เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑๘ มิ.ย. ๒๕๖๖

เทศน์เช้า วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๖

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม สัจธรรมเป็นสิ่งที่แสวงหา แสวงหาเพื่อหัวใจดวงนี้ไง หัวใจที่มันทุกข์มันยากอยู่นี่

เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เป็นคนที่มีบุญมีกุศลมาก

ทำบุญกุศลๆ บุญและบาปๆ บุญคือความสุขใจของเรา บาปคือความรู้สึกทุกข์ใจ สิ่งที่มันเป็นความทุกข์ของหัวใจ เป็นความทุกข์ความยาก เป็นความทุกข์ความยากสิ่งที่ไม่ปรารถนา ทำไมมันผุดขึ้นมาท่ามกลางหัวใจของเราตลอดเวลา สิ่งที่เราปรารถนาๆ ทำไมมันหาได้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดนั้น

ถ้ายากเย็นแสนเข็ญขนาดนั้น เรามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา ถ้าศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังเทศน์ฟังธรรมไง สิ่งที่ได้ยินได้ฟังแล้วมันไปลบล้างความรู้สึกนึกคิดของเราไง

ถ้าเรามีปมในใจของเรา ธรรมะมันไปแก้ปมในหัวใจของตน แก้ปมๆ ปมอย่างนี้มันเป็นโลกียะ มันเป็นเรื่องโลกๆ มันเป็นเรื่องเหตุเรื่องผล แต่ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา คนเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมามันต้องรักษาจนกว่าจะหายความเจ็บไข้ได้ป่วยอันนั้น

โดยธรรมชาติของมัน เรามีอวิชชา คือพญามารที่เราไม่รู้จักมัน อยู่ท่ามกลางหัวใจดวงนี้ เราถึงได้เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ

ทุกคนปรารถนาจะเกิดคาบช้อนเงินช้อนทอง ทุกคนเกิดมาแล้วอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆ คนทั้งสิ้น แต่มันไม่สมความปรารถนา ไม่สมความปรารถนาเพราะ กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมาไง ใครทำได้มากได้น้อยมาขนาดไหน มันก็เป็นเรื่องจังหวะและโอกาสของคน คนมีมากมีน้อยเหมือนกัน เห็นไหม แมวเก้าชีวิต เขาล้มลุกคลุกคลานมาตลอด แต่เขาก็ลุกขึ้นยืนมาได้ ไอ้นั่นมันแต่ละบุคคล แต่ละบุคคลได้สร้าง

ขิปปาภิญญาๆ ผู้ที่ปฎิบัติง่ายรู้ง่ายมันก็มี แต่น้อยมาก น้อยมากเพราะคุณงามความดีๆ ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย มีพระองค์เดียวเท่านั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่มีทางซ้อนกันได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะมาตรัสรู้ จะต้องไม่มีสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงอุบัติขึ้นไง เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของมนุษย์ เพื่อความเสมอภาคของโลก

แล้วเวลาเทวดา อินทร์ พรหมนะ เขาเป็นทิพย์สมบัติๆ ทำไมเขาต้องมาฟังเทศน์ล่ะ ก็เขาก็ทุกข์ ทิพย์คือทิพย์ คือปัจจัยเครื่องอาศัย แต่ภวาสวะ ตัวจิตมันตัวทุกข์ตัวยาก ตัวทุกข์ตัวยากเพราะอะไร เพราะมันมีอวิชชา มีพญามาร พญามารเป็นเจ้าวัฎจักรๆ

แล้วพญามารเป็นอย่างไรล่ะ

เราจะไปฆ่ามันๆ เรามีอาวุธมากมายมหาศาล จะไปฆ่ากิเลสๆ

มันน่ะฆ่ามึงก่อน มันน่ะหลอกให้มึงเอาอาวุธไปทำลายตัวมึงเองนั่นแหละ สิ่งนี้เพราะความไม่รู้ไง แต่ถ้ามันรู้ขึ้นมานะ มันเป็นประโยชน์ทั้งสิ้นไง

