เทศน์บนศาลา

กิเลสเล่ห์กล

๒๗ ส.ค. ๒๕๖๗

กิเลสเล่ห์กล

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

เทศน์บนศาลา วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๗

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรม ตั้งใจฟังธรรม ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เป็นบุญเป็นกุศลมากมายมหาศาล เพราะการเกิดเป็นมนุษย์ไง แต่ในพระพุทธศาสนาเขาก็ต้องใช้ชีวิตของความเป็นมนุษย์ของเขาไปภพชาติหนึ่ง

ความเชื่อของเขา มีความเชื่อในลัทธิศาสนาใด เขาก็เชื่อนับถือตามลัทธิศาสนาของเขา ความเชื่อตามลัทธิศาสนาของเขาอ้อนวอนขอ เป็นความเชื่อ เป็นศรัทธา

แต่ในพระพุทธศาสนาไง ศรัทธาๆ ศรัทธาในพระพุทธศาสนานี้เป็นอริยทรัพย์ เพราะการศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้เรามาศึกษาค้นคว้าในพระพุทธศาสนา

ค้นคว้าเพื่ออะไร

ค้นคว้าเพื่อให้มันรู้จริงไง ถ้ารู้จริงขึ้นมา ในพระพุทธศาสนามีปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ปริยัติ ปริยัติคือทางวิชาการ ศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา ศึกษาแล้วมีความเข้าใจในพระพุทธศาสนา มหัศจรรย์ๆ นั้นมันเป็นภาคปริยัติ

แต่ในลัทธิศาสนาอื่นเขามีความเชื่อของเขา ความเชื่อนั้นเป็นบุญเป็นกุศล ความเชื่อนั้นจะให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตของเขา ความเชื่อนั้น เห็นไหม ความเชื่อนั้น จบ

ศรัทธา ศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอริยทรัพย์ ให้เรามาศึกษาค้นคว้า ถ้าศึกษาค้นคว้าในภาคปฏิบัติ เวลาภาคปฏิบัติ มันจะเข้าไปเผชิญหน้ากับกิเลส เวลาเผชิญหน้ากับกิเลส มันเป็นนักรบ มันเป็นนักรบที่เราจะไปรบกิเลสตัณหาความทะยาน

ฉะนั้น เวลาเราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา มาบวชพระๆ ถ้าบวชพระแล้ว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก เป็นนักรบๆ

ไม่ใช่นักหลบ ถ้านักหลบ มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนาแล้วก็หลบๆ หลีกๆ แล้วว่าให้มันเป็นธรรมๆ

ความเชื่อแก้กิเลสไม่ได้

ปริยัติ ปริยัติศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามา ศึกษามาแล้วสาธุ เป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ถ้าเราเกิดมากึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง ในประเทศไทยเป็นเมืองหลวงของพระพุทธศาสนา เพราะมีครูมีอาจารย์ของเรา

กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านมาเกิดในดินแดนของพระพุทธศาสนา

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ๆ แล้วการเกิดเป็นมนุษย์แล้ว สิ่งที่มีอำนาจวาสนาของตนไง ศึกษาค้นคว้าๆ ถ้าศึกษาค้นคว้ามา นี่ไง ศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอริยทรัพย์ชักลากให้เรามาศึกษาค้นคว้า ศึกษาค้นคว้าแล้วมีอำนาจวาสนาขึ้นมา ออกบวช ออกบวชเป็นภิกษุ เป็นนักรบๆ ถ้าจะรบกับกิเลสไง

ถ้ารบกับกิเลส กิเลสมันคืออะไรล่ะ

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง กิเลสมันสิ้นไป กิเลสไม่มีในธรรมธาตุในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วิมุตติสุขๆ ไง

คำว่า เป็นวิมุตติสุข เห็นไหม ครูบาอาจารย์ของเรา เวลาท่านเทศนาว่าการไง ท่านบอกท่านพ้นแล้ว หมดภาระ หมดหน้าที่ มีความสุข

มีความสุขๆ เพราะอะไร เพราะได้ชำระล้างกิเลสในใจของท่านสิ้นไป

แล้วมันจะสิ้นไปได้อย่างไร

ถ้ามันสิ้นไป มันสิ้นไปโดยภาคปฏิบัติ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธไง

ถ้าจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ถ้าคนปฏิบัติไม่มีครูไม่มีอาจารย์ ก็ปฏิบัติตามอำนาจวาสนาของของตน

เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เวลาท่านออกประพฤติปฏิบัติของท่าน มันไม่มีครูไม่มีอาจารย์ไง แต่มันมีธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดา เป็นผู้ชี้นำให้หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านออกประพฤติปฏิบัติของท่าน นี่เพราะไม่มีครูไม่มีอาจารย์ ศึกษาค้นคว้าด้วยอำนาจวาสนาของคนนะ

กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง เจริญที่ไหน

เจริญเพราะผู้มีบุญเกิดมาแล้วมีอำนาจวาสนาได้ออกบวช แล้วได้ศึกษาค้นคว้า ไปเผชิญหน้ากับกิเลสไง กิเลสนี้ร้ายนัก กิเลสนี้น่ากลัวนัก กิเลสมันทำลายทั้งนั้น ทำลาย เห็นไหม

เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เวลาเรามาศึกษาพระพุทธศาสนาแล้วก็เชื่อในพระพุทธศาสนา มันเป็นบุญและเป็นบาป กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ใครทำบุญกุศลของตนมา ถ้าใครทำมาสิ่งใดก็ได้อย่างนั้นไง ถ้าได้อย่างนั้น มันทำมาๆ

พระโพธิสัตว์ๆ เวลาพระโพธิสัตว์ ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมแล้ว เราเป็นผู้มีวาสนาน้อย อายุแค่ ๘๐ ปี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละองค์มีอำนาจวาสนา ได้สร้างบุญสร้างกุศลมามากมายมหาศาล เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมาด้วยอำนาจวาสนาของตน ปฏิบัติตามความเป็นจริงขึ้นมา

เวลาจะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เห็นไหม อริยสัจมีหนึ่งเดียว ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ สัจธรรมอันนั้นมันยิ่งใหญ่ ถ้ามันยิ่งใหญ่แล้วมันแก้กิเลสในหัวใจของแต่ละพระองค์ๆ เทศนาว่าการมา ได้ลูกศิษย์ลูกหาเป็นพระอรหันต์มากมายมหาศาล

เวลาได้ลูกศิษย์ลูกหาเป็นพระอรหันต์มากมายมหาศาล มันเป็นการยืนยันไง มันเป็นการยืนยันตามข้อเท็จจริงนั้น

ถ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ตรัสรู้ธรรมแล้ว เวลาอบรมบ่มเพาะขึ้นมาไม่มีพระอรหันต์เลย มันจะใครเป็นผู้ที่ยืนยันว่าสิ่งนั้นมีคุณค่าจริงมากน้อยขนาดไหน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการ พระอรหันต์ ๖๐ องค์ พ้นจากบ่วงที่เป็นโลกและบ่วงที่เป็นทิพย์ เธออย่าไปซ้อนทางกันๆ โลกนี้เร่าร้อนนัก

เวลาเร่าร้อนก็เร่าร้อนเพราะกิเลส กิเลสในหัวใจของคนมันบีบบี้สีไฟไง กิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน มันพลิกมันแพลง มันปลิ้นมันปล้อน เห็นไหม เวลาเกิดมาแล้ว เกิดมาแล้วเป็นมนุษย์ยิ่งใหญ่นัก พอเกิดเป็นมนุษย์แล้วมันจะเสพสุขทางโลกไง ว่าทางโลกมันเป็นข้อเท็จจริง

เวลาพระพุทธศาสนา ทำบุญกุศลเพื่อเพิ่มอำนาจวาสนาบารมีของตน ทำอย่างนั้น ถ้ามันเป็นกิเลสที่มันหยาบหนา มันบอกทำไม่ได้ ทำแล้วไม่เป็นประโยชน์กับใครทั้งสิ้น แล้วถ้าจะเป็นประโยชน์กับตน ถ้ามันเวลาทำบุญกุศลขึ้นมา เวลาสิ่งที่มันเป็นธรรมๆ ขึ้นมา มันก็เป็นประโยชน์กับตนไง

เวลากิเลสมันครอบงำหัวใจของตน มันจะเอารัดเอาเปรียบเขา มันจะปลิ้นปล้อนเพื่อว่ามันเป็นประสบความสำเร็จในชีวิตของตนไง นี่มันเพิ่มเวรเพิ่มกรรมทั้งสิ้น

แต่ถ้าเป็นธรรมๆ เขาเป็นคนดีๆ ไง ถ้าคนดีของเขามันดี ดีเพราะอะไรล่ะ ดีเพราะกิเลสมันเจ้าเล่ห์ มันเจ้าเล่ห์ เราเป็นคนดี เราทำบุญกุศลแล้ว เราทำด้วยสุดความสามารถของตน

ดีอะไรล่ะ มันก็ดีของกิเลส เห็นไหม กิเลสถ้ามันบอกว่าดี เราก็ดีตามมันไป เวลากิเลสบอกว่ามันร้าย มันร้าย เราก็หลีกเลี่ยงมันไป มันก็เป็นใต้อำนาจของความเจ้าเล่ห์แสนงอนของกิเลสตัณหาความทะยานอยาก

เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา มันเป็นอำนาจวาสนาที่ยิ่งใหญ่นัก ยิ่งใหญ่นักที่ไหนล่ะ

ยิ่งใหญ่นัก เวลาถ้ามันจะเอาจริงเอาจังขึ้นมา เราจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ

เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ถ้ามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนาเป็นอริยทรัพย์ ถ้ามีความเชื่อๆ ไง ความเชื่อแล้วศึกษาค้นคว้า เพราะความเชื่อ อำนาจวาสนาของมนุษย์มันมีได้สูงส่งมากขนาดนั้นแหละ ถ้ามีความเชื่อในพระพุทธศาสนา มันก็มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย

เวลาคนที่ไม่เชื่อและคัดค้าน แล้วดำเนินชีวิตตามกิเลสตัณหาความทะยานอยาก มันก็พาลุ่มๆ ดอนๆ เพราะมันว้าเหว่ มันเหงา มันทุกข์มันยาก

