เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒๒ ก.พ. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะนะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระธรรมๆ สัจธรรมอันนั้นเป็นที่พึ่งที่อาศัย

เราเรียกร้องหาความยุติธรรม เรียกร้องหาความยุติธรรมต่อเมื่อมีการกดขี่ข่มเหง แต่เวลาเราเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ กิเลสตัณหาความทะยานอยากมันบีบคั้นหัวใจของตน เราไม่รู้จักความเป็นธรรมและความไม่เป็นธรรมไง ถ้าเป็นสิทธิเสรีภาพ เป็นสิทธิ์ของตน ตนจะใช้สิทธิ์ของตนไง แต่สิทธิ์ของตนไปรอนสิทธิ์ของคนอื่น มันก็กระทบกระเทือนกัน เห็นไหม

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัยของเรา เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เป็นบุญเป็นกุศลมากมายมหาศาล แต่มันเป็นเรื่องธรรมดาไง มันเรื่องใกล้ตัวไง จนคุ้นชิน จนไม่เห็นคุณค่าของมันไง

นี่ไง เวลาพูดถึงพระธรรมๆ ก็พระทำงานไง เห็นพระทำไร่ไถนาเป็นพระธรรม พระขวนขวายเป็นพระธรรม พระเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ว่าพระนั้นเห็นแก่ตัว

เวลาพระทำไร่ไถนานะ โอ้โฮ! ยอดเยี่ยม พระนี่เป็นผู้ที่ขวนขวาย พระทำงานมันก็ได้เหงื่อได้ไคลไง มันก็ได้แต่ความเร่าร้อนไง

แต่ถ้าเป็นสัจธรรม เป็นพระธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย มันมีความปกติสุขในหัวใจดวงนี้

ถ้าหัวใจดวงนี้ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะโดนกิเลสตัณหาความทะยานอยากแผดเผาอยู่ตลอดเวลา เวลาแผดเผาตลอดเวลา เราก็ไม่เข้าใจว่าความแผดเผานั้นเป็นคุณหรือเป็นโทษ

แต่ถ้ามันเป็นคุณๆ เห็นไหม เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ความรู้สึกนึกคิดนะ ถ้าเป็นธรรมๆ นั่นมันเป็นมรรคเป็นผล แต่ถ้ากิเลสมันบีบคั้น มันเป็นโทษ มันเป็นโทษ มันเป็นโทษไง ความรู้สึกนึกคิดเหมือนกัน แต่กิเลสตัณหาความทะยานอยากมันเป็นต้นเหตุไง

เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราเป็นสิ่งมีคุณค่าในชีวิตของตน ถ้าเห็นสิ่งที่มีคุณค่าในชีวิตของตน เราไม่คุ้นชินไง

อยู่กับครูบาอาจารย์มา ท่านไม่ให้คุ้นชินอะไรทั้งสิ้นไง ไม่คุ้นชินกับอะไรทั้งสิ้น ถ้าคุ้นชินแล้ว นั่นแหละมันจะลามปาม มันจะเป็นขี้กลาก

แต่ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เคารพบูชา ถ้าเคารพบูชาขึ้นมาแล้วเราศึกษาค้นคว้าของเราขึ้นมาไง สัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริง วิมุตติสุขๆ โอ้โฮ!

เราเกิดมาต้องการความสุขนะ เราปรารถนาหาความสุข ตะเกียกตะกายกันอยู่นี่แหละ แต่คว้าน้ำเหลว

จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะเป็นผลของวัฏฏะ ถ้าเป็นผลของวัฏฏะแล้ว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอนาคตังสญาณไง กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เขาทำของเขามา เขาทำของเขามา ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตของเขา เขาทำของเขา นั่นน่ะโอกาสและจังหวะของเขา คนเกิดมาไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันเลย ถึงที่สุดแล้วเขาประสบความสำเร็จในชีวิตของเขา

