เทศน์เช้า วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์
หลวงปู่มั่นบอกว่า “ดีที่ดีที่สุด ดีคือไม่มีโทษ”
ไอ้ความดีๆ ที่มีโทษน่ะ เมตตาสงสาร ทำแต่ความดี สร้างปัญหาให้สังคมเยอะแยะ เลี้ยงนกพิราบนั่นน่ะ เลี้ยงหมานั่นน่ะ
สัตว์เดรัจฉานมันก็รักความสุข เกลียดความทุกข์ทั้งนั้นน่ะ แต่สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม
สพฺเพ สตฺตา สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เป็นสุขๆ เถิด สร้างคุณงามความดีๆ ของเราไง
เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ทำคุณงามความดีอย่าเบียดเบียนคนอื่น อย่าให้เป็นภาระคนอื่นเขา เป็นภาระคนอื่นเขา เขาแบกรับภาระไม่ไหว
นี่ไง จะทำความดี ความดีที่ไม่มีโทษไง เราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เราจะทำคุณงามความดีของเรา มีโทษไหม
นิมิตนั่นแหละ กิเลสนั่นแหละ มันพาเตลิดเปิดเปิงไปนั่นแหละ ไม่มีร่องไม่มีรอย เอาความดีมาจากไหน
ความดีๆ หลวงปู่มั่นท่านภาวนาของท่านนะ ท่านอยู่ในป่าในเขาของท่าน หลวงตาพระมหาบัวท่านบอกว่า ภาวนาไม่ให้ใครเห็น
ทำความดีเขาไม่อวดหรอก ไอ้ที่ฉุยฉายๆ ไร้สาระ ความดีของเขา เขาทำเพื่ออำนาจวาสนาบารมี ถ้าอำนาจวาสนาบารมีนะ เราสร้างคุณงามความดีมาจากภายนอก ถ้าภายในๆ เราก็รู้ไง ภายในๆ รู้เพราะอะไร
เพราะใครนั่งก็แล้วแต่ มันเกลียดการกระทบกระทั่ง เกลียดการคลุกคลีตีโมง เพราะอะไร เพราะมันทำให้ฟุ้งซ่าน แล้วเราพยายามจะทำให้จิตเราสงบเข้ามา แล้วไอ้ความฟุ้งซ่านนั้นน่ะเข้ามากดทับ เข้ามาขุดคุ้ย
ไม่รักหมู่คณะ ไม่มาคุยกัน
คุยกับใคร คุยกับกิเลสสิ
เวลาครูบาอาจารย์ของเราท่านสร้างคุณงามความดีของท่าน ท่านทำคุณงามความดีของท่านนะ อยู่คนเดียวก็อยู่ได้ อยู่หมู่คณะก็อยู่ได้
หมู่คณะที่ดีงามนะ เราก็แปะไว้นานหน่อย ถ้าหมู่คณะที่ไม่ดีงาม เราก็ตัดทิ้งๆๆ เพราะอะไร ดีที่ไม่มีโทษ
ดีที่แบกหามเขา ขี้รดหัว ขี้รดหลังเต็มไปหมดเลย มีแต่ขี้
ถ้าเอาคุณงามความดีๆ ไง ดีที่ไม่มีโทษ ดีที่ไม่มีโทษนะ สติ สมาธิ ปัญญา มัคโค ทางอันเอกในสายกลางในพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ ถ้ารื้อสัตว์ขนสัตว์ เราเกิดมา เห็นไหม ทางรัฐบาลเขาก็สวัสดิการจัดหาให้เพื่อความสงบสุข แล้วเราไปเห็นคนทุกข์คนจน คนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ทุกคนเห็นแล้วก็เศร้าทั้งนั้นน่ะ
