เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒๕ ต.ค. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรมนะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย

เวลาราชินีสวรรคตใช่ไหม ถ้าสวรรคต มันเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินไง ถ้าเป็นสมัยโบราณนะ โกนหัวทั้งประเทศ แต่สมัยปัจจุบันนี้โลกเจริญๆ ไง ไว้ทุกข์ ๑ ปี ถ้าไว้ทุกข์ ๑ ปี สิ่งที่ว่าเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน บ้านเมืองต้องมีขื่อมีแป คำว่า มีขื่อมีแป” เป็นระบบ ระบบมันทำให้ประเทศชาติร่มเย็นเป็นสุข

เราเกิดในประเทศนี้ไง เราเกิดในประเทศนี้ เราเกิดในแผ่นดินอันสมควร ถ้ามีเหตุการณ์วิกฤติขึ้นมา เราแสดงน้ำใจออกต่อกัน

วันนี้วันสวรรคต เขาให้ไว้ทุกข์ ๑ ปี เราทำบุญกุศลระลึกถึง ระลึกถึงอะไร

ระลึกถึงว่า ชีวิตนี้อยู่ในสังคมที่ร่มเย็นเป็นสุข อยู่ในสังคมที่มีคุ้มครองดูแล แต่คุ้มครองดูแล คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ถ้ามีวิกฤติในชีวิต มันก็บอกว่าไม่เห็นมีใครดูแลฉันเลยไง

คำว่า ดูแลๆ” ดูแลโดยระบบ แต่คนมันมีคนดีและคนชั่ว ในสังคมทุกคสังคมมีคนดีและคนชั่ว ถ้าคนดีๆ เขาเห็นใครตกทุกข์ได้ยากของเขา เขาจะเกื้อกูลเกื้อหนุนของเขา ถ้าเรามีอำนาจวาสนา เราเกื้อกูลเกื้อหนุนของเรา ถ้าเกื้อกูลเกื้อหนุนของเรา ถ้าเราไม่มีอำนาจวาสนา หรือสิ่งที่มันเป็นวิกฤติ เรามีน้ำใจต่อกัน

เห็นแล้วมันปลงธรรมสังเวช เห็นแล้วสังเวชไหม เห็นสังเวชนะ

ชีวิตเราไม่เป็นอย่างนั้น ชีวิตเราอย่างน้อยมันก็มีบุญมีกุศลคุ้มครองดูแลเรา คนทำคุณงามความดีของเรา ตกน้ำไมไหล ตกไฟไม่ไหม้ มันจะทุกข์มันจะยากขนาดไหน มันเอาวิกฤตินั้นรอดมาได้ ถ้าวิกฤตินี้รอดมาได้ เพราะเขาทำกุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เขาได้ทำของเขามา

เวลาคนที่ไม่ได้ทำมา เห็นไหม เวลาเด็ก เวลาเกิดมา พ่อแม่เอาไปทิ้งเลย ไม่มีโอกาสเลยนะ คลอดมาก็ตัดสะดือแล้วทิ้งเลย เขาไม่มีโอกาสอะไรเลย เพราะอะไร เพราะเขาช่วยตัวเองของเขาไม่ได้ แต่วิกฤติของชีวิต มันวิกฤติชีวิตของทุกๆ คนทั้งนั้นน่ะ

ฉะนั้น เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันมีที่มาที่ไปไง ธรรมะไม่ใช่ลอยมาจากฟ้า ธรรมะไม่มีใครมอบให้ ประทานให้ มีแต่เราโง่หรือเราฉลาด

ถ้าเราฉลาด เราศึกษา ชีวิตนี้เกิดมาทำไม

เรามีอำนาจวาสนานะ เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเที่ยวสวน เห็นคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย มันมีฝั่งตรงข้าม ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย

เวลาไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา อาสวักขยญาณทำลายอวิชชา ทำลายสิ่งที่ความเป็นพิษในหัวใจของคนไง

เพราะสิ่งที่เป็นพิษในหัวใจของคนนั้นทำให้จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เวลาจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันมีบุญหรือมีบาปล่ะ แล้วแต่ละภพแต่ละชาติเป็นจริตเป็นนิสัย ความรู้สึกนึกคิดอันนั้นน่ะสำคัญนัก สำคัญนักเพราะอะไร

