ถาม-ตอบปัญหาธรรมะ

กรรม

๒๕ ก.พ. ๒๕๖๖

กรรม

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ถาม–ตอบ ปัญหาธรรม วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ถาม : ข้อ ๒๘๘๑. เรื่อง “จะตายแค่สู้กับโทสะอย่างหยาบเท่านั้น”

กราบนมัสการหลวงพ่อ ลูกอยากขอความเมตตาจากหลวงพ่อตอบคำถามเพื่อเป็นไฟฉายส่องทางให้ลูกผู้โง่เขลาคนนี้ด้วย คำถามมีดังนี้ครับ

ลูกเป็นทุกข์มากกับโทสะแค่อย่างหยาบที่ผ่านมาเป็นเวลานานแล้ว ขอความเมตตาหลวงพ่อชี้แนะวิธีแก้โดยละเอียดให้กับคนโง่คนนี้ด้วย

สืบเนื่องจากคำถามด้านบน หากลูกอยากจะถวายชีวิตเพื่อสู้ แม้ไม่ได้หลับได้นอน จะพอเป็นไปได้ไหมครับ หรือควรดำเนินตามวิธีไหนที่จะเป็นธรรมที่สุด

ปล. ลูกขอความเมตตาหลวงพ่อโปรดสัตว์ผู้โง่เขลาตัวนี้ด้วยครับ

ตอบ : นี่คำถามเขาะเนาะ คำถามเขาว่าเขาเป็นทุกข์มากกับโทสะของเขา เป็นทุกข์อย่างมากๆ แล้วมันไม่มีทางออกไง ขอให้หลวงพ่อตอบวิธีการแก้ไขโดยละเอียดด้วยครับ

มันยังดีอย่างหนึ่ง ดีอย่างหนึ่งว่าเรารู้จักตัวเราเอง ถ้าเรารู้จักตัวเราเองว่าเราเป็นคนโทสะ เป็นคนโกรธง่าย เป็นคนขี้โกรธ ถ้าเป็นคนโกรธง่าย เป็นคนขี้โกรธ แล้วจะหาทางที่จะบรรเทาทุกข์

ถ้าการบรรเทาทุกข์ๆ ไง ถ้าเป็นบรรเทาทุกข์ เราก็จะหา เราก็คิดของเราไปเองว่า ถ้าคนเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ถ้ามันมียารักษาถูกโรคมันก็จะหาย

ไอ้นี่มันก็มีความเป็นจริงส่วนหนึ่ง แต่ยารักษาโรค โรคบางอย่างมันดื้อยามาก ที่ว่ามันจะดื้อยามาก หรือถ้าใช้ยาแล้วจะประสบความสำเร็จ มันก็อยู่ที่จริตนิสัย จริตนิสัย อำนาจวาสนาของคนมันสร้างมาแตกต่างกันนะ

แต่นี่มันยังมีบุญกุศลอันหนึ่ง อันที่ว่าเรารู้ตัวของเราเองไง เรารู้ตัวของเราเองว่าเราเป็นคนขี้โลภ ขี้โกรธ เราเป็นคนขี้โกรธ เรามีโทสะมาก แล้วพยายามจะยับยั้งมัน มีความทุกข์ความยากมาก แล้วพยายามหาทางที่จะยับยั้งมันๆ ไง

ถ้าคำว่า ยับยั้งมัน” ตอนนี้เป็นชาติปัจจุบันนี้ ชาติปัจจุบันนี้เราทุกข์เรายาก เรารู้ของเรา แล้วเราเกิดเป็นมนุษย์ด้วย มนุษย์นี้เป็นอริยทรัพย์ๆ แล้วถ้าเกิดเป็นสัตว์ล่ะ

ถ้าเกิดเป็นสัตว์ โดยธรรมดาสัตว์นักล่ามันก็ล่าอาหารของมันโดยธรรมชาติของมัน ถ้าสัตว์กินพืชมันก็กินพืชของมัน ถ้ามันเป็นสัตว์ มันก็เป็นสัตว์ไง

แต่นี่เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดเป็นมนุษย์ เราเกิดเป็นคน เกิดเป็นคน คนเป็นสัตว์ประเสริฐ สัตว์ประเสริฐมีสมอง มีสติปัญญา แล้วเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เวลาพระพุทธศาสนา เวลาสอน สอนถึงการทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ มันมีวิธีการดับทุกข์ไง