คนที่มีศีลมีธรรม เราเกิดที่ไหนก็แล้วแต่ เป็นที่พึ่งที่พา ที่ร่มโพธิ์ร่มไทรของสังคม ของผู้ที่อยู่ข้างเคียง มันเป็นประโยชน์กันไปทั้งสิ้น เพราะอะไร เพราะเราอยากจะหาทางพ้นทุกข์ไง เพราะเราอยากจะสร้างคุณงามความดีไง

คนที่เขาปรารถณาดีนะ เขาอยากช่วยเหลือสังคมมากมายมหาศาล แต่เขาไม่กล้าทำๆ เพราะเขากลัวโดนหลอก ไอ้พวกหลอกลวงมันมากมายไง เพราะมันไม่มีศีล

ถ้ามีศีลๆ เห็นไหม อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา เราจะไม่คบคนพาล เราจะคบแต่บัณทิตไง แล้วความคิดที่เป็นพาลในหัวใจของตนมันยิ่งใหญ่นัก แล้วเราคบบัณฑิตๆ รู้เท่ารู้ทันความรู้สึกนึกคิดของตน รู้เท่ารู้ทัน รู้แจ้งแทงตลอด ถ้ามันไม่รู้เท่ารู้ทันนะ ก็รู้ตามก็ยังดี รู้ตามก็มาทบทวนไง ทำไมเราผิดพลาดอย่างนี้ ทำไมเราเป็นเช่นนี้ นี่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง

ไม่ต้องไปอ้อนวอนขอใครทั้งสิ้น อ้อนวอนขอไปอยู่ข้างนอก

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการอนุปุพพิกถา ให้เสียสละทานๆ เสียสละทานคือเสียสละความตระหนี่ถี่เหนียว เพราะมันตระหนี่ถี่เหนียวของมัน มันถึงหวงแหนอารมณ์ความรู้สึกของมันไง

เวลาครูบาอาจารย์ท่านประพฤติปฎิบัติไง ท่านบอก อย่าอาลัยอาวรณ์กับความรู้สึกนึกคิดไง

นี่อาลัยอาวรณ์กับความคิด ความรักๆ มันจะเอาความรักไว้ใกล้ๆ ตัวเราไง ไอ้ความเกลียดชังไม่ต้องการ แล้วเวลามันความรักๆ มันเสียดายอารมณ์ไง เสียดายอันนั้น ก็จะหน่วงมันไว้ไง มันก็เป็นทุกข์เป็นยากอยู่อย่างนั้นน่ะ

อย่าเสียดายอารมณ์ความรู้สึกของตน

เพราะอะไร

โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิจ ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบทั้งสิ้น มันจะสมบูรณ์แบบด้วยบุคคล ๔ คู่ มันจะสมบูรณ์แบบในโสดาปัตติมรรค สกิทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค มันต้องสมบูรณ์แบบของมัน ถ้าไม่สมบูรณ์แบบของมัน มันสมุจเฉทปหานไม่ได้ ขณะจิตเกิดไม่ได้

มัชฌิมาปฏิปทา สมบูรณ์แบบ

ดูพระสิ พระเวลาทำสังฆกรรมไง ฉันทามติ พระไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่นะ ต้องฉันทามติ ถ้ามีองค์ใดองค์หนึ่งคัดค้านขึ้นมา สังฆกรรมนั้นต้องหาข้อบกพร่องว่ามันผิดพลาดอย่างไร

มันเป็นฉันทามติ นี่พูดถึงเวลาทำสามีจิกรรม ฉันทามติทั้งสิ้นร้อยเปอร์เซ็น คัดค้านแม้แต่เสียงเดียวก็ไม่ได้ ถ้าคัดค้านแม้แต่เสียงเดียว สังฆกรรมนั้นต้องถือว่ายกเลิก แล้วเริ่มต้นใหม่ ถ้ามันเป็นไปได้ ถ้าเป็นไปไม่ได้ สังฆกรรมนั้นถือว่าโมฆะ

แล้วเวลาจะประพฤติปฎิบัติขึ้นมา กิเลสมันมากมายเลย แล้วมันมีความลังเล มีความสงสัย มีการให้คะแนนตนเอง เวลาปฎิบัติแล้วมันเป็นธรรมๆ