เพราะมันเป็นจริตนิสัยของตนไง ถ้าจริตนิสัยของตน คิด เราคิดสิ่งใดขึ้นมาถูกต้องชอบธรรมทั้งนั้นน่ะ เวลาคนอื่นผิดไปหมดน่ะ

แล้วโลกไง โลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ เราก็เลือกข้างหนึ่ง อยากมีลาภ อยากมียศ อยากมีคุณงามความดีทั้งหมดเลย แล้วฝั่งตรงข้ามล่ะ

มันมีฝั่งตรงข้าม มืดและสว่าง มันของคู่ ถ้าของคู่ขึ้นมา เราก็ทำมาทั้งคู่ ทำความดีของเรา เราก็มีความผิดพลาดในชีวิตของเรามามากมายมหาศาลเหมือนกัน

แต่ถ้าเราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาไง พระพุทธศาสนาเวลาสอนขึ้นมา สอนถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สอนถึงสัจจะความจริงอันนั้น ถ้าเราพิจารณาของเราแล้วไง

เวลามันทุกข์ มันเป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริงไง เวลาชราคร่ำคร่านะ พระเราทำผิดวินัยนี่ผิดหมดน่ะ เว้นไว้แต่ภิกษุไข้กับภิกษุชราคร่ำคร่า มันทำไม่ได้ มันทำไม่ได้หรอก

นี่เหมือนกัน เวลามันแก่มันเฒ่าขึ้นมา เราให้อภัยต่อกันไง

คนแก่ๆ ให้เขาได้ฝึกทำงานของเขา ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะช่วยตัวเองเขาไม่ได้เลย แล้วเวลาติดเตียงขึ้นมา เราต้องจำนนกับสิ่งนั้นน่ะ เขายังไม่ตาย แต่ช่วยตัวเองไม่ได้ แต่ของเรา ถ้ายังเดินได้ เรายังคิดเป็น คิดได้ สุขภาพกาย สุขภาพจิต นี่บุญ

เวลาคนให้พรกันไง ขอให้ร่างกายแข็งแรง แล้วที่สำคัญที่สุดนะ ขอให้ฉลาด ขออย่าให้เชื่อใครได้ง่ายๆ

เวลาศรัทธาความเชื่อๆ เราศรัทธา เราให้สิทธิ์ทุกคน เราฟังทุกๆ คนน่ะ แต่เชื่อไหม เขามีสติปัญญามากน้อยขนาดไหน เราฟังแล้วเราคิดไง ถ้าเราคิดนี่แหละ ทำให้เราพ้นจากบ่วง ทำให้เราพ้นจากการครอบงำ ถ้าพ้นจากบ่วง พ้นจากการครอบงำ แล้วเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมานะ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ไม่ใช่ศรัทธาแล้ว

ศรัทธาๆ ศรัทธาดึงเราให้ไปศึกษาค้นคว้า เพราะศรัทธาทำให้ชีวิตมีคุณค่า มีสามัญสำนึกไง มีความรู้สึกนึกคิดไง ถ้าไม่ศรัทธา มันคิดแต่ตัวมันยิ่งใหญ่ไง ปฏิเสธเขาทั้งหมด ของเรายิ่งใหญ่

อัตตา อัตตาและอนัตตา เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา อัตตาทำให้เราทำสิ่งใดไม่ได้เลย เพราะว่าเราดีกว่าคนทุกๆ คน ทำความสงบของใจก็ทำไม่ได้

ถ้าใจสงบเข้ามา ใครดีกว่าใคร สัมมาสมาธิ ศีล สมาธิ ปัญญา มรรค ๘ ทุกคนฝึกหัดปฏิบัติได้ไง

ใจดวงใดไม่มีมรรค ใจดวงนั้นไม่มีผล

ใจของดวงใดที่ไม่มีความฉลาดขึ้นมา ไม่ฝึกหัดให้เป็นขึ้นมา

มันต้องเป็นของเราขึ้นมาไง ศีล สมาธิ ปัญญาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เป็นขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศีล สมาธิ ปัญญาของหลวงปู่มั่น ก็เป็นของหลวงปู่มั่น