แต่คนจะมีวิธีการดับทุกข์ มันก็มีศรัทธามีความเชื่อของมันก่อน ถ้ามีศรัทธามีความเชื่อของมันก่อน ศรัทธาความเชื่อทำให้คนมั่นคง ทำให้คนมีสัจจะ

ถ้ามันไม่มีสัจจะ มันล้มเหลว มันทั้งล้มเหลว ทั้งทุกข์ทั้งยาก แล้วถ้าคนไม่มีอำนาจวาสนานะ มันบอกว่าเหมือนเราทำร้ายตัวเราเอง ถือศีลก็ว่าเป็นการทำร้ายตัวเอง ทำอะไรก็เป็นการทำร้ายตัวเองทั้งสิ้น แต่ถ้ามันปล่อยตัวมันเองตามสบายไป มันว่าสิ่งนั้นมันถูกต้องชอบธรรม

แต่ถ้ามันมีวาสนา เวลามันทุกข์ มันกลัวเราอยู่แล้ว เวลามันโกรธขึ้นมา มันกลัวเราอยู่แล้ว แล้วถ้าโกรธ โทสจริต โมหจริต โลภจริต บางคนนี่นะ มันเชื่อคนง่าย มันเชื่อคนง่ายๆ นี่โลภจริต โมหจริต มันอยากได้ไปทั้งนั้นน่ะ โมหจริต โลภจริต ถ้าโทสจริต โทสจริต มันเป็นจริตนิสัย คำว่า เป็นจริตนิสัยนะ” นี่มันอยู่ที่วาสนา

ถ้าวาสนานะ เวลาเกิดร่วมสหชาติกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อนาคตังสญาณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะบอกเลยว่า มันเพราะเหตุใด มันเพราะเหตุใด มันเพราะเหตุใด

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพานไง เวลาพระอานนท์คร่ำครวญเลย “ตาของโลกดับแล้ว ตาของโลก”

ใครจะมืดจะบอด ใครจะมีทุกข์มียากอย่างไร ถ้าไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์ มันมีข้อแม้อันเดียวเท่านั้นน่ะ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกว่า อย่าให้เราพูดเลย อย่าให้เราพูดเลย

เพราะอะไร

เพราะสิ่งที่เราทำมามันเลวร้าย มันเหมือนมันจะฉีกหน้าเรา

แล้วถ้าคนอยากรู้นะ ขอให้บอกเถอะ ขอให้บอกเถอะ

ก็ชาติที่แล้วเธอเกิดเป็นหมาไง เกิดเป็นสัตว์ไง

โอ้โฮ! ร้องไห้

นั่นเวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้ในพระไตรปิฎกนะ

อันนี้มันจะย้อนกลับมาที่ต้นเหตุ ถ้าเราบอกว่าย้อนกลับมาที่ต้นเหตุ ต้นเหตุ ถ้ามันเป็นโทสจริต มันจะมากน้อยขนาดไหน เวลาถ้าบวชเป็นพระแล้ว สิ่งที่เราจะรักษาดูแลมาตั้งแต่ต้น เมตตาธรรมไง เราพยายามใช้สติใช้ปัญญาดูแลรักษาหัวใจของเราว่า เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาทำไปโดยเขาไม่รู้ตัว หรือเขาเป็นญาติ เป็นพี่เป็นน้องกัน คือเมตตาของเราควบคุมดูแลรักษาตั้งแต่มันยังไม่มีผลกระทบ แล้วถ้ามันมีผลกระทบแล้วก็ฝึกหัด แต่ใหม่ๆ มันจะไม่ทันหรอก เวลาผลกระทบแล้วมันไปเลย เพราะไม่กระทบมันก็จะไปอยู่แล้ว

ผลกระทบ หมายถึงว่า ตา หู ลิ้น จมูก กาย ใจ เวลามันกระทบสิ่งใดแล้วมันไม่พอใจ มันไปทั้งตัวเลย เวลามันไปทั้งตัว ถ้าไปทั้งตัวโดยธรรมชาติของคนที่ขี้โกรธนะ มันทำร้ายเขาไปแล้ว มันทำร้ายเขาไปแล้ว แล้วผลของมันล่ะ ติดคุกติดตะราง ผลของมันต้องไปเยียวยาคนอื่น ผลของมันไง