แล้วเอาอะไรเป็นที่พึ่งล่ะ เพราะเราไม่เชื่อสิ่งใดๆ เลย

แต่ถ้าเราเชื่อในพระพุทธศาสนา เราเชื่อในพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนถึงทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ มันมีข้อเท็จจริง ถ้ามันข้อเท็จจริง เราจะทำได้หรือทำไม่ได้ขึ้นมา เราก็มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เรามีรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แล้วเรามีอำนาจวาสนาของตนมากน้อยขนาดไหน เราก็ใช้ชีวิตของเราตามอำนาจวาสนาของเรา แต่เราก็ไม่ทิ้งหลักไง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มันจะอยู่ในคุณงามความดี จะอยู่ในซีกของของธรรม มันไม่อยู่ในซีกของกิเลสตัณหาความทะยานอยากที่บีบบี้สีไฟ

ถ้ามีความทุกข์ยากอยู่แล้ว แล้วดำเนินตามกิเลสมันไป กิเลสมันก็ส่งเสริมให้กระทำความชั่วมากขึ้นๆ เพื่อมันจะได้สบายใจว่าอยู่ในอำนาจของมันไง

เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัตินะ กิเลสเป็นนามธรรมๆ แล้วกิเลสมันอยู่ที่ไหน บ้านของมันอยู่ที่ไหน

หลวงปู่มั่นพูดไว้ในมุตโตทัยเลย ฐีติจิต ฐีติจิตมันเป็นบ้านของกิเลส

ฉะนั้น เวลาจิตเดิมแท้ผ่องใส จิตเดิมแท้นี้หมองไปด้วยอุปกิเลส จิตเดิมแท้ ฐีติจิตมันเป็นคูหา มันเป็นบ้านเป็นเรือนของพญามาร ของกิเลสที่มันบีบบี้สีไฟหัวใจเราอยู่ตรงนั้น

นี่ไง เวลาจิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้นี้เป็นผู้หมองไปด้วยอุปกิเลส จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้เป็นผู้ข้ามพ้นกิเลส

จิตเดิมแท้ๆ ฐีติจิตเป็นที่อยู่ที่อาศัยของกิเลสตัณหาความทะยานอยาก กิเลสตัณหาความทะยานอยากมันเป็นนามธรรมๆ แต่มันก็อาศัยฐีติจิต อาศัยหัวใจของมนุษย์ หัวใจของสัตว์โลกครอบครองอำนาจไว้ แล้วมันเจ้าเล่ห์ เจ้าเล่ห์แสนงอนแล้วพลิกแพลงให้อยู่ในอำนาจของมันตลอดไป

เวลาทางสังคมโลก เขาก็มีความสุขความเจริญของเขาตามอำนาจวาสนาของเขา กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ทำบุญกุศลมามากมาย คุณงามความดีมากมายมหาศาลขนาดไหน เขาประสบความสำเร็จในชีวิตของเขา เขาก็ต้องสิ้นชีวิตไป ใครเกิดมาล้มลุกคลุกคลาน มันมีแต่ความทุกข์ความยากขนาดไหน เขาก็ต้องสิ้นชีวิตไป

กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ทำมามากน้อยขนาดไหน มีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหนไง

ถ้าเรามีอำนาจวาสนาของเรา เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราก็มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นรัตนตรัย เป็นที่พึ่งที่อาศัย เรามีอำนาจวาสนาขนาดไหน เราก็ใช้ชีวิตของเราตามแต่อำนาจวาสนาของตนไง

แต่ผู้ที่มีอำนาจวาสนามีมากมายนะ เขาจะบวชเป็นพระ เขาจะบวชเป็นนักรบ เขาจะรบกับกิเลสไง แสวงหาครูบาอาจารย์ที่ดีงาม ถ้าแสวงหาครูบาอาจารย์ที่ดีงามนะ

นี่ไง กาในฝูงหงส์ เวลาบวชใหม่ๆ เหมือนหงส์เลย มีความสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมา เวลาอยู่ไป กิเลสตัณหาความทะยานอยากมันบีบบี้สีไฟไง เวลาเจ้าเล่ห์แสนงอน จากหงส์เลยกลายเป็นกา

แล้วฝูงกาที่เป็นฝูงใหญ่ เวลาเป็นหงส์เข้าไปอยู่ในฝูงกา เราจะทำตัวอย่างไร เราจากหงส์จะกลายเป็นกาไปใช่ไหม

แต่ถ้าเราหาครูบาอาจารย์ที่ดีงาม เราเป็นหงส์ เราพยายามฝึกหัดปฏิบัติของเรา ถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมา เราจะเจอครูบาอาจารย์ที่ดีงาม ถ้าเจอครูบาอาจารย์ที่ดีงาม เอาท่านเป็นหลักชัย แล้วเราฝึกหัดปฏิบัติของเรา

เพราะกิเลสมันเจ้าเล่ห์ มันเจ้าเล่ห์ไง พอกิเลสมันเจ้าเล่ห์ มันเล่ห์เหลี่ยมของมัน มันร้อยแปดพันเก้า เวลาจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา

เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ ทำไมต้องฝึกหัดประพฤติปฏิบัติไง

ถ้าไม่ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เพราะว่ากิเลสมันเผาลนในหัวใจของตนไง กิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน มันพลิกมันแพลง เห็นไหม เวลามีศรัทธาความเชื่อ ถ้ามีอำนาจวาสนามันก็ดีงามของมัน

เวลา สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ความมันเป็นอนัตตา สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจังไง ความรู้สึกนึกคิดของคนมันเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาไง สิ่งที่มันเจอครูบาอาจารย์ที่ดีงามไง เราก็เชิดชูบูชาไง เวลากิเลสมันท่วมหัวใจขึ้นมา มันจะตำหนิติเตียนแล้ว “ลำเอียงเพราะรัก ลำเอียงเพราะชัง ลำเอียงไปตลอด ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธรรม

แต่กิเลสเอ็งเป็นธรรมใช่ไหม เวลากิเลสของเราน่ะเป็นธรรม

มันเจ้าเล่ห์แสนงอน มันพลิกมันแพลงไง

เราจะฝึกหัด หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านทำของท่านมาก่อน ท่านได้ไปเผชิญหน้ากับกิเลสตัณหาความทะยานอยากไง

รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร

เวลาจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เราต้องทำศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ามีศีล มีศีลคือเป็นรั้วรอบขอบชิดไง ทางฆราวาสเขาก็มีศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ศีลเป็นรั้วรอบของชิด มันเป็นการวัดกันว่าอะไรถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรม เพราะในพระพุทธศาสนาไง ศีล สมาธิ ปัญญา

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักฯ ไง เทฺวเม ภิกฺขเว ทางสองส่วนไม่ควรเสพ อัตตกิลมถานุโยค กามสุขัลลิกานุโยค

อัตตกิลมถานุโยค ทำตนให้ลำบากเปล่า ลำบากเปล่าที่ไหน

ลำบากเปล่า เรารู้เราเห็นของเรา เวลาลัทธิศาสนาอื่นๆ เขาถือของเขา ความเห็นของเขา ทำทุกกิริยาต่างๆ ขึ้นมาเพื่อจะเข้าไปชำระล้างกิเลส

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประพฤติปฏิบัติมาก่อนไง อัตตกิลมถานุโยค ทำให้ตนลำบากเปล่า มันจะไม่ได้ผล ไม่ได้สิ่งใดๆ เลย

กามสุขัลลิกานุโยค ลัทธิศาสนาต่างๆ ฤๅษีชีไพรเขาทำความสงบของใจของเขา เขามีฤทธิ์มีเดชของเขา เขาเหาะเหินเดินฟ้าของเขา แต่เหาะเหินเดินฟ้าขนาดไหนมันก็หมดอายุขัย มันเป็นการจิตส่งออกไง ถ้ามันทำความสงบของใจได้ ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ มันก็ว่าสิ่งนั้นเป็นธรรมๆ ไง

เทฺวเม ภิกฺขเว ทางสองส่วนไม่ควรเสพ ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา มันจะเข้าสู่ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๒๒๗ อย่างน้อยก็ปาณาติปาตา ไม่เบียดเบียน ไม่ทำลายใครทั้งสิ้น ข้าวของของใครที่มีเจ้าของ เราไม่แตะต้องทั้งสิ้น ถ้าเป็นทางโลกไง เราไม่ผิดคู่ครองของใครทั้งสิ้น สิ่งใดที่มันเป็นมุสา มันโกหกมดเท็จไง

กิเลสมันเจ้าเล่ห์นัก มันพลิกมันแพลงขึ้นมาว่าเราคิด คนรู้หน้าไม่รู้ใจ เราคิดของเราแล้วไม่มีใครจะรู้อะไรกับเราได้ จริตนิสัยที่มันตลบตะแลง มันก็ตลบตะแลงของมันตลอดไป

ผิดศีล ผิดศีลเพราะอะไร

ผิดศีลเพราะว่า เราพูด เราทำสิ่งใดไปแล้วมันเกิดมโนกรรม ถ้ามโนกรรม เธอย้ำคิดย้ำทำจะเป็นจริตนิสัยของเธอ เราใช้ชีวิตอย่างไร เราพูดจาอย่างไร มันเป็นทางออกของกิเลสทั้งนั้นน่ะ กิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน มันพลิกมันแพลงขึ้นมา เราเชื่อมั่น เราอยู่ร่วมกันกับมัน มันก็เป็นจริตเป็นนิสัย เป็นความเคยชิน เคยชินจนเสียนิสัย

สิ่งใดที่มันเป็นสุรา เป็นความมึนเมา เมาในธรรมะไง ธรรมเมา ไม่ใช่ธรรมะ เมาไปจนทั่ว ดูสิ นี่ความเจ้าเล่ห์ของมัน

ฉะนั้น เราต้องมี ๘ ศีล ๕ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ศีลเป็นรั้วรอบขอบชิด รั้วรอบขอบชิดขึ้นมา เราจะทำความสงบของใจเข้ามาแล้ว เห็นไหม

ความเจ้าเล่ห์ของมันนะ จะทำความสงบของใจ ใจมันจะสงบหรือไม่

นี่ไง ความเจ้าเล่ห์มันหลอกลวงทั้งนั้นน่ะ ใครก็คิด คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ จะมีความรู้สึก อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ก็ว่าสิ่งนั้นจะเป็นธรรมๆ

เป็นธรรมตรงไหน

ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ศีล สมาธิ ปัญญา

ศีลคือรั้วรอบขอบชิด เวลามันคิดมโนกรรมๆ ใจนี้ร้ายนัก มันคิดร้อยแปดพันเก้าของมัน แล้วคิดร้อยแปดพันเก้าขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เราทำ เราปฏิบัติมา กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เวลามันคิดคือมโนกรรม มโนกรรมถ้ามีสติปัญญาดูแลรักษาขึ้นมา มันก็มีความปกติสุข