ศีล สมาธิ ปัญญาของเราอยู่ในตำรา อยู่ในตำรา กูคิดเอา กูพอใจเอา กูคาดคะเนเอา เพราะเห็นสังคมไง เห็นเขาทำกันแล้วมันประสบความสำเร็จไง เราก็ทำพอเป็นพิธี เขาทำ กูก็ทำด้วย แต่กูไม่รู้อะไรเลย

มันต้องเป็นของเราสิ ถ้าเป็นของเราขึ้นมา โอ้โฮ! มันมหัศจรรย์ในหัวใจดวงนี้แล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นมา สภาวะสังคม สภาวะแวดล้อม นี่ไง เขาว่าจิตวิทยา ถ้าสังคมที่ดีงามจะทำให้หมู่ชนนั้นเป็นคนที่ดีงาม เวลาสังคมที่ดีงาม สิ่งที่สภาวะแวดล้อมต่างๆ ทำให้ทุกคนฝึกหัด แล้วเห็นแล้วมันมีความละอาย มีความเกรงกลัวบีบคั้นด้วยประเพณีวัฒนธรรม

ประเพณีๆ ความเชื่อ เวลาคนเขาไม่เอา มันหนักกว่ากฎหมายอีก กฎหมายเวลาตัดสินก็ตัดสินไปตามนั้นน่ะ

ถ้าเรามีสติมีปัญญาของเรา เราฝึกหัดของเรา เรามีการกระทำของเรา แล้วคนที่มีสัจจะ เวลาครูบาอาจารย์ที่ฝึกหัดปฏิบัติท่านมีสัจจะของท่าน พูดคำไหนคำนั้น

เวลาพระอรหันต์ๆ นะ คำไหนคำนั้น

ไอ้เรานะ พูดร้อยคำ หารทิ้งหมดเลย คำเดียวยังเชื่อไม่ได้ ไร้สาระ

คำไหนคำนั้น ตัดสินใจแล้วทำแบบนั้น แล้วทำให้ได้ด้วย แล้วทำให้ได้ ไม่ได้ก็พยายาม นี่ความเพียรชอบ

ชีวิตมันก็ทุกข์มันก็ยากอยู่แล้ว ทุกคนเวลาคิดเข้าข้างตัวเองไง งานเราล้นมือ เราต้องมาภาวนาอีกหรือ

งานล้นมือ งานหาเลี้ยงปาก หาเลี้ยงความมั่นคงของชาติของตระกูล แล้วหัวใจล่ะ ที่มันทุกข์มันยากอยู่นี่ เวลามันทุกข์มันยาก แล้วงานอะไรล่ะ

เวลาทำงาน ทุกคนบอกว่าเหนื่อยยากทั้งนั้นน่ะ แต่เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านบอกว่า ถ้ายังไม่ได้ภาวนา อย่าเพิ่งพูดนะ

ถ้าภาวนาขึ้นมา เห็นไหม เวลามันจะเป็นมันจะตาย มันเผชิญเลย ความเป็นความตาย อะไรเป็นอะไรตาย แล้วไม่กลัว คนเกิดตายๆ มากี่ภพกี่ชาติแล้ว เกิดตายๆ มาตลอดเวลา เกิดมาทั้งหมด ตายทั้งสิ้น ไม่มีใครเหลือ แล้วมันจะตายอีกภพอีกชาติหนึ่งที่เราเผชิญความจริง มันจะไปเสียดายอะไรวะ ก็เกิดตายๆ มากี่ภพกี่ชาติแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แล้วขณะปัจจุบันนี้ถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาจนมันเป็นความจริงขึ้นมา มันจะตายโดยที่ไม่มีคุณสมบัติ คุณงามความดีเลย ให้มันรู้ไป

แล้วถึงเวลาแล้ว หลวงตาพระมหาบัวพูดประจำ เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา กิเลสตาย เราไม่ตาย กิเลสตาย กิเลสตายต่อหน้า พอกิเลสตายนะ โอ๊ะ! โอ๊ะ! มหัศจรรย์นะ กิเลสมันตาย