ถ้าเราเห็นว่าผลมันให้ผลโดยที่ว่าโชกเลือดทุกที มันให้ผลมาโดยความทุกข์ความยาก ให้ผลมาเป็นโทษ เราพยายามฝึกหัดยับยั้ง ฝึกหัดยับยั้ง

ของอย่างนี้มันเป็นจริตเป็นนิสัย ถ้ามันอยู่กับตัวใคร มันเป็นกุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เขาได้สร้างสมของเขามา เขาได้ทำของเขามา เวลาทำของเขามา เวลาเรามาเกิดชาตินี้เราเกิดเป็นมนุษย์ไง มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐไง พ่อแม่ก็อบรมบ่มเพาะสั่งสอนไง ให้ใจเย็นๆ ให้ใจเย็นๆ ให้เมตตาธรรมค้ำจุนโลก พยายามเมตตาสงสารเราก่อน ถ้าเมตตาสงสารเราก่อน เห็นไหม

เราจะอารัมภบทว่า ต้นเหตุ ต้นเหตุทำไมมันถึงโกรธ ทำไมเป็นคนขี้โกรธ ทำไมเป็นคนขี้โลภ ทำไมเป็นคนขี้หลง

ไอ้พวกขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง มันมีที่มาที่ไปของมัน แล้วพอมันมีที่มาที่ไปของมัน อดีตชาติยาวไกล ใครไปแก้ไขมันไม่ได้หรอก ถ้ามันไปแก้ไขมันไม่ได้ แล้วเวลาปัจจุบันนี้มันมาเกิดเป็นเรา พอเกิดเป็นเรา เราเข้าใจได้ แล้วเราอยากจะแก้ไข เราก็พยายามแก้ไขของเราโดยมันผิวเผินน่ะ เพราะอะไร

เพราะสันดาน เพราะสิ่งที่อยู่ในหัวใจลึกๆ นี้ จะบอกว่ามันแก้ไขได้ยาก แต่มันก็ควรแก้ไข คือมันควรฝึกหัด มันมีควรกระทำทั้งสิ้น แต่มันแก้ไขได้ยากเพราะอะไร

ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง พระอนาคามีนะ พระอนาคามีเวลาถ้าไปตัดกามราคะ ปฏิฆะ นั่นแหละความโลภ ความโกรธ ความหลง ลูกของพญามาร

คนเราจะดับความโกรธได้โดยสิ้นเชิง อย่างน้อยต้องเป็นพระอนาคามีหรือเป็นพระอรหันต์ แล้วเรามันยังแค่นี้ มันก็ต้องโกรธเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราก็รักษาของเรานี่ไง เราพยายามรักษา

คำว่า รักษา” ธรรมโอสถๆ ฝึกหัดไปตั้งแต่นี่ ฝึกหัดไปตั้งแต่เมตตาธรรม เมตตา เป็นญาติ เป็นพี่เป็นน้อง ถ้าเป็นญาติ เป็นพี่เป็นน้องนะ ทำสิ่งใดโกรธเหมือนกัน แต่มันน้อยหน่อย ถ้าเป็นเพื่อนกันก็เรื่องหนึ่ง ถ้าเป็นศัตรู โอ๋ย! โกรธมากเลย

ถ้ามันโกรธมากเลย เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเขาโกรธเรา เราโกรธตอบ เราโง่กว่าเขา เพราะอะไร เพราะกิริยาโกรธ เราก็เห็นแล้ว กิริยาของคนโกรธอย่างกับยักษ์ อย่างกับมาร แล้วเราโกรธตอบ เราก็เป็นยักษ์เป็นมารต่อเขาน่ะสิ แต่ถ้ามันมีสติปัญญามันก็เท่าทันนะ

แต่ถ้ามันไม่มีสติไม่มีปัญญา เราก็อยากแก้ไข แต่อยากแก้ไขเชื้อ เชื้อของมัน ถ้ามันจะแก้ไขความโกรธโดยข้อเท็จจริง พระอนาคามี