แล้วคนที่เขาเป็นคนอนาถา คนไม่มีบ้าน เวลาเขาไปสัมภาษณ์ไง กระผมเมื่อก่อนเป็นเจ้าของตลาดหุ้นเลยนะ นักเล่นหุ้นทั้งนั้นน่ะ เวลาเขาตกทุกข์ได้ยากไง ผู้รับเหมาๆ เวลาผิดพลาดขึ้นมา เขาโดนยึดทรัพย์หมดน่ะ สุดท้ายแล้วเขาก็ไปนอนข้างถนน เวลาไปถามเขาน่ะ ผมเคยมีนะ ผมเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างนะ
มองคน มองแต่ภายนอกใช่ไหม ภายในของเขา เขาระหกระเหินมาขนาดไหน แล้วเราล่ะ เราที่ว่าเรามีกำลังอยู่นี่ มีสติปัญญารักษาทรัพย์สินของเราได้หรือไม่
คนที่ฉลาดเท่านั้นถึงจะรักษาทรัพย์สมบัติของตนได้ ครอบครัวใดที่รู้จักประหยัดมัธยัสถ์ ของที่เสียหายรู้จักซ่อมแซมนะ ครอบครัวนั้นจะยั่งยืน ครอบครัวใดสุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายมือเติบ ครอบครัวนั้นมองอนาคตได้เลย
ดีที่มีโทษและดีที่ไม่มีโทษ
เราอย่าคิดว่าทำความดีๆ ฉุยฉายๆ
มันลิเก
ดีของเรานะ อยู่คนเดียวก็ต้องอยู่ได้ เวลานั่งสมาธิขึ้นมา ให้มันสงบระงับเข้ามาได้ ถ้ามันสงบเข้ามาแล้ว นั่นน่ะมันจะมีโทษอะไรของมันบ้าง
ทำไมคนเราเกิดมาไม่มีเวรมีกรรมเลยใช่ไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เศษกรรมๆ ไง จะปรินิพพาน บอกพระอานนท์ “อานนท์ เราหิวกระหายน้ำเหลือเกิน ไปตักน้ำให้เราฉันหน่อย”
พระอานนท์ไปแล้วละล้าละลัง ตักไม่ได้ น้ำมันขุ่น ขุ่นเพราะอะไร ขุ่นเพราะมันมีเกวียนสินค้าที่เขาเพิ่งขับผ่านไป
พระอานน์นิมนต์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “ขอให้พระองค์จงเสด็จไปข้างหน้าเถิด มีลำธารข้างหน้าอยู่”
“เรากระหายเหลือเกิน”
พระอานนท์ไปตัก พอตักตรงนั้นมันใส ใสเฉพาะที่ตักนั่นแหละ เพราะอำนาจวาสนาบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวรกรรมๆ มันก็มีของมัน เห็นไหม แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เศษเวรเศษกรรม
เศษกรรม สอุปาทิเสสนิพพาน พระอรหันต์ที่ดำรงธาตุขันธ์อยู่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทวทัตจ้างให้นายธนูไปยิง ๔ คน ตัดตอนๆ ๑๖ ชุดน่ะ
นี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โอ้โฮ! เป็นศาสดาแล้วทุกคนจะเคารพนบนอบไปหมดหรือ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกพระไว้ไง
ภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกเธอโดนโลกธรรม ๘ ทำความดีแล้วชาวบ้านเขาเสียดสี ชาวบ้านเขานินทา ชาวบ้านเขากลั่นแกล้ง อย่าเสียใจ ให้ดูเราตถาคต ท่านโดนมากกว่า มากกว่าเยอะเลย
ท่านสอนพระนะ ช้างศึก เวลาเข้ายุตหัตถีมันไม่กลัวลูกธนูของใครทั้งนั้น ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น มันบุกเข้าไปเลย ช้างศึกออกรบ