เราเกิดมาตั้งแต่เริ่มต้น เราตั้งตัวเต็มที่เลย เราเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา เราจะกอบโกย เราจะครองโลกไง แล้วไม่ได้ครอง ทุกข์เจียนตาย ทำไมมันเป็นอย่างนั้นล่ะ

นี่ก็เหมือนกัน กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา สิ่งที่ทำมาๆ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เกิดมาแล้วทุกข์เจียนตาย แต่ไม่ตาย

ฉะนั้น เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา คนเกิดมาโดยสมมุติทางโลก เขาเป็นคนดิบ คนดิบคือคนเกิดมากับโลก อยู่กับโลก ฉะนั้น เวลาเกิดมาแล้วให้บวชให้เรียน ให้บวชให้เรียน เรียนธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓ เดือน นวโกวาท เรียนให้จบนักธรรมตรี นักธรรมตรีเป็นคนสุก คนสุกแล้ว แต่งการแต่งงานมีครอบครัว นั่นน่ะเป็นคนสุกนะ เพื่อจะให้ครอบครัวในบ้านของตนไม่เดือดไม่ร้อนจนเกินไป แต่มันก็เดือดร้อน

แต่ถ้าคนดีๆ ของเขา เขาไม่ทำตัวเขาให้เดือดร้อน แล้วไม่ทำตัวให้คนในครอบครัวเดือดร้อน แล้วช่วยกันเชิดชูบูชา ช่วยกันส่งเสริม จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เขาก็มีอำนาจวาสนาของเขา เป็นทางโลกของเขา

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โลกกับธรรม

เราเกิดมากับโลก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดมากับโลก นางมหามายาเป็นมารดาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เกิดกับโลกนี้ทั้งนั้น เพราะเกิดกับโลกนี้ทั้งนั้นเพราะอะไร เพราะพระพุทธศาสนามันจะมาอยู่ที่ภพกลาง มีกายกับใจๆ ไง

เทวดา อินทร์ พรหมเขามีแต่ทิพย์สมบัติของเขา เขาเป็นทิพย์ สิ่งที่เป็นทิพย์มันเป็นเรื่องของนามธรรมทั้งสิ้น แต่ถ้าเป็นนรกอเวจี มันก็เดือดร้อนบีบคั้นน้ำใจอยู่ตลอดเวลา เรามาเกิดเป็นมนุษย์ มีกายกับใจๆ ไง เกิดมาแล้วรักษาร่างกายนี้ สุขภาพกาย สุขภาพจิต

ถ้าสุขภาพจิต คนเกิดมา คนเรา พันธุกรรมของจิต เขาก็มีความบกพร่องมาของเขาอยู่แล้ว แต่เราเกิดมาแล้วเรามาศึกษาค้นคว้าของเราขึ้นมา แล้วถ้าจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นความจริงความจังขึ้นมา มันต้องจิตเป็นปกติของมันก่อนไง ถ้าจิตเป็นปกติแล้ว ขณะเป็นปกติแล้วกิเลสมันยังครอบงำอยู่ แล้วจิตเป็นปกติแล้วมันจะยกขึ้นสู่มรรคไง

ความรู้สึกนึกคิดที่มันเป็นโลกๆ มันบีบคั้นน้ำใจ มันมีความทุกข์ความยากทั้งนั้น พระทำๆ พระทำจนเหงื่อไหลไคลย้อย มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น แต่เวลาเหงื่อไหลไคลย้อยอย่างนั้น ถ้าเป็นข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมาก็เป็นเครื่องอยู่ของใจ

แน่ะ จะเข้าหาแล้ว

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์นะ มรรค ๔ ผล ๔ บุคคลฺ ๔ คู่ มันมีเหตุและมีผลของมัน มันต้องมีมรรคสิ