ยถาภูตัง เกิดญาณทัสสนะ เกิดความเห็นว่ากิเลสมันตาย

เราว่ากิเลสเป็นนามธรรม

ใช่ กิเลสเป็นนามธรรม แต่กิเลสมันอยู่กับเรา เวลาเราสงสัยไง กายกับใจ จิตวิญญาณเป็นอย่างไร แล้วจิตวิญญาณ กุศลก็ทำคุณงามความดี อกุศลก็ทำความชั่ว ไอ้จิตวิญญาณนั้นแหละมันยังมีกิเลสอีกนะ นี่ไง กิเลสอยู่ที่ฐีติจิตไง

แล้วจิตมันอยู่ไหน แล้วมึงเคยเห็นจิตมึงไหม แล้วมึงภาวนาเป็นหรือเปล่า

ถ้าภาวนาเป็นขึ้นมานะ สภาวะแวดล้อมนะ สาธุ เป็นบุญและบาปของคน อยู่ในสังคมใด อยู่ในหมู่ชนใด สาธุ สภาคกรรม แต่เวลาปฏิบัติมา จะสังคมที่ประณีตขนาดไหน สังคมที่ทุกข์ยากขนาดไหน เวลาปฏิบัติขึ้นมาในใจของเขา ใจของเขาต้องเป็นสัมมาสมาธิเข้ามา

ถ้าสัมมาสมาธิเข้ามา มันจะยกขึ้นไง ยกขึ้นวิปัสสนา เห็นกิเลสของตัวเองในใจของตน เห็นสติปัฏฐาน ๔ คือเห็นกิเลสในใจของตน แล้วเห็น แล้วรู้ แล้วเข้าใจ

แล้วเวลาภาวนาไป เวลาใช้ภาวนามยปัญญา เวลามันปล่อยมันวางขึ้นมา มันเคยปล่อยวางมา แล้วไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นมา แล้วปล่อยวางไปแล้วก็ต้องมาหมุนเวียนใหม่ มาทดสอบอยู่อย่างนี้หรือ

อ๋อ! มันไม่มีขณะ มันไม่สมุจเฉทปหาน มันไม่นิโรธ มันไม่ดับทุกข์

เวลาพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากตทังคปหานที่ฝึกหัดปฏิบัตินะ คนไม่ผ่านมันจะรู้ได้อย่างไร ไอ้ที่มันเป็นของชั่วคราวๆ ใช้ปัญญาเหมือนกัน ทุกอย่างเหมือนกัน แต่เวลามันทำบ่อยครั้งเข้าจนมีความชำนาญมากขึ้นไง

เหมือนเราสับไม้ๆๆ สับจนมันแหว่ง มันบิ่น จนมันใกล้ขาด เวลามันขาด ไม้มันหักออกจากกันน่ะ ไม้มันแยกออกจากกันน่ะ กิเลสตายไป กายเป็นกาย จิตเป็นจิต ทุกข์เป็นทุกข์ มันเข้ามา เห็นไหม รู้จักมันไหม

ไม่รู้จัก เพราะไม่เคยเห็นไง อยู่ที่วาสนาไง ถ้าวาสนาของคนมันจะมีมากน้อยขนาดไหน เราก็บริหารของตน

เวลาความทุกข์ความยาก ชีวิตมันมีความทุกข์ความยากอยู่แล้ว ความทุกข์ความยาก ความทุกข์ความยากเพื่อหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ถ้าความทุกข์ความยาก ความทุกข์ความยากเพื่อจะเผชิญกับกิเลสในหัวใจของตน ความทุกข์ความยากมันเป็นผลงานของเราไง

เวลาจิตสงบแล้ว โอ้โฮ! มีความสุขมาก เวลาใช้ปัญญาไป เวลามันปล่อยมันวางขึ้นไป จะเหาะเหินเดินฟ้า

หลวงปู่เจี๊ยะท่านพูด เดินจงกรมเหมือนจะเหาะๆ แต่มันไม่เหาะๆ

เราฟังแล้ว โอ้โฮ! มันรื่นเริง มันเหมือนกันไง เดินจงกรมมันเหมือนจะเหาะเลยนะ จากหัวทางจงกรมไปท้ายทางจงกรม มันเหมือนลอย จะลอยขึ้นไป แต่มันไม่ลอย มันอยู่อย่างนั้นน่ะ จิตมันเบา จิตมันใช้สติปัญญาไปแล้วมันปล่อยวางหมดนะ โลกนี้ของเรานะ มันลอยไปลอยมา มันเบาของมัน เขาทำของเขา นี่เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านฝึกหัดปฏิบัติของท่าน