แต่ถ้ามันไปกระทบไง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อายตนะทั้ง ๖ เวลามันภายนอก ภายใน เวลามันกระทบแล้ว อารมณ์มันเกิดแล้ว ความคิดมันเกิดแล้ว แล้วความคิดมันไป นี่มโนกรรมๆ ไง ถ้ามันเป็นศีลๆ ศีล เวลากายกรรม วจีกรรม เวลาทำไปแล้วมันถึงผิดศีล แต่ถ้ามันเป็นความคิด นี่มันเป็นธรรม

ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติใหม่ต้องการทำความสงบของใจ แล้วใจมันสงบระงับหรือไม่ มันกระทบกระเทือน มันกระทบสิ่งใดมันไปหมดเลย

ฉะนั้นถึงว่า สิ่งที่ว่าอาบัติผิดในความรู้สึกนึกคิดมันไม่มี

แล้วทางโลกเขายิ่งว่าสิทธิเสรีภาพ มันเป็นสิทธิของคน แล้วมันยิ่งใหญ่นัก ยิ่งใหญ่

แล้วกิเลสเอ็งยิ่งใหญ่กว่าอีก เจ้าเล่ห์ แสนงอน พลิกแพลง

ฉะนั้น เวลาทำความสงบของใจไง ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา

นี่มันหลอกตน กิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน มันหลอกมันลวงไง เพราะอะไร

กิเลสมันกลัวนัก กลัวธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเป็นลัทธิศาสนาอื่นมันไม่กลัวอะไรเลย เพราะความเชื่อ ความเชื่อมันยิ้มแย้มแจ่มใสเลย มันจะชักลากไปอย่างไรก็ได้ แล้วก็เชื่อมันอยู่อย่างนั้นน่ะ

เวลาเราจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติไง คำว่า ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ” เพราะอะไร เพราะในพระพุทธศาสนา ศรัทธาแก้กิเลสไม่ได้ ทฤษฎี ความจำ ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ภาคปริยัติๆ ทรงจำธรรมวินัย ทรงจำไว้ทำไม แล้วความเจ้าเล่ห์ กิเลสมันเจ้าเล่ห์นัก ความทรงจำอันนั้นแหละ มันก็หลอกตนไง มันจะได้สมาธิแล้วล่ะ โอ๋ย! มันลงสมาธิเลยนะ โอ๋ย มันว่างหมดเลย

กิเลสมันหลอกตนน่ะ มันหลอก ความเจ้าเล่ห์ นี่ไง เจ้าวัฏจักร เจ้าวัฏจักรมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน มันยิ่งใหญ่เพราะมันครอบงำจิตใจในสามโลกธาตุอยู่ในอำนาจของมันหมด ทั้งๆ ที่ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ ๙ ประโยค จบหมดล่ะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะแสดงธรรมที่ไหน ทำเรื่องสิ่งใด รู้หมด แล้วมันก็พลิกแพลงเป็นความรู้ของตน นี่มันทรงจำธรรมวินัย

ทรงจำธรรมวินัยเป็นภาคปริยัติ ศรัทธาความเชื่อแก้กิเลสไม่ได้ ความจำๆ แก้กิเลสไม่ได้ ความจำๆ ถ้ามีอำนาจวาสนาความจำนั้นจะครอบคลุมความรู้สึกนึกคิดของตน เวลามันดิ้นมันรนของมัน เวลามันพลิกมันแพลงของมันนะ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเทียบมาเคียง การเทียบเคียงนั้นเขาเรียก “ปัญญาอบรมสมาธิ”

เพราะสิ่งที่กิเลสมันยุมันแหย่ มันพลิกมันแพลงขึ้นมา มันอยู่กับเราไง แล้วเวลาเรามันพลิกมันแพลง เวลาเรามีความรู้สึกนึกคิดต่างๆ กิเลสมันบิดมันเบี้ยว มันลากไปแล้ว พอมันลากไป แล้วเวลาจะฝึกหัดปฏิบัติ เวลาจิตมันมีอาการต่างๆ โอ๋! มันจะเป็นธรรม มันจะสงบ

ความเจ้าเล่ห์ของกิเลสมันก็หลอกจิตดวงนั้นแหละ มันก็หลอกจิตผู้ที่ฝึกหัดประพฤติปฏิบัตินี้แหละ มันก็เจ้าเล่ห์กับผู้ที่มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา มันก็เจ้าเล่ห์กับผู้ที่มีอำนาจวาสนานะ ละวางมาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาเพื่อจะอาความสงบของใจเข้ามา

ความเจ้าเล่ห์ของมัน มันก็ยังมีเล่ห์กลซ้อนเข้ามาในการฝึกหัดปฏิบัติของเรา

ฉะนั้น เวลาครูบาอาจารย์ของเราท่านเห็นความเจ้าเล่ห์ ความเจ้าเล่ห์คืออะไร ความเจ้าเล่ห์คืออนุสัย มันนอนเนื่องมากับใจของตน

หลวงปู่มั่นบอกไว้ในมุตโตทัยไง อวิชชาๆ มันอยู่ที่ไหน พญามารๆ มันอยู่ที่ไหน มันอยู่ที่ฐีติจิต

แล้วเราล่ะ ไอ้อารมณ์ความรู้สึกนี้มันเกิดจากจิต มันไม่ใช่จิต แล้วมันส่งออกมาโดยกิเลสตัณหาความทะยานอยากที่มันเห่อเหิมทะเยอทะยาน แล้วมันมีความเจ้าเล่ห์แสนงอนของพญามารอีกไง

เวลาการประพฤติปฏิบัติขึ้นมามันยาก มันยากเพราะกิเลสตัณหาความทะยานอยาก มีกีดมันกั้นมันขวาง กิเลสมีพลิกมันแพลงขึ้นมา มันปัดแข้งปัดขา

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีแต่ให้คุณและให้ประโยชน์ ให้ความร่มเย็นเป็นสุขกับสัตว์โลกทั้งสิ้น แต่เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมา สิ่งที่เราเผชิญหน้าอยู่คือเผชิญหน้ากับกิเลสในใจของตนไง ดูความเจ้าเล่ห์แสนงอนของมันสิ เราก็หวังไง ทำดีต้องได้ดี

ทุกคนจะอุทธรณ์บอกว่า ทำดีแล้วไม่ได้ดีๆ นั่งสมาธิภาวนาของเราขึ้นมามันไม่สงบระงับสักที

เวลาสงบระงับเข้ามานะ มันหลอกตน ว่างๆ ว่างๆ

ว่างๆ มันจะว่างขนาดไหน สาธุ แขวนมันไว้ เราไม่เชื่อมัน เพราะเราเคยทำมาแล้ว ความว่างอย่างนี้ เราก็ได้มาตลอดแล้ว แล้วถ้าความว่างอย่างนี้ ถ้ามันเป็นสมาธิจริง ทำไมไม่มีกำลังล่ะ แล้วความว่างอย่างนี้ทำไมมันไม่เป็นข้อเท็จจริงล่ะ

ข้อเท็จจริงคืออะไร

ศีล สมาธิ ปัญญา

เป็นสมาธินะ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

ไอ้ที่มันมีความสงบๆ เวลากิเลสมันพลิกมันแพลง มันเจ้าเล่ห์แสนงอนขึ้นมา เราศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามา เราฟังธรรมครูบาอาจารย์ที่ท่านเทศนาว่าการมา มันก็ติดมาในหัวนั่นแหละ แล้วเราก็พิจารณาของเรา เราก็กระทำของเรา ถ้ามันเท่าทันอารมณ์ มันก็วางได้

ความวางได้มันเป็นปัญญาอบรมสมาธิ ปัญญาอบรมให้จิตใจสงบระงับ ถ้าจิตใจสงบระงับเข้ามามันก็มีข้อเท็จจริงขึ้นมาในหัวใจของตน แต่ข้อเท็จจริงนี้มันแป๊บๆๆ มันเป็นปัญญาอบรมสมาธิ ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิความถูกต้องชอบธรรม

แล้วถ้ามันเป็นความถูกต้องชอบธรรมแล้วทำไมเราไม่ทำต่อเนื่อง แล้วเราทำไมไม่เปรียบเทียบว่า ถ้ามันหยุด มันหยุด มันมีความรู้สึกอย่างไร แล้วมันก็คิดอีก มันคิดของมันอยู่อย่างนั้นแหละ

นี้ทำไมมันคิดอย่างนั้นล่ะ

สันตติไง ธรรมชาติของมันไง ธรรมชาติของมนุษย์ไง มีธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ มีกายกับใจ กาย เวลากาย ถ้าทำความสงบของใจได้ ถ้ามันเห็นกาย เห็นเวทนา เพราะอะไร

เวทนาเกิดจากกาย เวทนากาย เวทนาจิต

แล้วถ้ามันเป็นจิต เป็นธรรมล่ะ

เวลาถ้าจิตมันสงบแล้วมันจะรู้มันจะเห็นของมัน มันจะพิจารณาของมัน

ถ้ามันพิจารณาของมัน มันพิจารณาของมันเพราะอะไรล่ะ

ศีล สมาธิ ปัญญา ทางสองส่วนไม่ควรเสพ

อัตตกิลมถานุโยค พยายามว่ากิเลสมันอยู่ที่ใจ กิเลสมันอยู่ที่ในความไม่พอใจ มันก็เป็นวัตถุหมดล่ะ

เวลาในปัจจุบันนี้ทางวิทยาศาสตร์เขาเจริญขึ้นมา เขาเปลี่ยนหัวใจได้เลย ถ้าเปลี่ยนหัวใจ หัวใจที่มันสูบฉีดเลือดนั่นมันเป็นธาตุขันธ์ มันอยู่ที่กาย

แต่ถ้าใจล่ะ

ใจคือพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน คนจะเปลี่ยนหัวใจหรือไม่เปลี่ยนหัวใจ ถ้าภาวนาเป็น จิตมันสงบแล้ว นี่ผู้ตื่น ผู้รื่นเริงในใจของตน

จิตกับหัวใจที่มันสูบฉีดเลือดมันคนละเรื่องกัน ถ้ามันคนละเรื่องกันเพราะอะไร เพราะมันเป็นธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ กายกับใจ ถ้ากายกับใจ เราทำความสงบของใจเข้ามา ถ้าใจมันสงบระงับเข้ามา เราไม่ให้กิเลสหลอกตน กิเลสหลอกเรา