เป็นธรรมอะไร

เป็นธรรมเพราะคนเรามันกำของร้อนอยู่ แล้วมันวางไว้เฉยๆ

มันวางลง แต่คนนั้นยังอยู่

นี่ก็เหมือนกัน สิ่งที่เป็นภาระรุงรังในชีวิตของเรา เราวางได้ๆ แล้วตัวเราล่ะ เอ็งยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ

พอวางได้แล้วมหัศจรรย์ๆ หลงใหล นี่ไง นี่วาสนาของคน วุฒิภาวะของคนที่มันอ่อนแอ วุฒิภาวะของคนที่ไม่ได้สร้างสมมามีสัจจะมีความจริงในใจของตน ถ้ามีสัจจะมีความจริงใจในใจของตน มันลุยไฟเลย เวลาธรรมะอยู่ฟากตายๆ

เวลาประพฤติปฎิยัติ ไอ้นู่นก็จะตาย ไอ้นี่ก็จะตาย

ครูบาอาจารย์เรานะ อะไรตาย ขอดูหน้าซิ อะไรตายก่อน แขนขาตายก่อน หัวใจตายก่อน หรือสมองตายก่อน อะไรตายก่อน ขอดู ไม่เห็นมีอะไรตาย มีแต่กิเลศมันจะตาย

ถ้าเราจะลุยไฟ มันไม่กล้า ทำอะไรก็จะเป็นจะตายนั่นน่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มันไม่มีแรงไปทำงานนะ เดี๋ยวจะเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วนะ

แล้วถ้าจะเป็นเอาตาย เอาจริงเอาจังขึ้นมา มันก็ต้องมัชฌิมาปฏิปทา ต้องสมบูรณ์ถูกต้องชอบธรรม

ถ้าไม่ชอบธรรม ถ้าจะเป็นจะตาย ก็ตายฟรีไง อุกฤษฏ์ รุนแรง สุดท้ายก็ตายไปโดยกิเลสมันหลอกนั่นแหละ ฉันเป็นคนยอดเยี่ยมนักรบ บิ่นหมด อาวุธหักหมด ไม่มีสิ่งใดเป็นประโยชน์เลย

แต่ถ้าเป็นประโยชน์นะ จิตสงบก็รู้ว่าสงบ จิตเห็นกิเลสก็รู้ว่าเห็นกิเลส จิตวิปัสสนา เกิดวิปัสสนาญาณเข้าไปเผชิญหน้ากิเลส สู้มันไม่ได้ สู้มันไม่ได้ก็ล้มลุกคลุกคลาน แล้วก็ล้มลุกคลุกคลานอยู่อย่างนั้น ตั้งตัวเองก็ไม่ได้

ถ้าวันไหนมันมีสติขึ้นมานะ อ๋อ! เพราะสมาธิมันอ่อน เราก็วาง แล้วถอยกลับมาที่สมาธิไง ถอยกลับมาที่สมาธิ สมาธิมันก็หายหมดแล้ว จะถอยไปที่ไหนล่ะ มันไม่มีที่ให้พึ่งเลยนะ

ก็พยายามฝึกหัดบริกรรมพุทโธขึ้นมาใหม่ไง บริกรรมพุทโธๆ สะสมขึ้นมา เดี๋ยวสมาธิมันก็เข้มแข็งขึ้นไง จิตมันก็ตั้งมั่น มันมีกำลังของมัน พอมีกำลังของมัน น้อมไปสู่วิปัสสนา มันมีกำลังแล้ว มันสดชื่นของมันแล้ว จักรมันก็เคลื่อนต่อเนื่องของมันไป เวลามัน อ๋อ! มันรู้มันเห็น มันชัดมันเจนของมันไง

ไม่ใช่ว่าวูบวาบๆ แล้วเป็นไปหมดเลย

อารมณ์ทั้งนั้นน่ะ ตรรกะ ความคิดของคน แล้วมาศึกษาพระพุทธศาสนา แล้วก็จะมาตีความประพระพุทธศาสนาในภาคปฎิบัติไง เราถึงว่ามันเป็นปริยัติในภาคปฎิบัติไง