ไอ้เราเวลาเห็นทางจงกรม อาเจียนเลยนะ สะอิดสะเอียนนะ เพราะอะไร มันดักมันดาน มันทุกข์มันยาก

ก็พยายามของเรา กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด สูงต่ำดำขาว จะสูงส่งต่ำต้อยขนาดไหน ชีวิตนี้ต้องสิ้นไป แล้วเกิดมาทำไม จะสร้างคุณงามความดีอะไร

ลองระลึกสิ ระลึกว่าอะไรเป็นคุณงามความดีของเราบ้าง ลองระลึกสิว่าจิตเราเคยสงบไหม นี่สัญญาจำได้ ลองระลึกสิว่าเราเคยมีปัญญาที่มันเลอเลิศ เลอเลิศหมายความว่ามันเท่าทันความคิดของตนแล้ววาง ปัญญาคือรอบรู้ในกองสังขาร รูป เวทนา สัญญา สังขาร ความคิด ความปรุง ความแต่ง

ไอ้เพราะความคิด ความปรุง ความแต่ง แล้วเราก็ติด เราก็โดนมันลากไปๆ ไม่เคยรู้เท่าทันมันเลยนะ

ปัญญาในพระพุทธศาสนาคือปัญญารอบรู้ในกองสังขาร ถ้ารอบรู้ในกองสังขาร ก็รอบรู้ความคิดเราไง รอบรู้ที่ว่ามันทุกข์มันยาก มันลำบากมันลำบน มันจะเป็นมันจะตาย

ไม่ตาย พอใจ เพราะเราได้เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราเกิดมาท่ามกลางที่ครูบาอาจารย์ที่ออกประพฤติปฏิบัตินะ

แล้วเขาจะปฏิบัติดีปฏิบัติชั่ว ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา เพราะว่าเรารู้ไม่เท่าทันเขาหรอก แต่เราได้เห็นไง เห็นวิธีการปฏิบัติไง แล้วเราจะฝึกหัดปฏิบัติของเราด้วยไง

นี่ไง ทานอาหาร ทานแล้วเราก็ได้รสชาติของอาหารนั้น ปฏิบัติแล้วรสชาติของธรรมล่ะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ มันลอยมาจากฟ้าอย่างนั้นหรือ เวลาจิตสงบแล้วมันส่งออกไปรู้ไปเห็นอะไรร้อยแปด มันเป็นประโยชน์กับใคร เวลาคนที่เขาไม่มีสติปัญญา เขาก็ทำของเขาอย่างนั้น ไอ้พวกไสยศาสตร์ที่เขาเชื่ออย่างนั้น เขาก็ทำอย่างนั้น เชื่อเพราะเคารพบูชาสิ่งอย่างนั้น แล้วสิ่งใดก็อุปาทานคิดเอาเออเอาไปไง แล้วเรามีวาสนาแค่นี้หรือ

ถ้ามีวาสนา มันไม่เชื่อ มันไม่เชื่อ เพราะใครๆ ก็ทำได้ เดี๋ยวนี้ละครทีวีทำได้ดีกว่าด้วย แล้วชีวิตมีแค่นี้หรือ แล้วเราก็ตายไป

แต่ถ้าเราฝึกหัดปฏิบัติเอาจริงเอาจังของเราขึ้นมา เวลาเป็นสัมมาสมาธิ จิตมันสงบแล้ว ถ้ามีความชำนาญแล้ว เขย่าอย่างไรมันก็อยู่อย่างนั้นน่ะ

เขย่า คำว่า เขย่า” ทดสอบไง

ไอ้ของเราพอเป็นสมาธิหน่อย พอมันถอยมา เข้าไม่เป็นเลย เข้าไม่ได้เลย แต่ของเรานี่เขย่าเลย เขย่าเพื่ออะไร ชำนาญในวสี เพราะเขย่าอย่างนี้แล้ว ฐานมันมั่นคงแล้ว ถ้ามันใช้ปัญญาแล้ว ฐานที่ดีงาม มันมีกำลังของมัน พิจารณาไป นี่ปัญญาที่เกิดจากสัมมาสมาธิ ไม่ใช่ปัญญาที่เราเพ้อเจ้อเพ้อฝันของเราอยู่อย่างนี้