ถ้ากิเลสหลอกเรา มันก็ล้มลุกคลุกคลานกันอยู่อย่างนี้แหละ แต่ถ้าเอาจริงเอาจังขึ้นมา เราฝึกหัดตามข้อเท็จจริงของตน

เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านฝึกหัดปฏิบัติ หลวงปู่มั่น เวลาท่านอบรมบ่มเพาะแต่ละบุคคลๆ ไง แต่ละบุคคลๆ คำบริกรรมก็ให้ท่อง ให้บริกรรมแตกต่างกันไป แล้วถ้ามันใช้ปัญญาอบรมสมาธิได้ก็ฝึกหัดใช้ปัญญาอบรมสมาธิเข้ามา ถ้าใจสงบเข้ามา ใจเป็นอย่างไร ถ้าใจเป็นอย่างไร เห็นไหม ไม่ให้กิเลสมันหลอกตน

เจ้าเล่ห์แสนงอนนัก โอ้! ทำไมทำให้เราล้มลุกคลุกคลานขนาดนี้ จะทำให้เราลำบากลำบนได้ขนาดนี้ แล้วใครนั่นน่ะ

กิเลสเท่านั้น กิเลสเท่านั้น แล้วกิเลสเท่านั้น กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เราทำของเรามา ถ้าเราทำของตัวเรามานะ เราไม่มีอำนาจวาสนาขึ้นมา เราไม่มีคำบริกรรม เราไม่ใช้ปัญญาอบรมสมาธิให้จิตสงบระงับได้ มันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก เป็นการกระทำของคนคนนั้น

แล้วครูบาอาจารย์ที่ฝึกหัดอบรมบ่มเพาะไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นให้มีข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมา ให้เป็นเครื่องอยู่ของใจ ถ้าใจมันรัก มันมีเครื่องอยู่อย่างนั้น มันจะทรงตัวของมันได้ ทรงตัวของมันได้เพราะอะไร

เห็นไหม เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งที่อาศัย ถ้าครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เวลาจิตมันสงบระงับเข้ามา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง

ถ้าผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มันมีอำนาจวาสนาของมัน เวลาฝึกหัดของมันขึ้นมา ถ้าจิตสงบแล้ว พยายามทำให้สงบมากขึ้นๆ

พอจิตสงบ สงบเพราะอะไร

สงบเพราะมันมีเหตุ ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ

นี่ไง ถ้าจิตมันไม่ทำสิ่งใดเลย มันจะสงบระงับเข้ามาอย่างไร

แล้วเราฝึกหัดปฏิบัติเริ่มต้นขึ้นมา เวลาคนหนา รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร มันเป็นไปโดยธรรมชาติ ธรรมชาติของจิตมันรับรู้อย่างนั้น นี่ไง อายตนะ อายตนะ ๖ ไง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เวลาถ้ามันสมบูรณ์แบบของมัน เห็นไหม เวลาเป็นวัยรุ่น เวลาเป็นเด็กน้อย โอ้โฮ! มันเท่าทันน่ะ เวลาแก่ชราคร่ำคร่า เวลาตาฝ้าฟาง หูตึง หูไม่ได้ยินสิ่งใด แล้วจิตล่ะ

นี่มันโดยธรรมชาติ แล้วมันมีความรู้สึกนึกคิดของมันอยู่อย่างนี้ ถ้ามีความรู้สึกนึกคิดของมันอยู่อย่างนี้ แล้วมีการศึกษาด้วย แล้วเกิดเป็นมนุษย์ด้วย แล้วจะเป็นนักประพฤติปฏิบัติขึ้นมา มันก็ยิ่งสังเกตของมัน มันยิ่งพยายามจะบีบบังคับให้สมความปรารถนาไง ดูความเจ้าเล่ห์ของกิเลสสิ กิเลสนี้เจ้าเล่ห์นัก แล้วไม่ได้ทำร้ายใคร ทำร้ายหัวใจผู้ที่ประพฤติปฏิบัตินั้น

กิเลสมันกีดมันขวาง มันทำลาย มันไม่ให้เป็นสัมมาทิฏฐิความถูกต้องชอบธรรม สัมมาสมาธิ ถ้ามีสัมมาสมาธิ จิตเราสงบระงับเข้ามา

กิเลสมันหลอกตน เราจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นไป ถ้าจิตสงบแล้วถ้ามันรู้มันเห็นของมันนะ โอ้โฮ! มันจะมหัศจรรย์ในตัวของตัวเอง

การฝึกหัดประพฤติปฏิบัตินะ เวลาเราชาวพุทธไง ทำวัตร ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น เวลาเขาสวดมนต์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เคารพบูชา สิ่งที่ว่าเพราะเรามีศรัทธา เรามีความเชื่อ เรามีอำนาจวาสนา เราถึงเชื่อและอยู่ในร่มโพธิ์ร่มไทรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เวลาจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เวลามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เวลาใจมันเป็นผู้รู้ พุทธะ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มันมหัศจรรย์ แล้วทำฝึกหัดให้มันมีความชำนาญ

เพราะอะไร

ครูบาอาจารย์ที่ดีงามนะ ทำความสงบสุขเพื่อความเป็นปกติสุข เพราะความปกติสุขแล้วฝึกหัดต่อเนื่อง ต้องทำความสงบของตนบ่อยครั้งเข้าๆ

ครูบาอาจารย์หลายองค์มาก หลวงปู่เจี๊ยะ หลวงตา ให้ชำนาญในวสี ชำนาญในการรักษาดูแลใจของตน

การดูแลรักษานี้ยาก ถ้าดูแลรักษาขึ้นมาจนมันมีกำลัง ถ้ามันน้อมไปเห็นสติปัฏฐาน ๔ มันมหัศจรรย์น่ะ

จิต จิตมันเสวยอารมณ์ จิตเห็นจิตเป็นมรรค

ความคิดทั้งหลายเป็นสมุทัย ผลเป็นทุกข์เป็นยากทั้งนั้น กิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอนทั้งนั้น แล้วเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาอยู่ในอำนาจของกิเลส แล้วกิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน มันก็พลิกมันก็แพลง แล้วเราจะเอาอะไรเป็นบรรทัดฐาน เราจะเอาอะไรว่าเป็นข้อเท็จจริง เป็นความจริงของเรา

แต่ถ้าเรามีครูบาอาจารย์ที่ดีงามนะ ข้อเท็จจริงมันก็จะเกิดจากปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก เกิดจากหัวใจเรานี่แหละ ถ้ามันจะเกิดจากหัวใจของเรา เห็นไหม

เราฝึกหัดปฏิบัติ ฝึกหัดปฏิบัติ พระปฏิบัติเขาปฏิบัติเพื่อความสงบสุข ความสงบสุขนี้ ถ้าจิตมันสงบคือจิตมันสงบสุข แต่ถ้ากิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน มันพลิกมันแพลง ปฏิบัติแล้วมันเร่ามันร้อน ปฏิบัติแล้วมันเบียดบังธรรมะด้วย อ้างอิงว่าเพราะปฏิบัติธรรมมันถึงทุกข์

ความจริงมันไม่ใช่

ชีวิตเราเกิดมา ทุกข์เป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริง แล้วทุกข์ของคนมันอยู่ที่บุญและบาปของคน คนที่เขามีอำนาจวาสนาของเขา เขาก็ทุกข์ในใจของเขา แต่เขาประสบความสำเร็จในชีวิต ในการดำรงชีวิตของเขา

แต่ถ้าเราทุกข์เรายากขึ้นมาขนาดไหนนะ เพราะมันเป็นบุญและบาปของแต่ละบุคคลที่ได้สร้างสมบุญญาธิการมา มันเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน มันเป็นเรื่องทุกข์ เรื่องประจำชีวิต

แต่ถ้าเรามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เราเชื่อมั่นในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราบวชพระ เราเป็นนักปฏิบัติ เราจะมาปฏิบัติเพื่อจะเข้าไปเผชิญหน้ากับกิเลส ถ้าเราจะปฏิบัติเผชิญหน้ากับกิเลส เราเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา สิ่งที่เราทำเป็นความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ

ถ้ามันว่าจะเป็นความทุกข์

ทุกข์เพื่อจะแก้ทุกข์ ทุกข์เพราะเรามีศรัทธา ทุกข์เพราะเราเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา แล้วในพระพุทธศาสนา เราเชื่อมั่นมาก เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่มีกำมือในเรา แบตลอด ให้เราได้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง

ถ้าฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี อย่างน้อยเป็นพระอนาคามี ถึงที่สุดเป็นพระอรหันต์ สิ้นกิเลส

ให้กิเลสสิ้นไปจากใจ

หลวงปู่มั่นบอก บ้านของกิเลสไง ฐีติจิต จิตเดิมแท้

ไอ้เราที่เราพูดคุย ไอ้เราพยายามสัมผัสกัน มันเป็นอารมณ์ มันเป็นอารมณ์ เป็นอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ความคิดไม่ใช่จิต จิตไม่ใช่ความคิด จิตเป็นธาตุรู้ ฐีติจิต กิเลสมันอยู่นู่น อยู่นู่น

เราจะรู้จะเห็นมันได้อย่างไร

ฉะนั้น เวลาที่ว่า เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ความทุกข์ความยากเป็นความทุกข์ประจำธาตุขันธ์ ประจำชีวิตของมนุษย์ แต่เวลาเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ไอ้นี่มันเป็นความทุกข์จากความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ เพราะเราพอใจ เราภูมิใจ เราจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้มันเป็นข้อเท็จจริง ถ้าข้อเท็จจริง การรักษาการดูแล ชำนาญในวสี ทำความสงบของใจให้มากขึ้นๆ

นี่กิเลสมันหลอกตน ว่าเป็นอย่างนั้น ว่าเป็นสมาธิ ว่ามีกำลัง

มันว่าหมดล่ะ กิเลสหลอก เจ้าเล่ห์แสนงอน

เวลาถ้าจิตสงบ เรามีอำนาจวาสนาของเรา เราปฏิบัติของเรา มันเป็นการกระทำของเรา เห็นไหม

ในพระพุทธศาสนาไง ปริยัติ ปฏิบัติ ปริยัติมีการศึกษา มีการค้นคว้าขึ้นมาต่างๆ มันเป็นภาคความจำ เวลาเราฝึกหัดปฏิบัติ ภาคปฏิบัติ พระกรรมฐานๆ คือพระปฏิบัติ เวลาปฏิบัติ ถ้ามันปฏิบัติขึ้นมาข้อเท็จจริง เห็นไหม