ดวงใจดวงใดไม่มีมรรค ดวงใจดวงนั้นไม่มีผล

แล้วดวงใจที่มันมีผลขึ้นมา มรรคมันเกิดอย่างไร

เราไม่รู้เหตุรู้ผลขึ้นมา เราไม่มีเหตุ เราไม่มีเงินมีทอง เราจะไปจับจ่ายใช้สอยสิ่งที่เป็นทรัพย์สมบัติเรามาได้อย่างไร ใช้เครดิตใช่ไหม ใช้การ์ดรูดเอาหรือ หรือเช่ายืมเขามา ก็ของยืม ไม่ใช่ของจริงไง แล้วของจริง ของจริงมันของใคร

แต่ของเรา เราประกอบขึ้นมาเอง เราเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ เราจะทำตู้ ทำโต๊ะ ทำเตียง เราทำได้ทั้งนั้นน่ะ ถ้ามันมีเหตุ มีสติมีปัญญาของมัน

นี่ก็เหมือนกัน ถ้ามันจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา มันต้องมีเหตุมีผลของมัน ถ้ามีเหตุมีผลของมัน เหตุ ครูบาอาจารย์ท่านสอน สอนอย่างนี้ไง เวลาสอนอย่างนี้ มันถึงมีข้อวัตรปฏิบัติไง

พระทำๆ พระทำไร่ไถนา เขาบอกว่าทำไร่ไถนามันเป็นผลประโยชน์ มันเป็นธุรกิจ มันมีผลตอบแทน เวลาทำข้อวัตรปฏิบัติ กวาดลานวัด ทำความสะอาดอย่างนี้ มันลงทุนลงแรงแล้วมันเสียเปล่า ไม่เห็นได้อะไรขึ้นมาเลย

ได้ขึ้นมาที่จิตใจที่เข้มแข็ง จิตใจนะ ถ้าทำแล้วด้วยสติด้วยปัญญาของตนนะ เห็นไหม ดูดาราเขาเห่ออยู่พักหนึ่ง ไปไหนไปล้างส้วมตามวัดน่ะ ไปไหนไปล้างส้วมเป็นบุญที่สุด นี่ไง มันกิจของสงฆ์

ไอ้ที่ไปล้างส้วมๆ ตามวัด เดี๋ยวนี้หายหมดแล้ว เมื่อก่อนดาราเขามีนะ ท้ายรถเขาจะมีเครื่องมือทำความสะอาด เที่ยวไปทำความสะอาด แล้วเขาจะได้บุญของเขาไง นี่คือวัฒนธรรมของชาวพุทธ สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ มันเป็นประโยชน์ทั้งนั้นน่ะ

ทีนี้ถ้าเป็นวัดเป็นวาขึ้นมาล่ะ ถ้าเป็นวัดเป็นวาขึ้นมา เราชาวพุทธ เราเกิดมาเราก็เห็นวัดเห็นวาอยู่แล้ว เราเห็นพระอยู่แล้ว แล้วถ้าพระเขามีศีลมีธรรมในหัวใจของเขา เขาเคารพพระพุทธเจ้า เขาไม่ใช่วัดร้าง

คนว่างเปล่า คนร้าง คนไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน

ถ้าเขามีกฎมีกติกาของเขา เห็นไหม กตัญญูกตเวทีกับพ่อกับแม่ของตน ถ้าเป็นพระ ก็พ่อแม่ครูจารย์ พ่อแม่ครูจารย์นี่เคารพบูชา พ่อแม่ก็เลี้ยงได้แต่กาย เวลาครูบาอาจารย์ท่านเลี้ยงหัวใจ หัวใจคิดอย่างไร ทำอย่างไร ท่านขีดเส้นไว้เลย ให้มีการกระทำอย่างไรขึ้นมา ถ้าขีดเส้นขึ้นมา เห็นไหม

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ไง รื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อหัวใจของสัตว์โลกไง มนุษย์ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือหัวใจของสัตว์โลกไง