นี่ไง นักรบๆ ไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ของเรา เวลารบกับกิเลสในใจ ฟังหลวงตาพระมหาบัวท่านพูดสิ เวลาท่านนั่งตลอดรุ่ง เหมือนกับไปเอาฟืนนะ มากองใส่ตัวเอง แล้วจุดไฟเผาขึ้น มันร้อน มันเจ็บปวดขนาดนั้นน่ะ แต่เวลาพิจารณาไปแล้วมันหลุดหมดเลย จิตนี้เด่นดวงขึ้นมาเลย มันเป็นเพราะอะไรล่ะ
ทำดีที่ไม่มีโทษ
ถ้าเป็นเรา โอ้โฮ! แหกปาก แหกกระเชอเลยล่ะ ไม่มีใครช่วยๆ
ใครจะช่วย กรรมใครเป็นคนทำ ความดีเราก็ทำอยู่นี่ไง ดีที่ไม่มีโทษนะ อย่าให้มันไปเบียดเบียนคนอื่นเขา อย่าให้กระทบกระเทือนเขา
เวลาหมู่คณะที่อยู่ด้วยกัน เวลาเขาเดินไม่มีเสียงเลย เวลาเดินไปไม่มีเสียงนะ เวลาทำข้อวัตรแก๊กๆๆ แสดงว่าขาดสติ หลวงตาไล่ออกจากวัดเลย
กวาดวัดๆ ขุดเอาใช่ไหม เขาให้ตีตาด ไม่ใช่ขุดดิน เขาให้ทำให้ฝึกหัดสติปัญญาขึ้นมา แล้วครูบาอาจารย์เขามีหูมีตาทั้งนั้นน่ะ ใครทำอย่างไรมันออกมาจากจิตมันทั้งนั้นน่ะ ออกมาจากจิตใต้สำนึกอันนั้น แล้วจิตใต้สำนึก นั่นมีโทษหรือไม่มีโทษ มันเป็นบาปหรือมันเป็นกรรม มันสร้างคุณงามความดีอะไรขึ้นมา
เวลาเราทำข้อวัตร เราทำข้อวัตรนี้ เราทำเชื่อตามข้อวัตรปฏิบัติในธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราทำเคารพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราทำด้วยความเคารพบูชา เราทำด้วยความรื่นเริง เราทำด้วยความอาจหาญ เราทำด้วยความปกติสุข ไม่มีโทษกับใคร
แต่เวลาตีตาด มันมีมด มีเหลือบ มีไร เราก็พยายามหลบหลีกถ้ามีสติปัญญา ถ้าเราจะมีโทษๆ มีโทษเพราะว่าบางคนเห็นสภาพ มันอ้างเลยนะ มันจะกำจัดมดกองนั้น มันไปเอาไม้กวาด มันจะกวาดพื้นที่
เจตนา เห็นไหม เราตีตาดๆ ตามเวลาของพระ เวลาหมู่คณะที่ตั้งกติกากันไว้ ถ้าเราเห็นอะไรที่มันเป็นโทษกับใคร เราก็หลบหลีกเอา
แต่ถ้ามันเป็นธรรมๆ นะ ชื่นบาน ศากยบุตรพุทธชิโนรส บวชเป็นพระๆ ตั้งแต่อุปัชฌาย์ให้กรรมฐาน ๕ กรรมฐาน เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ รุกขมูลเสนาสนัง เป็นงานหลักของพระที่ฝึกหัดปฏิบัติ แล้วข้อวัตรปฏิบัตินั้นน่ะมันก็พยายามจะระงับโทษในใจของตัวไง
จิตที่มันฟุ้งซ่าน จิตที่มันคร่ำครวญ ที่มันบอกว่า โอ้โฮ! ไม่มีใครสนับสนุนเลย
ฟังแล้วมันทุเรศ จะออกธุดงค์ก็ไม่มีกลด ไม่มีบาตร จะต้องไปเรี่ยไรแล้วเรี่ยไรอีก
มึงไม่ต้องทำหรอกอย่างนั้นน่ะ
ครูบาอาจารย์ของเราท่านฝึกหัดนะ เหลาริ้วกลด หาผ้ามามุง แล้วหัดตัดเย็บ บริขารทำเอากับมือทั้งนั้นน่ะ ทำเอากับมือแล้วเป็นช่าง นายช่างไม่กลัวรถของตัว บ้านของตัวชำรุดทรุดโทรม เพราะนายช่างมันจะซ่อม