ถ้ามันปริยัติ ปริยัติก็ศึกษาเล่าเรียน ศึกษาก็ตำรับตำรา ก็ศึกษา ทหารเวลาเขาซ้อมรบ เขาก็ซ้อมของเขา เวลาออกรบ เขาไม่เอาตำราไปกางหรอก ถ้าเอาตำราไปกาง มันตายอยู่นั่นน่ะ

เวลาเข้าสงครามแล้วร้อยแปดพันเก้า เวลาเข้าไปพันตูกับกิเลสนะ แค่จะรู้จักเห็นหน้ามันก็ยากอยู่แล้ว แล้วเวลาเห็นหน้ามันแล้ว ยังไม่มีอุบายวิธีการไง

หลวงตาท่านด่า ภาวนาโง่อย่างกับหมาตาย

มันน่าสังเวชเนาะ หมามันตายไปแล้ว มันไม่มีชีวิต เราโง่กว่ามันอีก

ภาวนาอย่างกับหมาตาย

ท่านปลุกเร้า ครูบาอาจารย์ของเรา เวลาท่านเห็นว่าใครจะมีวาสนา ใครกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ท่านจะปลุกเร้าไง

ภาวนาโง่ยิ่งกว่าหมาตาย ทำไมเอ็งไม่มีอุบายวิธีการดัดแปลงล่ะ ทำไมเอ็งไม่พลิกไม่แพลงล่ะ ทำไมเอ็งเอาหัวชนภูเขาอยู่อย่างนั้น

ถ้าหัวชนภูเขาอยู่อย่างนั้น รถน่ะ เราขับดันชนภูเขา ถ้าเครื่องมันยังติดอยู่ มันก็ดัน เครื่องดับก็จบไง นี่เอาหัวชนภูเขา ก็มีแต่หัวชนไง แล้วปัญญามึงล่ะ สติปัญญามึงไปไหน

เราจะล่วงพ้นทุกข์ด้วยความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ด้วยความชอบธรรม

ความชอบธรรมๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้เองโดยชอบ ไม่ใช่เทวทัต ไม่ใช่ผู้ที่หลงใหล พระอรหันต์ๆ มันไม่ชอบ มันบิดมันเบี้ยว มันพิกลพิการ มันกะล่อน มันหลอกลวง หลอกลวงใคร หลอกลวงตัวเอง คดโกงชีวิตของตนเองนี่น่าเศร้าที่สุด คดโกงคนอื่น เราอย่าไปคดโกงเขา สร้างเวรสร้างกรรม คดโกงตัวเอง ผัดวันประกันพรุ่ง ผัดมันไปเรื่อย เมื่อนั้น เมื่อนั้น เมื่อนั้น คดโกงแม้แต่ตัวเองน่ะ

ชีวิตมีการพลัดพรากเป็นที่สุด แล้วชีวิตนี้ต้องสิ้นไปแน่นอนอยู่แล้ว เวลาที่มีอยู่นี่มีให้ทำบุญทำบาปนะ มีบุญและบาปที่ติดหัวใจนี้ไปเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดติดหัวใจนี้ไป กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ทำอะไรไว้ ติดหัวใจนั้นไป

ถ้าไม่ติดหัวใจนั้นไป ทำไมมันตกค้างในใจล่ะ เดี๋ยวมันผุด มันผุด มันผุดไง มันผุดขึ้นมา ความคิดๆ โหยหาอยู่อย่างนั้นน่ะ แล้วโหยหา มันก็อดีตอนาคต แก้กิเลสไม่ได้ มันต้องปัจจุบัน

ปัจจุบันคืออะไร

สัมมาสมาธิ จิตตั้งมั่นๆ จิตตั้งมั่นนะ มันพออยู่พอกินแล้วล่ะ

พระกรรมฐานฝึกหัดทำความสงบของใจให้ได้ แล้วการฝึกหัดทำความสงบของใจมันต้องมีที่มาที่ไป ศีล สมาธิ ปัญญา มันต้องมีศีล มันต้องมีสติ ถ้าศีลมันด่างมันพร้อยนะ มันระแวง กิเลสมันคอยซ้ำเติมอยู่ทุกจังหวะและโอกาสที่มันมีโอกาส แล้วถ้ามันผิดศีล เราเป็นคนทำ เราก็รู้