เวลาพ่อแม่สั่งสอนอบรมบ่มเพาะลูกของตน เพราะต้องการให้ลูกของตนเป็นคนดีไง ถ้าคนดี อย่างน้อยเขาก็มีความสุขในชีวิตของเขาอยู่แล้ว แล้วถ้าสิ่งที่ปัจจัยเครื่องอาศัยนี้มันเป็นอำนาจวาสนาของคนไง ถ้าประสบความสำเร็จในชีวิตมันก็เป็นสิ่งที่ดีงามไง ให้เขาเป็นคนดีๆ คนดีขึ้นมา

เพราะจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันต้องเกิดไปข้างหน้าแน่นอน ถ้าหยิบฉวย ถ้าเอาแต่ความพอใจของตนนะ ไปอนาคตกาลนะ เกิดมาว่างเปล่า

เกิดมา เห็นไหม ขอทานในสมัยพุทธกาลนะ เขาท้อง เวลาเขาท้องขึ้นมา เขาออกไปขอทานไม่ได้เลย เวลาคลอดลูกแล้ว เอาลูกไปด้วยก็ไม่ได้ ถ้าทิ้งลูกไว้ที่พักแล้วไปขอทานยังได้กิน นี่มันทุกข์จนเข็ญใจขนาดนั้นน่ะ ขอทาน ขอทานอยู่แล้ว เวลาท้องขึ้นมา ขอไม่พอกิน ไม่พออยู่ นี่จิตที่มันสร้างเวรสร้างกรรมขึ้นมา มันสร้างเวรสร้างกรรมมาให้พ่อแม่เดือดร้อน แล้วตัวเองก็เดือดร้อน เดือดร้อนไปทั้งนั้นน่ะ

แต่ถ้าผู้ที่มีอำนาจวาสนา จักพรรดิเกิดมา ขุนคลังแก้ว ขุนพลแก้ว มันเป็นโดยสัจจะโดยความจริงด้วยอำนาจวาสนานะ สิ่งที่ทำๆ ขึ้นมานี่

ไอ้นี่มันเป็นว่า พระพุทธศาสนาเขียนเสือให้วัวกลัว ไอ้นั่นเป็นบาป ไอ้นั่นเป็นบาป ไอ้ที่เสียเปรียบๆ ไอ้นั่นเป็นบุญๆ โอ้โฮ! พระพุทธศาสนานี้ไม่มีค่าอะไรเลย ไม่ส่งเสริมให้โลกเจริญเลย

ความเพียรชอบ ไม่ส่งเสริมให้โลกเจริญอย่างไร ยิ่งกว่าเจริญ เจริญแล้วมีคุณธรรม เจริญแล้วมีความสุข เจริญขึ้นมาด้วยหัวใจที่เป็นธรรมๆ

ถ้าหัวใจเป็นธรรมนะ เราเจริญ เรามีสิ่งปัจจัยเครื่องอาศัยสมบูรณ์แบบ แล้วใจมันไม่ทุกข์ แต่คนที่มีปัจจัยเครื่องอาศัยสมบูรณ์แบบ แต่หัวใจมันทุกข์ร้อน มันแผดเผา มันขาดแคลน มันก็ทุกข์ร้อน มันสมบูรณ์ขนาดไหนมันก็ทุกข์ร้อน เพราะมันทุกข์ร้อนอยู่ที่หัวใจไง

พระทำๆ พระทำหน้าที่การงาน พระทำไร่ไถนา เหงื่อไหลไคลย้อยก็เดือดร้อน

พระทำๆ พระทำข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมา ทำเพื่อเป็นเครื่องอยู่ของใจก็เดือดร้อน แต่กิเลสมันเดือดร้อนไง กิเลสมันเดือดร้อนเพราะ อ้าว! เพราะกิเลสมันกลัวธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้ามีข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมา อ๋อ! จิตดวงนี้ตื่นแล้ว จิตดวงนี้เขาจะพัฒนาจิตของเขา