ศรัทธาความเชื่อ เชื่อเป็นศรัทธา เป็นทรงจำธรรมวินัย เป็นศาสดา เราไม่กล้าลบหลู่ เพราะเราเป็นชาวพุทธ เราเคารพ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรามีศรัทธามีความเชื่อของเรา เราจะไปลบหลู่ได้อย่างไร เราไม่ลบหลู่หรอก แต่ความเจ้าเล่ห์ของกิเลสต่างหาก กิเลสในใจของตนต่างหาก

ภาคปริยัติเป็นศรัทธาความเชื่อ มันเป็นความทรงจำ มันเป็นสัญญาอารมณ์ แต่เวลาเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมามันจะเข้าสู่ความสงบของใจ ถ้าใจมันสงบแล้วฝึกหัดบ่อยครั้งเข้าๆ แล้วถ้ามีกำลังขึ้นมา น้อมไป ถ้ามันเห็นกาย เห็นเวทนา เห็นจิต มันมหัศจรรย์ มันเป็นข้อเท็จจริงนะ

มันจะลอยมาจากฟ้าหรือ สิ่งที่ว่าภาคปฏิบัตินี่

ภาคปริยัติจะเอาอะไรก็ได้ ภาคปริยัติไง ความทรงจำ สัญญาอารมณ์ จินตนาการร้อยแปด

เวลาภาคปฏิบัติขึ้นมา สุตมยปัญญา ปัญญาคือการศึกษาเล่าเรียน จินตมยปัญญา ปัญญาเกิดจากจินตนาการ เพราะภาคปริยัติ ความทรงจำธรรมวินัย การศึกษาขึ้นมาเป็นความทรงจำ แล้วจินตนาการก็จินตนาการ จินตนาการ ถ้าเป็นสัมมาสมาธิ เป็นสัมมาทิฏฐิความถูกต้องชอบธรรม การจินตนาการโดยธรรมนั้นน่ะจะเป็นปัญญาอบรมสมาธิ

ทำสมาธิบ่อยครั้งเข้า ไม่ให้กิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอนมาหลอกตน หลอกตนว่าเป็นอย่างนั้นๆ

มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ ถ้ามันจะเป็น มันต้องปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกสิ

ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก จิตสงบเป็นอย่างไร สมาธิเป็นอย่างไร ร้อยทั้งร้อยทำสมาธิไม่เป็น ให้กิเลสเจ้าเล่ห์แสนงอนพลิกแพลงให้เชื่อตามอารมณ์นั้นไป กิเลสมันหลอกตน

ถ้ามีอำนาจวาสนา ทำความสงบของใจบ่อยครั้งเข้า เพราะทำความสงบของใจนั่นก็เป็นบุญเป็นกุศลของผู้ที่ประพฤติปฏิบัติแล้วนะ

คนที่ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติทำสมาธิเป็น ทำสมาธิได้ ในวงกรรมฐาน ครูบาอาจารย์ที่ท่านเป็นธรรมนะ ท่านบอก พออยู่พอกิน

คำว่า พออยู่พอกิน” มันรักษาใจของตนได้ ไม่ให้ใจของตนมันทุกข์ยากจนเกินไป ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิและถูกต้องชอบธรรม

แต่กิเลสมันหลอกตน หลอกว่าเป็นธรรมอย่างนั้น เป็นธรรมอย่างนี้ สมาธิทำไม่ได้ มันก็ว่าเป็นสมาธิ สมาธิไม่มี มันก็พลิกมันก็แพลงของมันไปว่าเป็นธรรมไง

แต่ถ้าเวลาจิตมันสงบระงับ ถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมา เวลามันน้อมไปมันเห็น จิตเห็นอาการของจิต มันเสวยอารมณ์ มันมหัศจรรย์ในความเห็นของตนนะ ทำไมมันว่องไว มันมหัศจรรย์ได้ขนาดนั้น นี่มันจะเกิดภาวนามยปัญญาแล้วล่ะ

จากสุตมยปัญญา ปัญญาศึกษาค้นคว้าขึ้นมา ศึกษาค้นคว้าขึ้นมา จินตนาการขนาดไหน ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม จะเป็นปัญญาอบรมสมาธิ ถ้าเป็นปัญญาอบรมสมาธิ เป็นสมาธิมีกำลังของมันขึ้นมา ไม่ให้กิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน มันพลิกมันแพลง เราก็ล้มลุกคลุกคลาน คาอยู่อย่างนั้นน่ะ เจริญก้าวหน้าขึ้นไปไม่ได้ในการประพฤติปฏิบัติของเราเลย

ถ้ามีอำนาจวาสนา ชำนาญในวสี ชำนาญในการทำสมาธิ ชำนาญในการรักษาสมาธิ ชำนาญ เราทำของเราให้มั่นคงแข็งแรงของเรา แล้วถ้ามั่นคงแข็งแรงของเรา เราฝึกหัดของเรา เห็นไหม น้อม น้อมไปเห็นสติปัฏฐาน ๔

ถ้าน้อมไปเห็นสติปัฏฐาน ๔ มันเห็นของมันจริงๆ นะ มันเห็นของมันจริงๆ มันจะเกิดภาวนามยปัญญา มันรู้เลย ปัญญาอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเรา อาการอย่างนี้มันไม่เคยมี ที่มันเป็นมาๆ มันก็เป็นสุตมยปัญญา จินตมยปัญญามาตลอด จินตมยปัญญา ตรรกะ ความรู้สึกนึกคิดของคน ตั้งเป้าว่าถูกหรือไม่ถูก แล้วถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง ถ้าจิตมันเห็นสติปัฏฐาน ๔ คือจิตมันเห็นกิเลส

ถ้าเห็นกิเลสแล้ว แล้วมันฝึกหัด ฝึกหัดของเราขึ้นมา เห็นไหม จะทำสมาธิ จะทำสมถะ กิเลสมันก็หลอกตน เจ้าเล่ห์แสนงอน เวลาจะวิปัสสนานะ เราโดนกิเลสหลอกแล้วล่ะ เราโดนกิเลสหลอกอีกแล้ว

จากกิเลสมันหลอกตนๆ เพราะมันปั้นแต่งให้ไง ไอ้นี่จะเป็นสมาธิ ไอ้นี่จะเป็นความสงบ ไอ้นั่นจะเป็นปัญญา นี่กิเลสมันหลอกตน หลอกเรา

แต่เพราะเราทำความสงบของตนได้ ทำความสงบของเราได้ เราชำนาญในวสีของเรา เราฝึกหัดของเรา เราทำของเรา ชำนาญในวสี ชำนาญในการรักษาที่เป็นสมาธิได้ ถ้าทำสมาธิได้ จากสุตมยปัญญา จินตมยปัญญา ถ้ามันน้อมไปเห็น เห็นสติปัฏฐาน ๔ เห็นกิเลส มันพลิกมันแพลงเลยล่ะ มันเกิดภาวนามยปัญญา

แล้วเกิดภาวนามยปัญญา อาการมันเป็นอย่างไร

โอ้โฮ! มันทะลุปรุโปร่ง

กายก็เป็นกาย นี่ไง กาย มีเวทนา จิต ธรรม กายก็เป็นกาย มันสมบูรณ์แบบของมันในกาย กายก็มีจิต กายมันมีจิตวิญญาณ มีการดูแลรักษา เวลามันพิจารณาของมันไป มันเป็นอุคคหนิมิต มันเป็นวิภาคะ มันแยกส่วนขยายส่วน แวบๆๆ ไม่ทันมันหรอก โดนกิเลสหลอกอีก

จากกิเลสมันหลอกตน หลอกตนในการทำสมาธิ ในการทำสมถกรรมฐาน สมถกรรมฐานมีความชำนาญ ทำของเราให้มันมีความชำนาญ ชำนาญในวสี ชำนาญในวสีแล้วไม่กลัวอะไร

มันจะมีอะไรสิ่งใดก็แล้วแต่ นี่ไง ทุกข์ในชีวิตประจำวัน ทุกข์ของโลกเขา ทุกข์ในการเดินจงกรม ทุกข์ในการทำความเพียร แต่เราพอใจ มันจะมีอะไรมาทุกข์ยากไปกว่านี้วะ มีอะไรบอกมา ครูบาอาจารย์คอยแนะวิธีการทั้งนั้นน่ะ เข้าเผชิญหน้ากับมัน ถ้าเผชิญหน้ากับมัน นี่ไง นักรบไง

เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาไง ถ้าเราเป็นประเพณีวัฒนธรรม เราก็มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่อาศัย แต่เวลาจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณทำลายอวิชชา ทำลายครอบครัวของมารสิ้นไปจากใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นธรรมธาตุ ไม่มีกิเลสเลย

จากเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ก็ทุกข์ก็ยากเหมือนกัน เวลาทำความเป็นจริง ข้อเท็จจริงแล้ว เวลาชำระล้างกิเลส กิเลสสิ้นไปจากหัวใจ เห็นไหม

หลวงปู่มั่นบอก กิเลสมันอยู่ที่ฐีติจิต

มันอยู่ที่จิตเดิมแท้นั้น แล้วมันทำลายไปแล้ว ตั้งแต่ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา เป็นวิชชา นิโรโธ โหติ

ทุกกระบวนการ ทุกความรู้สึกนึกคิด เวลาสอุปาทิเสสนิพพาน พระอรหันต์ไง ความคิดของพระอรหันต์ นิโรโธ โหติ นิโรธๆ

ไอ้เราเจ้าเล่ห์แสนงอนพลิกแพลง ทุกข์ยากเกือบตาย แต่มีวาสนา มีวาสนาเพราะเราจะประพฤติปฏิบัติ นี่ไง ปริยัติ ปฏิบัติ ศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนานี้ทำให้เรามั่นคงในพระพุทธศาสนา เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เรารู้เราเห็นกิเลสของเรา ถ้าจิตมันสงบระงับแล้ว ถ้าเห็นสติปัฏฐาน ๔ มันเห็นของมัน มันเสวย

เวลามันพลิกมันแพลง มันเสวย มันต้องจับ

จะกาย จะเวทนา จะจิต จะธรรมก็แล้วแต่ มันต้องจับ จับไปแล้ว เวลาภาวนามยปัญญา ปัญญาที่มันหมุนไป ธรรมจักรมันหมุน หมุนอย่างไร จักรมันเคลื่อน เคลื่อนตรงไหน ภาวนามยปัญญามันเกิด เกิดอย่างไร