พระเรา วันนี้อุโบสถ เดี๋ยวก่อนลงอุโบสถ ปลงอาบัติ

การปลงอาบัติ สาธุ สุฏฺฐุ สาธุ สุฏฺฐุ สิ่งที่ข้าพเจ้าทำผิดแล้ว ข้าพเจ้าจะไม่ทำอีก ข้าพเจ้าจะตั้งสติให้ดีงาม นี่ปลงอาบัติ

คนเราไม่ทำผิดพลาดสิ่งใดเลยมันไม่มี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำสิ่งใดไปแล้วมันผิดมันพลาดขึ้นมา วจีกรรม กายกรรม มโนกรรม มันเป็นธรรม แต่ถ้าวจีกรรม กายกรรม พูดปดมดเท็จ พูดส่อเสียดอย่างนี้ พูดกระทบกระเทียบเขานี่

เวลาเทศน์ อย่าเทศน์กระทบกระเทียบใคร

ไม่ เทศน์ด่ากิเลสเลย ด่าหัวมัน หัวกิเลสในใจของคนนั่นน่ะ

แต่คนทะนุถนอมไว้ สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ เราเท่าเทียมกัน

แต่ไอ้กิเลสมันบีบคั้นหัวใจนะ แล้วก็เทศน์ ก็ต้องตีหัวมันนั่นน่ะ เทศน์เพื่อกะเทาะกิเลสไง เทศน์เพื่อให้เราศึกษาและค้นคว้า

ศึกษาค้นคว้า ถ้ามันศึกษาค้นคว้า เห็นไหม ผู้ใดชี้ช่องชี้หนทางของเรา นั่นน่ะเขามีบุญคุณกับเรา

ถ้ามีคุณกับเรา แล้วบุญคุณที่ยิ่งใหญ่นะ ศาสดาของเรา ศาสดาของเราชนะกิเลสมาก่อนแล้ว แล้วเราเกิดมาๆ อวิชชาทั้งสิ้น เกิดมาจากกิเลสนี่แหละ แล้วไปศึกษาธรรมะก็เอากิเลสบวกเข้าไป ความเห็นของตน ความชอบของตน ความพอใจของตนบวกเข้าไป

ถ้าไม่พอใจก็มันไม่มี เติมมา แต่เวลาตีหัวกิเลสมันไม่ยอมให้ตี มันปกป้องมันด้วยนะ กิเลสน่ะ สิทธิมนุษยชน สิทธิของกิเลส สิทธิเสมอภาค

มึงไปล่อเขา ไม่เสมอภาคเลยนะ

แต่ที่มันเศร้าที่สุด ทำลายตนน่ะ คดโกงตน ผัดวันประกันพรุ่งให้เวลามันล่วงไปๆ เวลาชราคร่ำคร่าขึ้นมานะ แก่แล้ว ไม้ใกล้ฝั่ง จะมาประพฤติปฎิบัติ นั่งก็โอย เดินก็โอย แล้วนอนอยู่มันก็ทำไม่ได้ นอนอยู่นะ ตาปริบๆ เชียว พูดก็ไม่ได้ เคลื่อนไหวก็ไม่ได้ แต่สายตาน่ะ ตาปริบๆ นั่นน่ะ ทำไมไม่ระลึกล่ะ ถึงตอนนั้นน่ะ

นี่ไง เวลาแก่เวลาเฒ่าค่อยปฎิบัติไง เวลายังหนุ่มยังสาว เรายังหนุ่มยังสาวอยู่ เรามีโอกาส มีเวลาเมื่อไหร่ก็ได้ เอาไว้แก่เฒ่าแล้วค่อยมาประพฤติปฎิบัติ

เวลาปฎิบัติขึ้นมา มันเป็นจริตเป็นนิสัย ดูเด็กเราสิ ลูกเรา เราอบรมบ่มเพาะมา เรารู้นิสัยเป็นอย่างไร แล้วถ้ามันทำสิ่งใดไม่ดี เราก็เตือนๆๆ