ถ้าพัฒนาจิตของเขาจนจิตของเขาสงบระงับได้ จิตสงบระงับได้คือสัมมาสมาธิ เป็นอิสระชั่วครั้งชั่วคราว ชั่วครั้งต่อเมื่อมันเป็นสมาธิ เพราะเป็นสมาธิจะมีความปกติสุข จะมีความสุขในหัวใจของตนมาก เพราะมันปลอดจากกิเลสชั่วครั้งชั่วคราว

สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา มันอยู่ในกฎของ สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา คือชั่วคราว ก็เพราะมันต้องแปรปรวนแปรสภาพ แปรสภาพแล้ว ถ้าครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ จิตสงบแล้วให้ยกขึ้นสู่วิปัสสนา ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนา จิตดวงใดมีมรรคไง จิตดวงใดมีมรรค จิตดวงนั้นจะเริ่มมีเหตุมีผล

จิตดวงใดไม่มีมรรค ไม่มีเงิน ไม่มีต้นทุน ไม่มีชีวิต ไม่มีพลังงาน ไม่มีสิ่งใดเลย แล้วจะสร้างอะไร จะสร้างอะไร

สร้างนี่มันเศษ เศษคือบุญเก่า บุญเก่าคือบุญที่ทำให้ได้เกิดเป็นมนุษย์นี่ไง พอได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะกายกับใจได้เกิดเป็นมนุษย์ มีความรู้สึกนึกคิด มันก็มีความรู้สึกนึกคิดอันเดิมอันเก่านั้นน่ะ มันเป็นสัญญา มันเป็นบุญเดิม เป็นบุญเดิม บุญเก่า ของเก่า ขายของเก่ากิน เพราะเราได้เกิดเป็นมนุษย์ การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ การเกิดเป็นมนุษย์มีความรู้สึกนึกคิดนี่ไง นี่มันเป็นบุญเก่า

แล้วบุญเก่า บุญเก่าแล้วเกิดขึ้นมาได้อย่างไรล่ะ

เกิดขึ้นมา เห็นไหม กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมาไง แต่ด้วยอำนาจวาสนา ฟังธรรมๆ

ถ้าพระทำไร่ไถนาก็พระได้เหงื่อได้ไคล ถ้าพระทำข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมาได้เหงื่อได้ไคล แต่กิเลสมันเริ่มหวาดระแวงไง พอกิเลสมันเริ่มหวาดระแวง การภาวนาถึงได้ล้มลุกคลุกคลานไง

การภาวนาที่ยาก ยากคราวเริ่มต้น ยากคราวที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว

การจะสร้างเนื้อสร้างตัว เห็นไหม เริ่มต้นคนจะทำการค้า อย่างน้อยก็เป็นแม่ค้าแผงลอยก่อน แม่ค้าแผงลอย เรามีแผง มีที่ทำธุรกิจของเราเพื่อจะสร้างฐานะขึ้นมา จากแม่ค้าแผงลอย เขามีห้างสรรพสินค้านะ เขาเจริญงอกงามขึ้นไป

นี่ก็เหมือนกัน เวลามีข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมา ให้จิตมันสงบระงับเข้ามา ถ้าจิตสงบระงับเข้ามา กิเลสมันเดือดร้อน มันเดือดร้อนเพราะอะไร เพราะจิตดวงนี้มันจะตื่นตัวแล้ว มันรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว

ถ้าจิตมันไม่รู้สึกตัวขึ้นมา มันอยู่ในอำนาจของเรา มันอยู่ในการครอบงำ มันคิดธรรมะ มันจินตนาการ มันเพริศแพร้ว มันปฏิบัติบูชาเราไง มันไม่รู้จักเราเลย

แต่ถ้าจะทำความสงบของใจนะ พระทำไร่ไถนามันก็ได้แต่การชื่นชม แต่พระเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา เขาว่าพระเห็นแก่ตัว พระไม่เอาสังคม

