระพุทธเจ้านู่น พระบวชมาแล้วเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส ทำข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมาด้วยความเคารพบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมาเพื่อเคารพบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราเป็นบริษัท ๔ ไง เรามาวัดมาวา เราใช้สอยสิ่งนั้นไง

โอ๋ย! เห็นพระทำความสะอาดแล้วดิฉันไม่กล้าใช้เลย

ใช้เถอะ ใช้ไปเลย แต่ใช้ด้วยความดีงาม ใช้แล้วอย่าให้มันสกปรกโสโครก มันหน้าที่ของพระ นี่ไง วัดไม่ร้างไง ข้อวัตรปฏิบัติไง

วัดมีพระไหม พระเต็มวัดเลย แต่มันทิ้งข้อวัตร ทิ้งพระพุทธเจ้าไปคบเทวทัต ไปคบมารไง นอนกระดิกเท้า เป็นผู้มีบุญไง ไอ้พวกนั่งกินนอนกินไง ไอ้พวกติดเตียง ไอ้พวกนั่งกินนอนกิน ต้องใช้สายยาง ชอบ ชอบอย่างนั้นน่ะ ชอบใช้ปั๊มๆ ชอบอย่างนั้นน่ะ จะนั่งกินนอนกินไง

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบิณฑบาตจนมื้อสุดท้าย ฉันอาหารของนายจุนทะเป็นมื้อสุดท้าย มื้อสุดท้ายในวัฏฏะนี้ แล้วปรินิพพานไปแล้ว วางธรรมวินัยนี้ไว้ให้ชาวพุทธเราได้เคารพบูชา ได้พยายามฝึกหัด พยายามศึกษาค้นคว้า แล้วทำขึ้นมาให้เกิดขึ้นมาในหัวใจ

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์เรากราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบแล้วกราบเล่า ถ้าไม่มีธรรมและวินัยอันนี้ ใครมันจะมีความสามารถได้ขนาดนี้ แล้วความสามารถที่มันเกิดขึ้นมา ภาวนามยปัญญา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน มันมหัศจรรย์แค่ไหน มันพัฒนาขึ้นมานั้นแล้วเงียบ

เห็นเขาทุกข์เขายากนะ สังคมทุกข์ยากๆ มาก แล้วเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง เกิดในสังคมนั้น ถ้าเราอยู่ในสังคมนั้น เราก็ทุกข์ยากของเราอยู่อย่างนั้น

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ เราเลือกหนทางไง เลือกหนทาง บวช บวชมาเป็นพระ เป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส แล้วพยายามฝึกหัดตนขึ้นมาให้ได้ ข้อวัตรปฏิบัติมันมีของมัน มันมีทั้งหมดน่ะ

คนเราเจ็บไข้ได้ป่วยต้องการยา ไอ้นี่เราเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยกิเลส มรรค ๘ ฆ่ามันๆ

เราไม่ต้องทำก็ได้ เรานึกเอาว่าเรานิพพาน ที่ไหนเขามีธรรมะ ระลึกได้ พลิกซ้ายพลิกขวา บรรลุธรรมหมดเลย

บ้าบอคอแตก ทำให้ศาสนาเราเศร้าหมอง

ถ้าศาสนามันแวววาว มันแวววาวจากความข้อเท็จจริงในใจนั้น ข้อเท็จจริงในใจนั้นที่กิเลสมันแผดเผา เราไม่รู้ เราหาต้นสายปลายเหตุไม่ได้ ถ้าเรามีอำนาจวาสนา เราฝึกหัดปฏิบัติ เรารู้เราเห็น เราเห็นต้นเหตุ เห็นการจุดประกาย วิกฤติในหัวใจของตน ยิ่งเห็นยิ่งความเพียร ยิ่งเห็นยิ่งศรัทธา ยิ่งเห็นยิ่งขวนขวายทำคุณงามความดีของเรา

แต่ถ้ามันบูชากิเลสไง กรรมฐานม้วนเสื่อ กระทำอะไรก็แล้วแต่ที่มันทุกข์มันยาก เลิก พอ มันถึงไม่ได้ผลไง พอมันไม่ได้ผล นี่กรรมของสัตว์ เขาสร้างอำนาจวาสนามาแค่นั้น แล้วเขาก็รู้แค่นั้น แต่ความรู้ยังอีกมากมายที่เขาควรรู้ ควรฝึกหัด ควรปฏิบัติ เพราะเขาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว เขาเป็นนักปฏิบัติที่ดีงามแล้ว เขาควรทำด้วยสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม เป็นสันทิฏฐิโก รู้จริงเห็นจริงในหัวใจของตน เอวัง