ทำอะไรไม่เป็นเลย ไม่เอาอะไรทั้งนั้น เวลาอะไรมาก็ “ไม่มีใครส่งเสริม พระพุทธศาสนาจะไม่เจริญ พระพุทธศาสนาเจริญต้องส่งเสริมพระปฏิบัติ”
“พระปฏิบัติออกไปรบกับกิเลสในป่าในเขา เราเป็นชาวพุทธ เราต้องส่งเสริม”
ส่งเสริมทำไม ส่งเสริมอะไร มันงอมืองอเท้า มันทำอะไรไม่เป็นเลย
หลวงปู่มั่นนะ ก่อนบวชต้องเป็นปะขาวอย่างน้อยๆ ต้อง ๔–๕ ปี ต้องหัดตัดเย็บให้ได้ ท่องปาติโมกข์ไม่ได้ ไม่ให้บวช นี่ไง เขาคัด เขาเลือก เขาแยกของเขามาตั้งแต่ต้น แล้วใครจะเข้ามา
ดีที่ไม่มีโทษไง ดีที่จะปฏิบัติด้วยความอาจหาญ ปฏิบัติด้วยความรื่นเริง บูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วถ้าจิตมันสงบนะ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ที่กลางหัวอกของเราเลย แล้วกลางหัวอกนี้มันเบ่งบานขึ้นมา กลางหัวอกมันมหัศจรรย์ขึ้นมา กลางหัวอกนั้นถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาให้เป็น ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาเป็น เห็นไหม ดีไม่มีโทษ โทษก็โทษกิเลสทั้งนั้นน่ะ
นี่เหมือนกัน ภายนอกน่ะ เกิดมาเป็นคนใช่ไหม มนุษย์ก็เป็นสัตว์สังคมทั้งนั้นน่ะ เห็น เลี้ยงนกเขา เลี้ยงอะไร ชาวบ้านเขาไปร้องเรียนเขต โอ๋ย! วุ่นวายไปหมด
เมตตานะ ฉันรักสัตว์ โคตรรักเลย
แล้วมนุษย์ที่เขาดมกลิ่นขี้นกพิราบ มนุษย์ที่เขาโดนหมากัด เอ็งไม่รักมนุษย์เลยหรือวะ เอ็งรักสัตว์ แต่ไม่สนใจมนุษย์เลยหรือวะ
ทำอะไรมันต้องมีเหตุมีผลของมัน คนที่มีสติปัญญาไง ตั้งแต่ภายนอกเรายังบริหารจัดการความเป็นอยู่ของเราไม่ได้ แล้วเอ็งจะไปค้นคว้าหาใจของตนได้อย่างไร
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ตนเวลาร่างกายนี้นะ โอนสัญชาติมันก็โอนไปหมดแล้ว ตายแล้วเขาก็จำหน่ายแล้ว แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อหัวใจของสัตว์โลก เพราะจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ จิตนี้ไม่เกิดโดยกติกา จิตเกิดเพราะกรรม การกระทำ ทำดีทำชั่วไง
ดูสิ เวลาลูกศิษย์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฟังเทศน์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง บางคนฟังจนหูแทบระเบิด ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พาหิยะฟังหนเดียวเป็นพระอรหันต์เลย ปฏิบัติในสมัยพุทธกาล ผู้ปฏิบัติง่ายรู้ง่ายก็มากมาย ผู้ที่ถูไถ ถ้าไม่ถูไถมันจะมีวินัยมา ๒๑,๐๐๐ ข้อนี้หรือ
ผู้ที่การกระทำ อนุบัญญัติๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบัญญัติขนาดไหน มันก็ดิ้นพล่านๆ ออกไปข้างทางนั่นน่ะ อนุบัญญติตามมันไป ตามมันไปเพราะอะไร
