เทศน์เช้า วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม ธรรมะเป็นสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสร้างสมบุญญาธิการมามากมายมหาศาล เป็นพระโพธิสัตว์ๆ ไง สร้างอำนาจวาสนาบารมีมา มาตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาตรัสรู้นะ อันนั้นสำคัญมาก สำคัญมากเพราะตรัสรู้ด้วยมรรค ๘ ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา มีเฉพาะในพระพุทธศาสนา
แล้วเวลาสุภัททะมาถามไง ศาสนานั้นก็ดี ศาสนานั้นก็ดี
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก เธออย่าถามให้มากไปเลย มันไร้สาระ ศาสนาไหนไม่มีมรรค ศาสนานั้นไม่มีผล
ทุกศาสนาไม่มีมรรคหรอก เพียงแต่มันมาคัดลอกเอาตอนนี้ เอาไปใส่ในศาสนาเขา
ศาสนาไหนมันไม่มรรค ศาสนานั้นไม่มีผล เธออย่าถามให้มันเสียเวลาเลย เธออย่าอวดไบรต์ว่าเธอมีปัญญามาก มีปัญญามาก พระพุทธเจ้าจะนิพพานอยู่แล้ว มึงจะหมดโอกาสแล้ว
ให้พระอานนท์บวชไง บวชวันนั้น ประพฤติปฎิบัตินั้นเป็นพระอรหันต์องค์สุดท้ายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ศาสนาไหนไม่มีมรรค ศาสนานั้นไม่มีผล
มรรค ๘ มรรค ๘ ไง ถ้ามรรค ๘ สัมมาอาชีวะเลี้ยงชีพชอบ เลี้ยงชีพชอบ เราก็ทำสัมมาอาชีวะนี้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง มันไม่ใช่มรรคหรอก มันเป็นฆราวาสธรรม
พระพุทธศาสนานะ ถ้าศาสนาโดยแท้จริงนะ ไม่กวนบ้านกวนเมือง พระพุทธศาสนาที่แท้จริงกวนกิเลส มันจะทำลายกิเลสตัณหาความทะยานอยาก กิเลสในหัวใจของตน
กิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตนมันอยากดัง อยากใหญ่ อยากมีอำนาจวาสนา อยากจะครอบงำสัตว์โลกไง อยากจะไปคุยโม้คุยอวดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองแน่ ต้องเชิดชูตัวเองคนเดียว นั่นแหละกิเลสมันครอบงำ
พระพุทธศาสนาไม่กวนบ้านกวนเมืองไง ครูบาอาจารย์ของเรานะ อยู่โคนไม้ อยู่เรือนว่าง ไม่มาขอบาตร ขอกลดจากใครทั้งสิ้น
มีพระกรรมฐานมากมายไปโบกรถโบกราไง จะออกธุดงค์แล้วนะ มันขาดกลด ขาดบาตร
มันขาดกลด ขาดบาตรไปไม่ได้หรอก เพราะบวชมา ปัตตัง บาตรของเธอหรือ มันสมบูรณ์มาตั้งแต่ตอนบวชนั่นแหละ แล้วบวชมาแล้ว ข้อวัตรปฎิบัติขึ้นมา ถ้ารักษาไม่ดีขึ้นมาแล้ว มันมากะเทาะ มันผุมันกร่อน เขาก็ขัด เขาก็รักษาของเขา แล้วเขาระบม ด้วยบาตรของเขา ระบมด้วยไฟ กันสนิม
ศาสนาไม่กวนบ้านกวนเมือง ศาสนาที่แท้จริงกวนกิเลสในใจของตน
เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราควรจะภูมิใจในชีวิตของเราไง การเกิดเป็นมนุษย์มีกฎหมายคุ้มครองดูแลเรา เจ็บไข้ได้ป่วนตอนนี้บัตรทองๆ อย่างไรก็รักษาของเราได้ไง
เวลาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน นรกอเวจี ใครไปคุ้มครอง ไปดูแลมัน ไม่มีใครคุ้มครองดูแลมันนะ มันด้วยเวรด้วยกรรมของมันเองไง ดูสัตว์ป่าสิ สิ่งที่มันต่อสู้กัน แย่งชิงกันก็เรื่องอาหารเท่านั้นน่ะ เรื่องอาหาร ไม่มีสิ่งใดเลยไง
ไอ้เราเกิดเป็นมนุษย์นะ พระพุทธศาสนา ธรรมโอสถๆ สามารถแก้ทุกข์แก้ยากในหัวใจของเรา
ใช่ คนเกิดมาไม่เท่ากัน ไม่เสมอกัน เราทำสิ่งใดขาดตกบกพร่องขึ้นไปแล้วมันกรรมของสัตว์ เราก็ตั้งสติปัญญาของเรา แล้วขวนขวายกระทำของเราขึ้นมา
คาถาเศรษฐีในพระพุทธศาสนาไง รู้จักประหยัด รู้จักมัธยัสถ์ นี่คาถาเศรษฐี
เราไม่ฟังพระพุทธเจ้าเลย ไปอ้อนวอนขอใครก็ไม่รู้
ยอดพระไตรปิฎก คาถาเศรษฐี เราท่องคาถานั้นสิ
“ภิกษุทั้งหลาย เธอจงพิจารณาสังขารด้วยความไม่ประมาทเถิด”
เราอย่าประมาทในชีวิตของเราไง ชีวิตของเรามีคุณค่ามากไง เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เวลาเกิดมาแล้วพ่อแม่เชิดชูบูชา เลี้ยงดูอบรมบ่มเพาะมาไง แล้วเราใช้ชีวิตของเราสุรุ่ยสุร่าย เผชิญกับวิกฤติต่างๆ แล้วก็สิ้นชีวิตนี้ไป
พอสิ้นชีวิตนี้ไป แล้วธรรมะมันจะเกิด มันเกิดที่ไหนล่ะ
ธรรมะมันจะเกิด มันจะเกิดในหัวใจของสัตว์โลกไง หัวใจของเราที่มันทุกข์มันยากขึ้นมา ถ้าเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา ทาน ศีล ภาวนา
ทำทานๆ นี้ก็เพื่อให้กิเลสมันเปิดโอกาสให้เราได้ฟังธรรมบ้างไง
ฟังธรรมๆ บางคนที่กิเลสมันบอก โอ้โฮ! ไปวัดไปวามันเป็นจัญไร มันไม่ได้ลาภได้สักการะ มันต้องเสียสละ มันต้องทำคุณงามความดีไง เราไปของเราดีกว่า ความโลภ ความต้องการ นั่นน่ะมันจะเป็นบุญเป็นกุศล
มันคิดไปนู่นน่ะ
แต่ถ้าเป็นฟังธรรมๆ นะ การเสียสละ เสียสละเพื่ออะไร
เสียสละ สภาวะแวดล้อมที่ดีงาม สภาวะแวดล้อมที่ชุ่มชื่นขึ้นมา เราก็มีโอกาสไง นั่นสภาวะแวดล้อมนะ แล้วในหัวใจของเราที่กิเลสมันบีบมันคั้นอยู่นี่ สภาวะแวดล้อมมันดีหรือไม่ดี ถ้ามันไม่ดีขึ้นมา เราฝึกหัดๆ ขึ้นมา เสียสละของเรานี่
ทานๆๆ ทานคือความตระหนี่ถี่เหนียว คือมันไม่ยอมให้ใครทั้งสิ้น มันไม่ยอมให้ใคร มันก็กักขังทุกข์ยากไว้ในหัวใจของตน มันกักขังไว้เอง
ทุกข์ ใครต้องการ ทุกข์ ใครไปแสวงหามันมา มันอยู่ที่ไหน มันก็เกิดจากหัวใจนั่นแหละ แล้วสติปัญญามันไม่มีเท่าทัน กิเลสมันก็กักขังทุกข์เอาไว้ไง กักขังความโกรธ ความขึง ความไม่พอใจเอาไว้ในใจของตนไง