“ไอ้นั่นเป็นโลกียะ ไอ้นั่นโลกุตตระ”

ปากเปียกปากแฉะ ไร้สาระ

สาระข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้น เกิดขึ้นจากภาคปฏิบัติ เกิดขึ้นจากจิตดวงนั้น จิตทุกดวง จิตเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงมา ถ้าเกิดนั้นคือมีพญามาร มีอวิชชา

ถ้าเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา เวลาฝึกหัดปฏิบัติไง เวลาฝึกหัดปฏิบัติ เรามีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย พอพึ่งอาศัย ใครมีแก้วสารพัดนึก นึกได้มากได้น้อยขนาดไหน

แต่เวลาเราภาคปฏิบัติขึ้นมา เราจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมา จากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ทำความสงบของใจเข้ามาได้ นี่ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เวลาผู้ตื่น ผู้เบิกบาน น้อมไป ถ้าเห็นสติปัฏฐาน ๔ ไง เพราะการประพฤติปฏิบัติในแนวทางสติปัฏฐาน ๔ ในพระพุทธศาสนา

ถ้าเป็นกิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน “รู้ปัญญา ปัญญาเคลื่อนไหว ไอ้หลับหูหลับตามันจะไปรู้อะไร”

หลับหูหลับตานั่นมันจะเห็นกิเลสตัวจริงๆ ไอ้ที่ว่ารู้มีสติปัญญา นั่นน่ะกิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมามันก็มีวิธีการร้อยแปดพันเก้า วิธีการปฏิบัติก็ปฏิบัติพอเป็นพิธี แต่วิธีการปฏิบัติ ผู้ที่ปฏิบัติแล้ว พิธีกรรมนั้นพยายามจะทำเข้ามาให้มันเป็นความสงบของใจของเราให้ได้ ถ้าทำความสงบของใจได้ สิ่งที่ว่ากิเลสมันหลอกตนๆ มันจะหลอกเราไม่ได้

แต่ถ้าเราไม่มีอำนาจวาสนาขึ้นมานะ เราก็ให้กิเลสมันชักจูงจมูกไปอย่างนั้น รู้จริงเห็นจริงตามความเป็นจริง ร้อยแปดพันเก้า นั่นน่ะกิเลสมันหลอกตน หลอก หลอกให้เข้าสู่ความสงบของใจไม่ได้ เพราะเข้าสู่ความสงบของใจแล้วเรากลัวว่ามันจะเป็นสมถะ เรากลัวว่าเราจะวิปัสสนาไม่ได้

เจ้าเล่ห์แสนงอนนัก

เวลาครูบาอาจารย์ของเรานะ จิตตภาวนา ทำความสงบของใจเราให้ได้

ถ้าทำความสงบของใจเราไม่ได้ กิเลสหลอกตน

ทั้งๆ ที่ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นแหละ เพราะฐีติจิตมันมีพญามาร ปจฺจยาสงฺขารา สงฺขาราปจฺจยา วิญฺญาณํ มันเป็นอิทัปปัจจยตา มันไปของมัน แล้วออกมาเป็นชั้นเป็นตอน

เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัตินะ รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร มีสติปัญญาขึ้นมา ทำภาวนามยปัญญา ทำปัญญาอบรมสมาธิขึ้นมา ถ้าจิตสงบเข้ามา ถ้าสงบเข้ามาแล้ว ถ้าหายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ทำความสงบของใจเข้ามา ถ้าจิตสงบแล้วถ้าเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง

เวลามันชำระล้างขึ้นมา มันตั้งแต่ขันธ์อย่างหยาบ แล้วพิจารณาต่อเนื่อง ถ้าจับกิเลสได้มันจะเป็นขันธ์อย่างกลาง ถ้าพิจารณาไปได้ มันจะเป็นขันธ์อย่างละเอียด แล้วพอจากขันธ์ ขันธ์ ๕ จะเข้าไปสู่ฐีติจิต เข้าไปสู่จิตเดิมแท้ มันเข้าไป

เวลามันเข้าเป็นชั้นๆ เข้าไป เวลาเข้าไปเป็นชั้นๆ เข้าไป มันตัดเป็นชั้นๆ เข้าไปนะ กิเลสมันก็หลบซ่อนเข้าไปเป็นชั้นๆ เข้าไป

เวลาเราวิปัสสนา เราทำของเราขึ้นไป มันรู้แจ้งเห็นจริงอย่างไร

แนวทางสติปัฏฐาน ๔ ไง

สติปัฏฐาน ๔ โดยกิเลสมันเจ้าเล่ห์แสนงอน มันก็ว่าเป็นสติปัฏฐาน ๔ สติปัฏฐาน ๔ ที่มันพลิกมันแพลง มันเป็นสติปัฏฐาน ๔ โดยความนึกความคิด โดยจินตนาการ สุตมยปัญญา จินตมยปัญญา ปัญญาที่ว่ามีสติปัญญา ปัญญาที่เท่าทัน ปัญญาที่เลอเลิศ เลอเลิศของกิเลสที่มันเจ้าเล่ห์แสนงอน กิเลสมันพลิกมันแพลงอยู่นั่นน่ะ ไปไหนไม่รอดหรอก

ครูบาอาจารย์ของเราท่านทำจริงจังนะ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านทำของท่านมาแล้ว คำว่า ทำของท่านนะ เริ่มต้น หลวงตามหาบัวท่านบอกเลย การปฏิบัติยากอยู่สองคราว คราวเริ่มต้นนี่ คราวเริ่มต้นนี่แสนทุกข์แสนยาก

เพราะการรบทัพจับศึก นักรบๆ การรบสมัยโบราณ เริ่มต้นขึ้นมาก็กำแพงเมืองนั่นแหละ เข้าไปเผชิญกำแพงเมือง มันจะไปรบกับใคร

ไปรบกับกำแพง กำแพงเมือง มีทั้งธนู มีทั้งหินร้อนๆ เขาเทลงมา มีทุกอย่าง รบข้าศึกครั้งแรกทุกข์ยากมาก รบข้าศึกครั้งแรก

แล้วภาวนามยปัญญามันเกิดอย่างไร ถ้ามันจับต้องของมันได้ไง

เวลาฝึกหัดทำความสงบของใจเข้ามามันก็โดนกิเลสหลอก ใกล้ๆ บรรลุธรรมแล้วล่ะ ใกล้ๆ จะได้สมาธิ

ทำของเราไป สมาธิเป็นสมาธิ ชำนาญในวสี เพราะเวลามันเกิดเป็นครั้งเป็นคราว นี่ส้มหล่น เป็นอำนาจวาสนาของแต่ละบุคคล ถ้าเรามีอำนาจวาสนา เราก็ภูมิใจแล้ว เพราะคนที่ทำสมาธิไม่เป็น ทำสมาธิไม่ได้ เขาไม่รู้จักรสของธรรม รสของสติธรรม รสของสมาธิธรรม รสของปัญญาธรรม

รสของธรรมชนะซึ่งรสทั้งปวง แล้วรสของธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไป มันจะเลอเลิศ ถ้ามันไม่เลอเลิศ รสของธรรมมันจะชนะกิเลสได้อย่างไร

เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมาล้มลุกคลุกคลาน ที่มันทุกข์มันยากเพราะกิเลสมันกีดมันขวางทั้งนั้น

แล้วพอมันจะเป็นสัมมาทิฏฐิความถูกต้องชอบธรรมบ้าง กิเลสก็เจ้าเล่ห์แสนงอน พลิกแพลง มันหลอกมันลวง มันพลิกมันแพลง ทำไมมันทุกข์ยากขนาดนี้

ทุกข์ยากขนาดนี้ก็กิเลสของแต่ละบุคคล กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา

ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัตินะ ท่านมีดวงตาเห็นธรรม ท่านเห็นธรรมตั้งแต่ปฏิบัติเริ่มต้นนู่นน่ะ ครูบาอาจารย์แต่ละองค์ที่ท่านจะเข้าถึงสู่ขั้นต้นมันยุ่งยากขนาดไหน มันยุ่งยาก พัวพัน วุ่นวายไปหมดเลยในหัวใจ ข้างนอกไม่มีอะไรหรอก เห็นเดินจงกรม เห็นนั่งสมาธิอยู่นั่นแหละ แต่ข้างในนี่ แหม! มันพลิกมันแพลง แล้วมันจะตั้งต้นกันอยู่อย่างไรน่ะ

ฝึกหัดปฏิบัติของเรา ถ้ามันจับต้องของมันได้ ถ้าจับต้องได้นะ เริ่มต้นจากว่ากิเลสหลอกตน แต่ถ้าใช้ภาวนามยปัญญา พอจับต้นชนปลายได้ เพราะเราจับกิเลสได้ เรารู้จักกิเลสแล้ว พอรู้จักกิเลสแล้ว กิเลสมันจะหลอกเราแล้ว

จากกิเลสมันหลอกตน ไอ้นี่ตนโดนกิเลสหลอก ตนจะโดนกิเลสหลอกแล้ว เพราะเป็นการเผชิญหน้า เป็นการพลิกแพลงตลอด มันปลิ้นมันปล้อนตลอด มันปลิ้นมันปล้อน เพราะมันอาศัยธรรมะให้เราเชื่อไง เราก็ปฏิบัติมาเพื่อความจะหลุดพ้น

ไอ้นี่มันก็บอกว่า หลุดแล้ว พ้นแล้ว ดีแล้ว

จากโดนกิเลสหลอก เจ้าเล่ห์แสนงอน เวลาจะใช้ภาวนามยปัญญาไป โดนกิเลสหลอกอีกแล้ว

ถึงจะต้องถ้าใช้สติปัญญาไปมากน้อยขนาดไหน ถ้ามันเป็นสติปัญญาที่ใช้บ่อยครั้งเข้า มันจะเป็นสัญญา เพราะมันเคยเป็นเคยได้ มันจะเป็นสัญญา วาง

ถ้าฝึกหัดประพฤติปฏิบัติบ่อยครั้งเข้ามันจะรู้ มันจะรู้ว่า เวลาถ้ามันมีศีล มีสมาธิ แล้วเป็นปัญญา เป็นภาวนามยปัญญา อาการความเป็นไป ปัญญามันหมุน ธรรมจักรมันเคลื่อน มันหมุน มันจะเป็นอย่างนี้