ใจดวงใดไม่มีมรรค ใจดวงนั้นไม่มีผล

ถ้าใจดวงใดไม่มีมรรค ไปเอาสังคม สังคมของใคร สังคมของการบูชากิเลสไง แต่ถ้าเป็นธรรมๆ ขึ้นมา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ตนหาตัวเองเป็นไหม ตนคือสัมมาสมาธิ ตน ถ้าใครทำตนเองได้ ให้เป็นอิสระได้ มันจะตื่นตัวขึ้นมา จนกิเลสมันก็หวาดระแวง

กิเลสกลัวธรรมๆ

กิเลสไม่กลัวอะไรเลย กิเลสมันยิ้มแย้มแจ่มใสนะ เหยื่อเยอะมาก ในวัฏฏะสามโลกธาตุเป็นเหยื่อทั้งนั้นเลย

แต่จิตดวงใดที่มีสติสัมปชัญญะขึ้นมา ฝึกหัดทำตัวเองให้เป็นอิสรภาพ อิสรภาพ สัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิเพราะอะไร เพราะเรายังตกอยู่ใต้การครอบงำของกิเลสไง มันถึงเป็น สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา

ถ้าเรามีอำนาจวาสนายกขึ้นสู่วิปัสสนาเป็น วิปัสสนาได้นะ จิตเห็นอาการของจิต จิตเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง ถ้ามันเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง มันจะเห็นกิเลส มันรู้จักกิเลสไง

กิเลสคืออะไร

ตัณหาความทะยานอยาก สมุทัยนั่นคือกิเลส แล้วถ้ากิเลส นี่เปลือกภายนอกนะ นี่บรรจุภัณฑ์เท่านั้นเอง ยังไม่เจอตัวมันหรอก ยังไม่รู้จักมันหรอก ยังอีกไกล

การฝึกหัดปฏิบัติไง นี่ไง พระธรรม พระธรรมเป็นสิ่งที่ต้องการปรารถนาของจิตทุกดวง พระธรรมๆ ไง พระธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรมๆ อันนั้นไง

แต่ถ้าพระทำงาน พระได้เหงื่อได้ไหลไง แล้วถ้าพระฝึกหัดก็ได้เหงื่อได้ไคลเหมือนกัน การฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาเจียนตาย ความเจียนตาย เห็นไหม ทำความสงบของใจเข้ามา ใจสงบแล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนา ถ้าเกิดภาวนามยปัญญา เราจะมหัศจรรย์กับธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง

เวลาปัญญาๆ กูจบดอกเตอร์ ทำไมกูไม่มีปัญญา กูจบดอกเตอร์นะมึง ก็ปัญญามึงไง ไม่ใช่ปัญญาในพระพุทธศาสนา ปัญญาในพระพุทธศาสนา มันจะรู้จักตัวดอกเตอร์ ดอกเตอร์ ใครได้มา ใครทำให้มันได้ดอกเตอร์ แล้วเอ็งตายไป ดอกเตอร์มันตกอยู่บนโลกนี้ เอ็งต้องตายไป แต่ถ้ารู้จักตัวเอง จิตสงบแล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนา มันจะสำรอก มันจะคายของมัน นี่ทำของมันไง

กลอย กลอยเป็นพืชพรรณที่เป็นอาหารได้ แต่ถ้าใครไปเก็บมากิน ตายเลย

กลอยเขาได้มาแล้วเขาต้องมาแช่น้ำ ให้น้ำมันชะล้างความเป็นพิษในเนื้อกลอยนั้น ชะน้ำ ถ้าน้ำไหล ๓ วัน ๗ วัน ถ้าน้ำนิ่งต้องเดือนหนึ่ง น้ำนิ่ง น้ำไหล มันก็ชำระพิษของกลอยนั้นแตกต่างกัน

หัวใจของคนที่เกิดมา ถ้าไม่มีมรรค ไม่มีสัจธรรมขึ้นมา ให้ชำระล้างความเป็นพิษ ความเป็นกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน มันจะกินได้หรือ กินแล้วตายหมดน่ะ กลอยเก็บมากินก็ตายทั้งนั้นน่ะ เป็นแค่เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าพิษหนักก็ตายเลย