ถ้ามันทำได้ ภิกษุอื่นเขาจะเอาเป็นแบบอย่าง ภิกษุอื่นที่เข้ามา อนุชนรุ่นหลังที่มาบวช มาศึกษาค้นคว้า ถ้าเขาเห็นทำอย่างนั้นเขาก็ตามไป
ถ้าเห็นอย่างนั้นตามไปแล้ว เราวางไว้ อย่าเพิ่งตัดสินอะไรทั้งสิ้น เปิดพระไตรปิฎก ค้นคว้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมและวินัย
วินัยก็บังคับไว้ กฎหมายยังเขียนไว้อย่างนั้นน่ะ แต่พฤติกรรมทำไมมันเป็นอย่างนี้ ทำไมมันแตกต่างกันไปไง
นี่ไง ถ้าเราไม่เชื่อตามๆ กันมา เราฟังแล้ว
หลวงตาพระมหาบัวท่านเป็นมหานะ ท่านไปอยู่กับหลวงปู่มั่น ท่านเล่าให้ฟัง เวลาหลวงปู่มั่นทำสิ่งใดมันก็เห็นนั่นน่ะ แต่ก็ไปเปิดพระไตรปิฎก ทั้งๆ ที่ท่านเป็นมหานะ เพียะๆๆ มันเคารพทั้งข้างนอก ข้างในไง
นี่ไง หลวงปู่มั่นท่านพูด “หมู่คณะจำมหาไว้นะ มหาดีทั้งภายนอก”
ภายนอกก็ข้อวัตรปฏิบัตินี่ไง ภายนอกก็กติกานี่ไง ภายนอกก็กฎกติกาที่จะเข้าไปสู่หัวใจของตนไง
“มหาดีทั้งภายนอกและภายใน”
ภายในๆ บุคคล ๔ คู่ ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เพราะหลวงปู่มั่นเป็นผู้อบรมบ่มเพาะมา หลวงปู่มั่นเป็นผู้แก้จิตมา แก้จิตๆ เพราะอะไร เพราะคนเข้าไปแล้ว ไปเห็นกิเลสแล้วจะสู้อะไรมัน จะเอาอะไรไปสู้กับมัน แล้วสู้กับมันก็แพ้ราบคาบ แพ้ราบคาบก็ว่างหมดเลย
หลวงปู่มั่นฟาด ดึงออกมาๆ มันต้องใช้สติให้ปัญญาสิ มันต้องมีสมาธิ มันถึงมีกำลัง จิตมันถึงเป็นตัวของมันเองได้ มันต้องมีปัญญา ปัญญาเกิดจากจิต ไม่ใช่ปัญญาเกิดจากธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จำมาๆ แล้วก็ตัวเองรอบรู้ไปทุกอย่าง พฤติกรรมเบื้องหลังเป็นอีกอย่างหนึ่งเลย
ดีที่ไม่มีโทษ
ดีที่มีโทษ ก็อ้างไง ทำดีๆ ตั้งพรรคการเมืองเว้ย พรรคทำดี แล้วประชาชนต้องเลือกหมด ประชาชาติฉิบหายเลย
ทำดี ทำดีไม่มีโทษ ทำดีมันต้องลงสู่ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ไม่ลำเอียงไปข้างใดทั้งสิ้น มันเป็นข้อเท็จจริงนะ
โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิจ
หลวงตาพระมหาบัว โครงการช่วยชาติฯ ท่านพูดไง “ถ้าเรามีนะ เราจะเอารถแทรกเตอร์ไถทองคำให้ชาติไปเลย แต่เรามันไม่มี”
มนุษย์เหมือนกัน ต้องมีปัจจัยเครื่องอาศัย พระก็บิณฑบาตเลี้ยงชีพตามแต่อำนาจวาสนา มันจะได้มากได้น้อยก็บุญกุศลของตน แล้วพยายามฝึกหัดหัวใจของตนขึ้นมาให้มันเป็นธรรมขึ้นมาได้ แล้วต้องให้มันเป็นความดีที่ถูกต้องชอบธรรม ดีที่ไม่มีโทษ
อย่าเอาโทษไปป้ายใคร อย่าไปเกาะหลังใคร อย่าไปเหยียบหัวใคร อย่าไปทำลายใคร ทำลายกิเลสในใจของตน เอวัง