ปัญญาที่เกิดจากสัมมาสมาธิ มันรู้ มันเห็น มันชัดเจนของมัน ถ้ามันชัดเจนของมัน เห็นไหม

เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ทำไมมนุษย์คนหนึ่งมันฝึกหัดปฏิบัติได้ขนาดนี้ แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา จิตมันรู้ได้ขนาดนี้

หลวงปู่มั่นท่านสิ้นกิเลสที่เชียงใหม่ ท่านสั่งพระทั้งหมดเลย อย่าบอกใครนะ อย่าบอกใคร แต่ท่านต้องพูดกับพระ เพราะพระก็หวังเส้นทางแบบนี้ ถ้าหวังเส้นทางแบบนี้ ท่านชี้ให้ได้หมดน่ะ แล้วชี้เข้าไปในใจเอ็งด้วย แล้วถ้าเอ็งทำไม่ถูกนะ ท่านไล่ออกเลย

เวลาเป็นจริงเป็นจัง ไม่ต้องคาบไปฟ้องใคร ไม่ต้องคาบไปบอกใคร เพราะมันเต็มในหัวใจของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นของท่านอยู่แล้ว มันเป็นข้อเท็จจริงอยู่แล้ว ถ้าเป็นข้อเท็จจริง อย่าบอกใครนะ เพราะความเห็นของโลกกับความเห็นของธรรมแตกต่างกัน

แม้แต่ภาคปริยัติกับภาคปฏิบัติยังเข้ากันไม่ได้เลย ในความเห็น แต่เวลาประพฤติปฏิบัติไปแล้วนะ เหมือนกัน อันเดียวกัน

เพราะมันยืนยันจากหลวงตาพระมหาบัว เวลาไปศึกษาค้นคว้าเป็นมหา ไปหาหลวงปู่มั่นไง

มหา มาหาอะไร มาหามรรคผลนิพพานใช่ไหม ไม่ได้อยู่ในตำรา ไม่ได้อยู่ในวัตถุใดๆ ทั้งสิ้น อยู่ในใจของท่านนั่นแหละ เวลาจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมานะ ถ้าฝึกหัดปฏิบัติพร้อมกับทฤษฎีไป มันจะเตะมันจะถีบ

คือมันรู้ล่วงหน้าหมดน่ะ มันชักนำไปทางกิเลสทั้งสิ้นน่ะ ฝืนเจียนตาย แล้วกว่าจะรู้ตัวเกือบตาย ถ้าไม่มีคนเป็น แต่นี่หลวงปู่มั่นท่านเป็นของท่านอยู่แล้ว เวลาท่านปฏิบัติไปถึงที่สุด เออ! ใช่ อันเดียวกันเลย

สิ่งที่ภาคปริยัติคือธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสมบัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมบัติของพระสารีบุตร สมบัติของพระโมคคัลลานะก็เป็นสมบัติของท่าน สมบัติของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นก็เป็นสมบัติของท่าน ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ใครไปแย่งชิงความรู้ความเห็นในหัวใจของท่านเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเรารู้เป็นความจริงของเราขึ้นมา นั่นน่ะเป็นของเรา

ถ้าเป็นของเรา มันมีบุคคล ๔ คู่เหมือนกัน ทำไมมันจะไม่เข้าใจว่าหลวงปู่มั่นทำอย่างไร ทำไมมันไม่เข้าใจธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะพระอรหันต์เหมือนกัน พระอรหันต์เท่ากัน ไม่มีความแตกต่างกัน แตกต่างกันที่อำนาจวาสนา มันจะมีอะไรลึกลับซับซ้อน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ธรรมวินัยนี้แบตลอด รอแต่คนที่มีความสามารถ ธรรมวินัยนี้ไม่มีลับลมคมใน แบตลอดเลย เราต่างหากทำได้หรือไม่ได้ เอวัง