แต่ถ้าผู้ที่เขาคุ้นเคย แล้วเขามีความชำนาญ เขาเก็บ เก็บแล้วนะ ถ้าเป็นน้ำไหล ในป่าในเขามันจะมีธารน้ำ ถ้าน้ำไหล แช่ไว้ ๓ วัน นึ่งได้ กินได้ ถ้าน้ำนิ่งต้องหลายวัน นี่ไง มันมีการกระทำ มันมีคายพิษ มีการเป็นสัจจะความจริงขึ้นมา มันถึงมีเหตุมีผลขึ้นมาไง

ถ้าพระธรรมๆ สัจธรรมอันนั้นที่แสวงหาขึ้นมา เห็นไหม สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี ถ้าจิตสงบแล้ว ถ้าติดมัน มันก็เจริญแล้วเสื่อม มันก็อยู่ในโลกนี้แหละ แต่ถ้ามีการฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาจนเกิดภาวนามยปัญญา เกิดมรรค

ใจดวงใดไม่มีมรรค ใจดวงนั้นไม่มีผล

ถ้าใจดวงใดมีมรรคขึ้นมา แต่บริหารจัดการไม่เป็น มันไม่มรรคสามัคคี มรรคนั้นไม่สมบูรณ์แบบของมัน มรรคนั้นลุ่มๆ ดอนๆ มันก็ตกอยู่ใต้ สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา พิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันปล่อยวางขนาดไหน มรรคมันเคลื่อนของมันไป นี่ความเพียรชอบ

ความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะไง

ถ้ามรรคสามัคคีสมบูรณ์แบบของมัน สมุจเฉทปหาน ขณะดับทุกข์ นั่นน่ะเป็นสัจจะความจริง แล้วสัจจะความจริงมันเกิดที่ไหน

สัจธรรมไง พระปฏิบัติธรรมขึ้นมาในหัวใจของตนไง ไม่ใช่ไปทำไร่ไถนา เปิดร้านกาแฟ บริการสังคม นั่นเรื่องของเขานะ นั่นคือพระทำ กราบไหว้บูชา

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรมๆ กราบอากาศหรือ หลวงปู่มั่นท่านกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หลวงตาพระมหาบัว ถ้าไม่ได้กราบหลวงปู่มั่นก่อน นอนไม่ได้ แล้วหลวงปู่มั่นท่านนิพพานไปร้อยปีแล้ว แล้วไปกราบที่ไหน

กราบด้วยสัจธรรมอันนั้น

ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต

พระพุทธศาสนามหัศจรรย์

ใกล้ชิดคุ้นเคยจนไม่มีค่า ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

ถ้าเป็นชิ้นเป็นอันนะ มันเป็นชิ้นเป็นอันที่ใจเรา มีสติมีสัมปชัญญะ สิ่งใดที่เป็นธรรม ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม

ถ้าไม่สมควรแก่ธรรม มันก็แล้วแต่อำนาจวาสนาของสัตว์โลก สัตว์โลกดวงนั้น สัตว์โลกตัวนั้น ใจดวงนั้นประพฤติปฏิบัติมาแล้วล้มเหลว ล้มลุกคลุกคลาน ถ้าเขาทำเพื่อเป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม มันจะเป็นจริตเป็นนิสัย เป็นอำนาจวาสนาต่อไป

แต่ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติ เห็นไหม ขณะนิโรธดับทุกข์ ดับเป็นชั้นเป็นตอน เป็นบุคคล ๔ คู่ ได้เห็นสัจธรรม

ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต

ได้เห็นตถาคต ได้เข้าใจตถาคต ได้กตัญญูกตเวทีกับตถาคต มันซาบซึ้ง มันเข้าถึงดวงใจ เอโก ธมฺโม ไม่ใช่สอง หนึ่งเดียวเท่านั้นในหัวใจของผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามความเป็นจริง เอวัง