เสียสละทานๆ วัตถุเรายังเสียสละได้ไง แต่อารมณ์ความรู้สึกเราเสียสละไม่ได้ไง ถ้ามันเสียสละไม่ได้ ฟังธรรมๆ ตอกย้ำขึ้นมา แล้วถ้ามีศรัทธาความเชื่อขึ้นมา แล้วจะฝึกหัดประพฤติปฎิบัติขึ้นมา เห็นไหม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ชี้ทางเท่านั้น ทาน ศีล ภาวนา จะพ้นจากทุกข์ได้ต้องฝึกหัดภาวนาของเรา คนจะพ้นทุกข์ต้องฉลาด ฉลาดกับอารมณ์ความรู้สึกของตน ไม่ไปฉลาดกับใครทั้งสิ้น
พระพุทธศาสนาไม่เบียดเบียนใครทั้งสิ้น ไม่เบียดเบียน ไม่กวนบ้านกวนเมือง พระพุทธศาสนากวนกิเลส กักขังกิเลสไว้ในใจโดยความประมาท ด้วยความไม่รู้ ด้วยความไม่เข้าใจ แล้วก็อยากจะพ้นทุกข์ๆๆ ก็เอ็งกักขังมันไว้ มันจะพ้นทุกข์ได้อย่างไรล่ะ
ฟังธรรมๆ ขึ้นมา การฝึกหัดเสียสละอย่างนั้น แล้วอารมณ์ทำไมเสียสละไม่ได้ เสียสละไม่ได้เพราะเราไม่สติไม่มีปัญญาไง เราไม่รู้เท่าทันหัวใจของเราขึ้นมาเลยไง เราไม่รู้ว่าจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมาเกิดเป็นมนุษย์มันมีค่ามากน้อยขนาดไหนไง
เราก็ไปมองคนอื่นนะ เพชรนิลจินดาในข้อมือ ในคอเขา โอ้โฮ! คนนี้มีความสุขทั้งนั้นน่ะ โอ้โฮ! บ้านนี่นะ วิมานมหาศาลต้องมีความสุข
ไปถามเขา สุขไหม เขาอิจฉามึงน่ะ มึงมีความสุข มึงไม่ต้องเดือดร้อนดิ้นรนอะไรเลย มึงน่ะมีความสุข มีความสุขเพราะอะไร เพราะเขาเห็นว่าเราปลอดโปร่งไง เขาบริการจัดการของเขามันทุกข์มันยากทั้งนั้นน่ะ
ทุกข์เป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริง ความบีบคั้นของหัวใจ กิเลสมันบีบคั้นหัวใจมาแล้ว แล้วเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนามันเป็นบุญกุศล มันเป็นบุญกุศลได้อย่างไร
มันเป็นบุญกุศลเพราะการเกิดไง
เกิดเพราะอะไร
มนุษย์สมบัติ ถ้าไม่มีมนุษย์สมบัติ เราก็เกิดเป็นมด เป็นปลวก เป็นเล็น เป็นไรอยู่นั่นน่ะ
เวลาเกิดมา เห็นไหม ในประไตรปิฎกนะ ควายเวลามันจะตาย พอมันตายแล้วมันมาเข้านิมิตของพระอรหันต์ บอกว่า เกิดมาเป็นสัตว์มันทุกข์มันยากมากมาย สัตว์มันก็คิดของมันได้ไง แล้วสัตว์มันไม่มีคุณงามความดีอะไรเลย เวลาอยู่กับเจ้านายก็พยายามเอาอกเอาใจเขาเพื่อจะไม่ให้เขาตี ไม่ให้เขาทำร้ายเรา แล้วเวลาจะกินจะอยู่ เขาก็ต้องดูแลรักษาให้เรา แล้วถึงสุดท้ายแล้วเขาก็ฆ่าเราเสียแล้ว เห็นมนุษย์มีสิทธิเสรีภาพ ก็อยากให้เป็นแบบนั้น สัตว์มันไม่มีโอกาสอย่างนั้นเลยไง
เวลาตายแล้ว สัตว์มันไม่มีอะไรเป็นคุณงามความดีเลย มีเนื้อมีหนังเป็นคุณงามความดี เขาจะเอาเนื้อนี้มาถวายท่าน ขอให้ฉันให้หน่อย ขอให้ฉันให้หน่อย ฉันเนื้อของฉัน ฉันอยากสละเนื้อของฉันเพื่อเป็นบุญกุศลฉันบ้าง เพราะฉันอยากเกิดเป็นมนุษย์ไง