แล้วถ้าบ่อยครั้งเข้าๆ เวลาสมาธิมันเบาบางลง สมาธิมันอ่อนแอลง สิ่งที่ว่าปัญญามันจะเคลื่อนไปจากสมถกรรมฐาน มันถึงเห็นชัดไงว่าสมถกรรมฐานมันสำคัญอย่างใด

สมถกรรมฐานคือสถานที่ที่จะทำการงาน แต่ถ้าในสถานที่ที่จะทำงานนั้น ถ้ามันอ่อนแอ มันไม่มั่นคง สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็อ่อนแอไปด้วย ถ้ามันอ่อนแอไปด้วย ฉะนั้น โดนกิเลสหลอกไง ไอ้นั่นเป็นปัญญา ไอ้นี่จะเป็น

ปัญญาอะไร สัญญาทั้งนั้น คำว่า สัญญา” คือเป็นกำลังของกิเลส สมุทัยเจือปนมา แล้วถ้าไม่มีสติปัญญานะ สิ่งนี้จะเสื่อมไปหมด

เวลาจิตเสื่อมๆ ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติมา ทำสมาธิ กิเลสเจ้าเล่ห์แสนงอน มันก็ว่าเป็นสมาธิๆ

สมาธิกับอารมณ์แตกต่างกันนะ

เวลาอารมณ์ ส่งอารมณ์ ส่งอารมณ์อะไร อารมณ์ปกติสุข อารมณ์เครียด อารมณ์หายเครียด อารมณ์ทั้งนั้นน่ะ

แต่ถ้าเราฝึกหัดทำความสงบของใจ ใจสงบ สงบสุขอย่างหนึ่ง แล้วขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ สมาธิเป็นสมถกรรมฐาน ฐานที่ตั้งแห่งการงาน ถ้าฐานที่ตั้งแห่งการงาน จิตตภาวนาๆ ภาวนาบนฐานนั้น ภาวนาบนจิตนั้น ไม่ได้ทำภาวนาที่สมอง

จิตตภาวนา จิตทำงาน มันภาวนาของมัน มันเห็นไง มันถึงรู้ไง จิตตภาวนา มีกายกับใจๆ ถ้ามีกายกับใจมั่นคงตอนที่ทำสมาธิเป็นแล้ว ถ้าทำสมาธิเป็นมันรู้เลย จิตเป็นอย่างนี้ สมาธิเป็นอย่างนี้

ถ้าสมาธิเป็นอย่างนี้ สมถกรรมฐานยกขึ้นสู่วิปัสสนาไม่เป็น ล้มลุกคลุกคลานอยู่อย่างนั้นน่ะ แล้วกิเลสมันก็เจ้าเล่ห์แสนงอนให้เราล้มลุกคลุกคลาน ถ้ามีวาสนาชำนาญในวสี จบ

ชำนาญในวสีคือทำความสงบของใจได้ ใจจะล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน เราก็พยายามทำความสงบของใจได้ ทำความสงบของใจได้เพราะชำนาญในการเข้าและในการออก

เข้าอย่างไร ออกอย่างไร แล้วรักษาไว้อย่างไร แล้วถ้าเห็นสติปัฏฐาน ๔ แล้วฝึกหัดใช้ปัญญา ปัญญาเป็นอย่างไร

โดนกิเลสหลอกว่าเป็นปัญญาๆ เป็นสัญญาทั้งนั้น แต่ถ้ามีวาสนา คนที่มีกำลัง มีศรัทธาความเชื่อนะ รู้เลย อันนี้เป็นสัญญา พอสัญญา วาง ไม่โดนกิเลสหลอก

ถ้าโดนกิเลสหลอก อ้าว! ทำสมาธิๆ สมถกรรมฐาน สมถกรรมฐานเป็นฐานที่ตั้งแห่งการงาน จิตตภาวนา จิตมันมีความสงบ มีฐานตั้งมั่นแล้ว เราเห็นสติปัฏฐาน ๔ แล้วเราใช้ปัญญาของเราไป มันเป็นขั้นตอน

อันนั้นมันเป็นทฤษฎี อันนั้นเป็นธรรมและวินัย

แต่เวลาทำมันอยู่ที่จริตนิสัย อยู่ที่อำนาจวาสนา โทสจริต โมหจริต โลภจริต จริตแต่ละบุคคลไง

นี่ไง ถ้าเป็นพระสารีบุตรไง เวลาใช้ปัญญาอบรมสมาธิ มันเป็นปัญญาวิมุตติ เวลาปัญญาวิมุตติขึ้นมา มันจะพิจารณาไปอีกอย่างหนึ่ง เวลาพระโมคคัลลานะเจโตวิมุตติ เจโตวิมุตติสมาธิมันเป็นบาทเป็นฐานเลย สมาธิเป็นบาทเป็นฐาน มันจะเห็นในสัมมาสมาธิเลย แล้วสมาธิมันจะมีเทคนิคอย่างไร มันจะทำอย่างไร นี่เป็นปัญญาวิมุตติ เป็นเจโตวิมุตติ

แล้วเวลาพระอรหันต์แปดสิบองค์ เอตทัคคะแต่ละองค์ ท่านวิทยานิพนธ์แตกต่างกันไป แตกต่างกันไปเพราะว่ามีความรู้ความเห็นในสติปัฏฐาน ๔ ในกาย ในเวทนา ในจิต ในธรรมแตกต่างกันไป แตกต่างกันไปโดยจริตนิสัยไง

ไอ้นี่ของเราก็เหมือนกัน ถ้ามันจะเป็นเป็นจังขึ้นมา มันจะตรงกับกิเลสเราไง มันจะฝึกหัดถ้า พิจารณากายๆ

แล้วครูบาอาจารย์ที่พิจารณาจิตล่ะ แล้วครูบาอาจารย์ที่พิจารณาธรรมล่ะ

ก็พิจารณาธรรมของเขามันตรงจริตตรงนิสัย แล้วมันเป็นอำนาจวาสนา เป็นการกระทำที่ถูกต้องชอบธรรม

ถูกต้องชอบธรรมตรงไหน

ถูกต้องชอบธรรม เพราะเวลาท่านพิจารณา เวลาขันธ์อย่างหยาบ ขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ไม่ใช่ทุกข์ ทุกข์ไม่ใช่ขันธ์ ๕ เวลาสมุจเฉทปหาน เวลามันขาด นิโรธ ดับทุกข์ กิเลสชำระล้างไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นี่เวลามันข้อเท็จจริงไง

แล้วถ้าพิจารณากายๆ ถ้ากายเป็นไตรลักษณ์ล่ะ

ถ้ากายเป็นไตรลักษณ์โดยสติโดยปัญญา นี่ไง กายกับจิต ทุกข์ กายส่วนหนึ่ง จิตส่วนหนึ่ง ทุกข์ส่วนหนึ่ง แยกหมดเลย นี่ไง สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส

นี่เวลาพิจารณากาย พิจารณากายโดยเจโตวิมุตติ โดยปัญญาวิมุตติ โดยจริตโดยนิสัย มันแตกต่างไปทั้งนั้นแหละ

แต่ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ นิโรธ นิโรธอย่างไร

เวลาพิจารณาไปมันปล่อยๆ นั่นน่ะชั่วคราว ตทังคปหานไง

เวลาทำความสงบ กิเลสก็หลอกตน เวลาฝึกหัดใช้ปัญญาได้ก็โดนกิเลสหลอก

มันต้องมีสติ มันต้องมีปัญญา มันต้องมีการฝึกหัดปฏิบัติ มันมีครูมีอาจารย์ไง สัมมาสมาธิ การทำความสงบของใจเป็นสมถกรรมฐาน ฐานที่ตั้งแห่งการงาน ก็ชำนาญในวสี เวลาฝึกหัดใช้ปัญญาๆ อะไรเป็นบาทเป็นฐานจะเกิดภาวนามยปัญญา

ปัญญาเกิดจากจิต จิตสงบระงับ มีฐานที่ตั้ง มีกำลัง มันถึงฝึกหัดใช้ปัญญาได้ แล้วปัญญาที่เวลามันหมุนติ้วๆ ปัญญามันจะเร็วมากๆ แล้วเรารู้เห็นหมด

ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา มัคโค ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ทางสายเอก ทางของจิต

เวลาปัญญามันเคลื่อน มันหมุนไป กิเลสนะ หลบหลีก หลบลี้ ซ่อนเร้น โอ๋ย! ร้อยแปด นักภาวนาก็ยิ่งใหญ่นะ ทำสมาธิก็มีความสุขนะ เวลาใช้ปัญญา โอ้โฮ! กิเลสมันหลบซ่อนหมดเลย ว่างหมดเลย มันปล่อยนะ ชั่วคราวๆ ทั้งนั้นน่ะ ตทังคปหาน ของชั่วคราว ถ้าของชั่วคราวแล้วเพลิดเพลิน พอสมาธิเบาบางลง มันเป็นอย่างนั้นอีกไม่ได้แล้ว

หลายๆ คนภาวนาไปแล้วนะ เสื่อมอย่างนี้ หลายๆ คนทำไปแล้วล้มลุกคลุกคลาน

จิตเสื่อมแก้อย่างไร เวลาสมาธิ เวลาทำสมาธิ จิตเสื่อม จิตมีกำลัง ไม่มีกำลัง เวลาปัญญามันเกิด มันเกิดอย่างไร แล้วภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดอย่างไร แล้วที่มันเป็นๆ มันเป็นภาวนามยปัญญาหรือมันเป็นสัญญา

สัญญาจำได้หมายรู้ เคยภาวนาได้ไง ขายของเก่า ขายของเดิม อดีตอนาคตแก้กิเลสไม่ได้ แก้ไม่ได้หรอก ถ้ามันแก้ได้ สมุจเฉทปหาน เวลามันขาด นิโรธ ดับทุกข์เลย ขณะจิต ดับหมด

ดับด้วยอะไร

สัมมาทิฏฐิความถูกต้องชอบธรรม สัมมาสมาธิ สัมมาสติ สติมันมีคุณค่า มันเห็นคุณค่าไปหมดเลยนะ ของที่ถูกต้องชอบธรรม เราเองเป็นคนเสวย เป็นคนกระทำ เป็นคนเกิดขึ้น

นี่ไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกไง ศาสนาไหนไม่มีมรรค ศาสนานั้นไม่มีผล