จิตเวลามันคิด เหมือนกัน มีสติปัญญาเตือนๆๆ มันก็ฝึกหัดมาตั้งแต่เด็กน้อย มันก็เป็นจริตนิสัยติดหัวใจดวงนั้นไป แล้วเวลามันจะประพฤติปฎิบัติมันก็มีช่อง มีหนทางที่จะปฎิบัติไง

เวลาคนเรามันอั้นตู้ ขับรถชนภูเขาเลยล่ะ ฮึ่มๆ เลย จะเอาไปให้ได้เลยนะ

ไม่ได้หรอก ต้องถอยออกมา แล้วค่อยๆ ขนย้าย ค่อยๆ เคลื่อนย้ายมัน มันจะเป็นไปได้ แต่ถ้าจะเอาหัวชนภูเขาแล้วจะให้มันเป็นไป หัวแตก แต่ถ้าเราถอยออกมา แล้วหาช่องหาทาง หาการเคลื่อนย้ายมัน ถ้าเคลื่อนไม่ได้ เราก็หลบหลีกมันไปก่อน

หลบหลีกก่อนนะ หลบหลีกนี้นักหลบ ไม่ใช่นักรบ หลบหลีกนี้ไม่มีแพ้และไม่มีชนะ เป็นการแต่รักษากำลังของตนไว้เท่านั้น เวลาจะชนะคะคานกันต้องทำลายราบคาบ

เวลากายกับจิตแยกออกจากกัน โลกนี้ราบหมดเลย ราบหมด หาสิ่งใดไม่เจอเลย โลกนี้ราบเป็นหน้ากลองเลย กายเป็นโพธิ จิตเป็นกระจกใส

แล้วเวลามันยกขึ้นล่ะ เห็นอสุภะมันเป็นอย่างไร

มันเป็นอริยสัจ มันเป็นสัจจะเป็นความจริง

อริยสัจมีหนึ่งเดียวเท่านั้น พระอรหันต์มันมีประเภทเดียว ประเภทที่นิโรธด้วยวิธีการดับทุกข์ ในสายกลางพระพุทธศาสนา แต่อำนาจวาสนาบารมีของคนมันแตกต่างกันไป

แต่ถ้ามีวาสนานะ พระอรหันต์แต่ละประเภทๆ ประเภทเพราะว่าอำนาจวาสนาแต่ละบุคคล ความถนัด ความชำนาญแตกต่างกัน แต่สิ่งที่มันจะมีอย่างนั้นได้มันต้องมีอาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในหัวใจของตนก่อน

แล้วอวิชชามันอยู่ไหนล่ะ จิตมันอยู่ไหนล่ะ

คดโกงตัวเอง น่าเศร้า แล้วที่มันไม่เชื่อเลยนะ มันไม่ใช่คดโกงตัวเอง มันล้มละลายตั้งแต่เริ่มต้น คนล้มละลาย คนไม่มีสิทธิตามกฎหมาย

เราเกิดเป็นชาวพุทธ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากไว้กับบริษัท ๔ เราเป็นชาวพุทธ เรามีสิทธิไง ทำให้ตัวเองล้มละลายใช่ไหม ทำให้ตัวเองไม่มีค่า คดโกงแม้แต่ตนเองไง แล้วเวลาประพฤติปฎิบัติ อ้าว! ก็มันปฏิบัติมันทุกข์มันยาก

ก็ฝึกหัดประพฤติปฎิบัติให้เป็นจริตเป็นนิสัย

เวลาฝึกหัดประพฤติปฎิบัติ กิเลสมันไม่เป็นดินพอกหางหมู มันไม่ครอบงำหัวใจของเรา เราพยายามต่อสู้กับมันไง

เราเท่านั้นที่จะค้นคว้าหากิเลสของเรา แล้วเราเท่านั้นจะเกิดภาวนามยปัญญาจากจิตของเรา แล้วใจเท่านั้น เราเท่านั้นจะชำระล้างกิเลสในใจของเรา แล้วมันเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก เรารู้อยู่เต็มหัวใจของเรา เราเท่านั้นชัดเจนท่ามกลางหัวใจของเรา เอวัง