เวลาสัตว์มันคร่ำครวญ มันคร่ำครวญความอยากเกิดเป็นมนุษย์ แล้วเราเกิดเป็นมนุษย์เรามีศักดิ์ศรี มีคุณภาพขนาดนี้ แล้วเราทำไม่มีสติปัญญาว่าสัตว์ประเสริฐ
มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐๆ ประเสริฐตรงไหน
ประเสริฐตรงสมองนี่ไง ประเสริฐตรงความคิดนี่ไง ประเสริฐที่มีสติมีปัญญาไง
ทุกข์ที่เราขังไว้นี่ เราจะปล่อยมันไป เราจะปล่อยมันไป แล้วไล่มันไปเลยนะ อย่าให้มันอยู่ในหัวใจนี้ ทุกข์นี้จะปล่อยมันไป
ตั้งสติไว้ หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ทำความสงบของใจเข้ามา ทำความสงบของใจเข้ามา ปล่อยมันไปโดยการทำสมถะ ปล่อยมันไปโดยการทำความสงบของใจ ถ้าใจสงบระงับ เห็นไหม
เพราะอะไร
เพราะเราปล่อยมันได้ จิตมันถึงสงบระงับได้
ถ้าเราปล่อยมันไม่ได้ มันกวนอยู่นั่นแหละ นั่งสมาธิก็ไม่ได้สมาธิเสียที ไปหาหมอไง ไปถึงเจอหน้าหมอ อยากจะหายเลยไง นั่งสมาธิแล้วจะให้กิเลสมันหมดไปเลยไง
มันไม่หมดหรอก นั่งสมาธิ กิเลสมันยิ่งเพิ่มขึ้นใหญ่เลย ปฎิบัติเกือบตาย รู้อย่างนี้ไม่ปฎิบัติก็ดี รู้อย่างนี้นะ
รู้อย่างนี้ รู้อย่างไร รู้ด้วยกิเลสใช่ไหม
ถ้ารู้โดยธรรมๆ ไง เวลาจิตมันสงบขึ้นมา โอ้โฮ! เวลาคนที่จิตมันสงบระงับขึ้นมา สงบระงับด้วยบุญกุศลนะ ไม่ได้ระงับด้วยความสามารถของตน
คนเราส่วนใหญ่นะ เวลาระงับ มันระงับด้วยบุญด้วยบาป บุญและบาป ทำดีและทำชั่ว ทำได้หรือทำไม่ได้ แต่มันไม่ได้ด้วยเหตุด้วยผล ถ้าด้วยเหตุด้วยผล โดยมรรคไง ด้วยสติ ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา ด้วยการฝึกหัดของเราไง
เรารู้ชื่อมันหมดน่ะ เราศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า เกิดมาตั้งแต่เด็กจนผู้ใหญ่ ไปวัดไปวา พ่อแม่ก็พาไปวัดไง พระเทศน์ทุกวันเลย ทำไมจะไม่รู้จักไอ้มรรค ๘ มรรค ๘ กูท่องได้หมดเลย
ได้ขื่อ ได้ชื่อ ไม่ได้ตัวจริง
ถ้าได้ตัวจริงนะ มันจะเปิดประตู ไล่ทุกข์ออกไป ถ้าจิตสงบมันไม่เสวยอารมณ์ คือมันไม่สัมผัส ไม่ถูกต้องกับทุกข์ ไม่ถูกต้องกับสัญญาอารมณ์ มันปล่อยหมด ตัวมันเป็นอิสระไง พอตัวมันเป็นอิสระ ปล่อยมันไปโดยความไม่อินังขังขอบ ไล่มันไป ไล่มันไป นี่แก้กิเลสไม่ได้
สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ แต่สมาธิเป็นการยืนยันนะว่าเอ็งก็สามารถเอาชนะกิเลสได้ ถ้าเอ็งไม่สามารถเอาชนะกิเลสได้ เอ็งทำจิตเอ็งสงบไม่ได้ จิตไม่สงบเพราะมันเสวยอารมณ์ไง
ปากเราอมทุกข์ไว้เต็มปากเลย แล้วให้มันสงบ สงบจริงได้ไหม