นี่ก็เหมือนกัน ในการประพฤติปฏิบัติ ใจดวงใดไม่มีมรรค ไอ้ที่ทำ เริ่มต้นทำสมาธิก็โดนกิเลสหลอก เป็นสมาธิแล้วล่ะ โอ้โฮ! สมาธิต้องเป็นอย่างนั้นๆๆ โดนกิเลสหลอก เวลาจะใช้ปัญญาหลอกกิเลส กิเลสมันพลิกแพลงไง กิเลสหลอกตน ตนโดนกิเลสหลอก

ทำสมาธิ กิเลสมันก็เจ้าเล่ห์ ฝึกหัดใช้ปัญญา กิเลสมันก็เหยียบย่ำย่ำยีอยู่นั่น แล้วเวลาปฏิบัติไปมันเป็นสัญญา คำว่า สัญญา สัญญาคือความจำ สัญญามันเป็นเครื่องเทียบเคียง มันไม่ใช่ภาวนามยปัญญา ถ้าภาวนามยปัญญา ปัญญามันหมุนติ้วๆๆ มันปล่อยๆ

ครูบาอาจารย์นะ ปล่อยอย่างไรก็ปล่อยไปเถอะ ถ้ามันไม่สมุจเฉท ถ้ามันไม่ดับทุกข์จริง จะไม่ว่างเว้น จะมีการทำต่อเนื่องๆ ฉะนั้น การทำต่อเนื่อง ครูบาอาจารย์ที่ดีงามท่านถึงให้มีเวลา ท่านถึงให้มีการกระทำ

ทางของสมณะเป็นกางกว้างขวาง ต้องทุกวินาที ทุกการกระทำ ทุกการเคลื่อนไหว ทุกพร้อมหมด นั่นเป็นนักปฏิบัตินะ

ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติตามความเป็นจริงไง เวลานี้สำคัญมาก แล้วเวลาสำคัญมาก มันเข้าด้ายเข้าเข็มแต่ละบุคคลไง

แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติ เห็นไหม เวลาพระเรา เวลาออกพรรษาแล้ววิเวกไปต่างๆ ฝึกหัดปฏิบัติของเรา แล้วเวลาเข้าพรรษาแล้วให้อยู่เป็นที่เป็นทาง แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติเป็นที่เป็นทาง ในพระไตรปิฎก เวลาจะใกล้ออกพรรษานี่ โอ๋! พระสำเร็จเป็นพระอรหันต์ๆ มากมาย

แล้วของเราล่ะ

มีครูบาอาจารย์ของเราหลายๆ องค์มากนะ เวลาเข้าด้ายเข้าเข็มๆ พยายามของตนให้มาก ต้องละเอียดรอบคอบ เพราะกิเลสมันก็แหลมคมนะ จากลูกของมัน หลานของมัน พ่อแม่ของมัน จะไปปู่ของมันนะ

ฉะนั้น เวลาฝึกหัดปฏิบัติ คนที่ปฏิบัติตามความเป็นจริงมันจะเป็นสติ แล้วขึ้นไปมันจะเป็นมหาสติ มันจะเป็นสติอัตโนมัติ สติเป็นญาณเข้าไปถึงเลย มันยอกมันย้อน มันพลิกมันแพลง

ทวนกระแสกลับไง ปัญญาในพระพุทธศาสนาคือทวนกระแสกลับเข้าไปสู่ใจของตน

แล้วใจของตนมันพอกไปด้วย เหมือนดินพอกหางหมู จนมันแกว่งไม่ได้ กว่าจะทำความสงบของใจได้ ทุบหางหมูให้ดินมันแตก ให้หางหมูมันแกว่งเพื่อกำจัดแมลงจะมาถึงตัวมันน่ะ จิตใจของเราทำความสงบของใจมันถึงแสนยาก แสนทุกข์แสนยาก

ในภาคปฏิบัติไง ทำสมาธิยังทำกันไม่ได้ มันจะปฏิบัติกันอย่างไร

ถ้าสมาธิๆ ทำเพื่อความสงบสุข พวกเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติใหม่ ทำอย่างใดก็ได้ ฝึกหัดให้จิตมันสงบระงับเข้ามา ให้เรารู้จักกายกับใจ

ร่างกายนี้เราเลี้ยงดูแลมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เรารู้มันอยู่แล้ว แล้วไม่ใช่รู้ธรรมดานะ เจ็บไข้ได้ป่วยไปหาหมอ ไม่อยากเป็นมะเร็ง ไม่อยากเป็นมะเร็ง ไม่อยากเป็นโรคร้ายทั้งนั้นน่ะ แล้วใจล่ะ ใจ กิเลสมันบีบบี้สีไฟมันทุกข์อยู่นี่ไง

แล้วเราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง โอกาสทอง ทองมากๆ เลย เพราะในการฝึกหัดไง คนเจ็บไข้ได้ป่วยไปโรงพยาบาลจะถามหมอ หายไหม หายไหมเลย

ไอ้นี่ก็เหมือนกัน เรามีกิเลสในใจของเรา หลวงปู่มั่นบอกนะ กิเลสมันอยู่ที่ฐีติจิต อยู่ที่จิตเดิมแท้ จิตเดิมแท้ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไง จิตที่เวลาเวียนว่ายตายเกิด กำเนิด ๔ กิเลสมันอยู่ที่นั่น มันถึงเวียนว่ายตายเกิด

เวลามันสำรอกเป็นชั้นๆ ขันธ์อย่างหยาบ ขันธ์อย่างกลาง ขันธ์อย่างละเอียด เห็นไหม ขันธ์อย่างหยาบ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ขันธ์อย่างกลาง กามราคะ ปฏิฆะขาดไป ขันธ์อย่างละเอียดไง กามราคะ ปฏิฆะหายหมดเลย มีเศษส่วน พิจารณาซ้ำพิจารณาซาก มันถอดถอนเศษส่วน นี่อนาคามี ๕ ชั้น เวลามันไปเห็นจิตนะ โอ้โฮ! นี่ไง เห็นจิตก็เห็นอวิชชา อวิชชามันอยู่ที่ฐีติจิต

จิตเดิมแท้นี้แจ่มใส จิตเดิมแท้นี้หมองไปด้วยอุปกิเลส จิตเดิมแท้นี้แจ่มใส จิตเดิมแท้นี้จะเป็นผู้ข้ามพ้นกิเลส จะชำระล้างพญามาร เจ้าวัฏจักร

ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นแม่ทัพใหญ่ ถ้าชำระ นั่นขันธ์อย่างละเอียด เวลามันชำระล้างไปแล้ว กามราคะมันขาดไป เวลาเข้าไปสู่พญามาร นั่นน่ะฐีติจิตไง กิเลสมันอยู่ที่นั่น บ้านของมันน่ะ บ้านของพญามาร เรือนยอดของเรือน ๓ หลัง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำลายมันสิ้น มันเป็นปัญญาญาณนะ นั่นน่ะสติอัตโนมัติ

สติ มหาสติ สติเป็นญาณ

เวลาปัญญา ปัญญาๆ ที่ว่าเราสติเรามีปัญญา เราเท่าเราทัน เรามีปัญญาเลอเลิศ ขันธ์อย่างหยาบ ขันธ์อย่างกลาง ปัญญาอีกชั้นหนึ่ง เวลาขันธ์อย่างละเอียดนั่นน่ะมหาปัญญา เวลามันเข้าไปสู่ฐีติจิต นั่นปัญญาญาณ มหัศจรรย์ ธรรมะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามหัศจรรย์

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสำรอกกิเลสทั้งสิ้น ครอบครัวของมารไม่มีอยู่ในธรรมธาตุในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงชี้หน้ากิเลสๆ

ไอ้ของเราล่ะ บ้านของมันเลย กิเลสแล้วมันยึดครอง แล้วเราพยายามปฏิบัติกันล้มลุกคลุกคลาน แค่ทำความสงบ มันหลอกเรา หลอกไปหมด แล้วเชื่อมันด้วย

แต่ถ้ามีอำนาจวาสนานะ เราพยายามของเรา ชำนาญในวสี แล้วเวลาใช้ปัญญาไม่โดนกิเลสหลอก กิเลสมันหลอกเราแล้ว เราไม่โดนกิเลสหลอกซ้ำ แล้วฝึกหัดปฏิบัติด้วยความล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน เราก็พยายามฝึกหัดของเรา เราทำของเรา เพราะมันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก เป็นผลประโยชน์กับใจดวงนั้น

เวลาปัญญามันเกิดนะ มันเกิดที่หัวใจ เกิดที่จิต แล้วมหัศจรรย์ เห็นไหม ปัญญา มหาปัญญา เพราะกิเลสมันคนละชั้นน่ะ กิเลสมันละเอียดหยาบแตกต่างกัน ถ้ายิ่งละเอียด มันยิ่งพลิกยิ่งแพลง ยิ่งปลิ้นยิ่งปล้อน ยิ่งหลอกยิ่งลวง มันจะต้องเต็มที่

นี่ไง ทางของสมณะเป็นทางกว้างขวาง กว้างขวางเพื่อจะเข้าไปเผชิญหน้ากับมัน เราจะเป็นนักรบ รบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของตน เราจะรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของเรา เราจะไม่ไปรบทัพจับศึกกับใครทั้งสิ้น มันเป็นกิเลสของเขา มันเป็นทุกข์ยากของเขา กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เขาทำมาเป็นจริตนิสัย ทำมาเป็นสันดานของเขา

ของเรา ของเรา เราจะทำหัวใจของเราให้ดีงาม เราจะทำหัวใจของเราให้สิ้นไป ถ้ามันสิ้นไป

กิเลสเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไปไง ลูกหลานมัน พ่อแม่มัน ปู่ย่าตายายมัน เรือนยอดเรือน ๓ หลัง หักมันด้วยปัญญาญาณเข้าไปชำระล้าง ไปสำรอก ไปคาย เวลามันสมุจเฉทปหาน สมดุลของมัน มันทำลาย มันชำระล้างภพชาติ

จิต ฐีติจิตเป็นบ้านของอวิชชา แล้วเราหักเรือนยอด ทำลายบ้านมันเลย ทำลายภวาสวะ ทำลายภพ พระพุทธศาสนามหัศจรรย์ เป็นธรรมธาตุ เอโก ธมฺโม ธรรมอันเอก มีหนึ่งเดียว ไม่ใช่ของคู่ สุขคู่กับทุกข์ ไม่ใช่ของคู่ มืดคู่กับสว่าง ไม่ใช่ของโลก ของธรรม

เอโก ธมฺโม เอก หนึ่งเดียวเท่านั้น หนึ่งไม่มีสองคือหัวใจของผู้สิ้นกิเลส เอวัง