คายทุกข์ออก ปากโล่ง ไม่มีทุกข์ในใจเลย เป็นสัมมาสมาธิ แต่เดี๋ยวก็กินอาหารอีกแล้ว เดี๋ยวก็ไปกินทุกข์อีกแล้ว เพราะทุกข์มันมีโดยธรรมชาติ เพราะมนุษย์ต้องกินอาหารอยู่ตลอดทุกมื้อ ทุกวันตลอดไป จนกว่าจะสิ้นอายุขัย
กิเลสมันก็อยู่กับใจของเราๆ ไง เวลาคายมันออก โล่งโถงหมดเลยนะ เออ! เราก็คายมันได้ แต่มนุษย์มันต้องกินข้าว มนุษย์ต้องมีอาหาร แล้วอาหารมันก็มีความจำเป็น วิทยาศาสตร์ไง แล้วเราไม่กินมันได้ไหมล่ะ
กินธรรมไง กินธรรมด้วยสติด้วยปัญญา เวลาจะแก้กิเลส แก้กิเลสด้วยมรรค ๘ มรรค ๘ สิ่งที่ดำริชอบ งานชอบ งานในทำความสงบของใจ งานในการทำความระงับปลอดจากกิเลสชั่วครั้งชั่วคราว แล้วกิเลสมันแก้ไม่ได้หรอก มันแก้ได้ด้วยสติด้วยปัญญา เวลาปัญญา ต้องจับมันได้ด้วย การจะขุดคุ้ย ค้นคว้า ค้นหา
ทำไมเราถึงเกิด
บอกว่าเกิดจากพ่อจากแม่ แต่ธรรมมะบอกไม่ใช่ เกิดจากกรรมของมึง เกิดจากการกระทำนั่นน่ะ จิตมันมีเวรมีกรรม แล้วมันบาลานซ์กับพ่อกับแม่ มันถึงได้มาเกิดเป็นชาติเป็นตระกูล ความเกิดเป็นชาติตระกูลมันสืบต่อเนื่องกันมา ความสัมพันธ์ไง พันธุกรรมของจิตๆ แล้วเวลาจะถอดจะถอน ถ้าจิตมันสงบแล้วมันจะแสวงหา มันเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง
ทุกคนก็ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บอกว่า พระพุทธศาสนาปฎิบัติในแนวทางสติปัฏฐาน ๔
ปฏิบัติในแนวทางสติปัฏฐาน ๔ แล้วมันก็นึกคิดเอาเอง ชื่อ ชื่อ ชื่อ เขียนโครงการเลยนะ สำนักปฎิบัติต่างๆ เขียนโครงการต้องปฎิบัติอย่างนั้นๆ พอปฎิบัติเสร็จแล้วบรรลุธรรม มันเหมือนเราไปเที่ยวกลับมาบรรลุธรรม
บรรลุธรรมที่ไหน เอ็งยังไม่รู้จักกิเลสมึงเลย เพราะมันบรรลุธรรมไม่ได้ เพราะมันไม่เห็นกิเลส
ถ้ามันเห็นกิเลสนะ กิเลสคืออะไร
สมุทัยไง ความอยาก ตัณหาความทะยานอยาก เวลามันเห็น
มันเห็นผ่านอะไร
มันเห็นกาย เวทนา จิต ธรรม
เห็นโดยอะไร
เห็นโดยจิตที่มันสงบ เห็นไหม เวลาจิตมันสงบ ครูบาอาจารย์ท่านถามไง จิตเป็นอย่างไร จิตเป็นอย่างไร จิตเป็นอย่างไร
ไอ้นี่ถามว่า ว่างๆ ว่างๆ
อากาศมันก็ตอบกูว่าว่างเหมือนกันนะ ยิ่งอวกาศ มันบอกเลยนะ ไร้แรงโน้มถ่วงด้วย มันดีกว่าเอ็งอีก เอ็งว่างๆ เอ็งยังตกลงพื้นโลกหมดล่ะ ของข้าว่างๆ แล้วข้าลอยไปละลิ่วเลย ว่างของใครล่ะ
ถ้าจิตมันสงบนะ จิตเป็นอย่างไร จิตมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน
จิตมีคุณภาพมากคือมีกำลังมาก น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดอะไร มันไวไฟมากน้อยแค่ไหน มันมีคุณภาพขนาดไหน จิตของคนมีกำลังมากน้อยขนาดไหน ครูบาอาจารย์ท่านทดสอบทั้งนั้นน่ะ ถ้าไม่ทดสอบ มันจะเริ่มต้นได้อย่างไร
การเริ่มต้นขึ้นมา นี่ไง มรรค ๘ ไง งานชอบไง เพียรชอบไง
ไม่ใช่เพียรสมบุกสมบันแล้ว เพียรอย่างนี้มันเพียรเพื่อหาประสบการณ์ไง เพียรแบบคนออกกำลังกายไง เช้าก็ออกกำลังกาย ออกกำลังเพื่อสุขภาพกายไง นี่เราก็เพียรของเราเพื่อสุขภาพจิตไง ให้จิตมีกำลังขึ้นมาไง
แต่ถ้ามันเกิดมรรคนะ อริยมรรคนะ อริยภูมินะ ภูมิที่จะยกจิตนี้ขึ้นบุคคล ๔ คู่ ๑ ๒ ๓ ๔ แล้วมันเป็นอย่างไรล่ะ
มันไม่มีเหตุมีผล มันเป็นไปได้อย่างไร ไร้สาระ มันเป็นการเพ้อเจ้อเพ้อฝันไปไง นี่ไง ศาสนากวนบ้านกวนเมือง ก็บีบบังคับให้เขาเชื่อเรา บีบบังคับว่าฉันเป็นอรหันต์นะ ฉันมีคุณธรรมนะ
มีคุณธรรม ยังวิ่งมาหาเราอีกนะ
มีคุณธรรม เอ็งก็อยู่ในคุณธรรมของเอ็งด้วยความสุขสงบ วิหารธรรม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยวิมุตติสุขๆ ตั้งแต่บรรลุธรรม ๗ สัปดาห์ วิมุตติสุข สุขที่โลกนี้ไม่มี สุขที่ในวัฏฏะนี้ไม่มี มันมีแต่อยู่ในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วบุคคลที่มีคุณธรรม ๑ ๒ ๓ ๔ ในหัวใจ เขายังต้องแรดๆๆ ไปหาผลประโยชน์ที่ไหน
วิหารธรรมนั่นน่ะ คุณธรรมในใจน่ะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรมๆ คุณธรรมอันนั้นมันยิ่งใหญ่เหนือโลก ถ้ามันเป็นจริง
แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ
เพราะศาสนาไม่กวนบ้านกวนเมืองไง เพราะเขาไม่กวนบ้านกวนเมือง เขากวนกิเลสในใจของเขา เขาชำระล้างกิเลสในใจของเขา แล้วสำรอกคายกิเลสในใจของเขาออกไป เห็นไหม
เราอย่างมาก เราก็ทำความสงบของใจๆ ละวางชั่วคราวๆ แต่มันก็เป็นการยืนยันว่าจิตนี้มี จิตที่มีกิเลสครอบงำทุกข์ยากขนาดนี้ จิตที่เป็นอิสระชั่วคราวมันมีความสุขอย่างนี้
แล้วจิตที่มันมีกำลัง มีพลังของเขา แล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนาโดยทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ชำระล้างกิเลสเป็นชั้นเป็นตอน บุคคล ๔ คู่ เป็นความมหัศจรรย์ สิ่งนี้มีคุณค่ากับมนุษย์
เพราะเราเกิดเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์เท่านั้นที่มีสิทธิ สัตว์ไม่มีสิทธิ์ เทวดา อินทร์ พรหม ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิมาฟังเทศน์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาฟังเทศน์หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น มีสิทธิ์ แต่ถ้าเขาไม่สนใจ เขาก็ไม่มีสิทธิ์เหมือนกัน
สิทธิของเรา หัวใจของเรา ชีวิตของเรามันมีคุณค่าอย่างนี้ เอวัง