พระโสดาบันยังมี พระสกิทาคามียังมี มันมีผลกระทบทั้งนั้นน่ะ มันมีสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส พระโสดาบัน ไม่ถือมงคลตื่นข่าว ไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่ไอ้เรื่องสุขเรื่องทุกข์มี เรื่องโกรธเรื่องนี้มี แต่มีมันก็ยับยั้งได้ เพราะอะไร เพราะไม่ออกนอกลู่นอกทาง นี่พาดกระแส

พระสกิทาคามี กามราคะ ปฏิฆะอ่อนลง โลกนี้ราบหมด ถ้าคำว่า ราบหมด” มันเท่าทันความคิดบ้าง แต่ความโกรธมันไม่แสดงออก แต่มันอยู่ข้างใน มันเผาอยู่ข้างใน

แต่ถ้าจะดับมันสิ้น กามราคะ ปฏิฆะ ลูกของมาร ความโลภ ความโกรธ ความหลง เรือนสามหลัง เรือนยอดของมันคืออวิชชา คือเจ้าวัฏจักร เวลาจะเข้าไปชำระล้างแต่ละชั้นแต่ละตอน นี่เวลาครูบาอาจารย์ของเราอบร่มบ่มเพาะ บุคคล ๔ คู่ คู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ พอถึงคู่ที่ ๔ จบ ถ้าคู่ที่แล้วมันจะเข้าใจจบเลย เข้าใจคำถามทั้งสิ้น

เพราะอย่างนี้ผู้ถาม หรือว่าเราเกิดเป็นมนุษย์ เขาเรียกว่าปุถุชน คำว่า ปุถุชน ปุถุชนคนหนา” หนาไปด้วยอะไร

รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร มันหนาแน่นไปโดยสมุทัยไง สมุทัยคือตัณหาความทะยานอยาก ตัณหาความทะยานอยาก คำว่า ตัณหา” คือมันอยาก มันอยากได้อยากดี อยากไม่ประสบสิ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จเลย อยากได้ดีทั้งหมด มันอยู่เฉยๆ ก็ตัณหา เพราะตัณหามันคือตัณหาไง สิ่งที่มันเป็นตัณหา นี่ปุถุชนคนหนา เราฝึกหัดๆ ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ คำว่า ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ” คือควบคุมใจ ถ้าควบคุมใจ เห็นไหม

ไอ้ที่ว่าความโกรธๆ ขนาดที่ว่าเราอยู่โดยปกติเราโกรธเขาไปทั่วนะ อะไรกระทบนี่โกรธหมด เวลานั่งสมาธิมันโกรธตัวเอง มันจะโกรธตัวเองคราวนี้ นั่งก็ไม่ได้ นั่งแล้วก็ทุกข์ก็ยาก นั่งแล้วไม่เป็นสมาธิ

เวลาโกรธคนอื่นก็โกรธเขาไปทั่ว เวลาตัวเองจะนั่งสมาธิ มันจะโกรธตัวเองแล้ว ทำแล้วตัวเองทำไม่ได้ ตัวเองทำไม่ได้ นี่คนพาล กิเลสมันพาล พาลคนอื่นไม่ได้ก็จะมาพาลตัวเอง

แล้วถ้าเรามีปัญญานะ เห็นหน้ามัน เห็นหน้ากิเลส เห็นไหม ถ้าปัญญาอบรมสมาธิ แล้วเยาะเย้ยมันเลย ถ้ามันรู้เท่าทันอารมณ์ สิ่งที่มันจะโกรธ มันโกรธอะไร หมาเห่าใบตองแห้ง อารมณ์ความรู้สึกมันจรมา มันจรมาคือความคิดไง ความคิดเดี๋ยวคิดเรื่องนั้น เดี๋ยวคิดเรื่องนี้ จรมาทั้งนั้นน่ะ เพราะอะไร เพราะไม่คิดก็ได้ คิดก็ได้ แล้วเวลามันมา สัญญาอารมณ์มันจรมา สิ่งที่จรมาๆ แล้วมันมาทั้งวันทั้งคืน แล้วพอมันไม่พอทีไรมันก็โกรธ

ถ้าเรามีศรัทธามีความเชื่อของเรา เราฝึกหัด วิธีการ เห็นไหม

เขาบอกว่า ถ้าเขาจะแก้ไขของเขา เขาบอกว่าเขาจะถวายชีวิตสู้เลย ไม่หลับไม่นอนก็ได้ ทำอย่างไรก็ได้

เดี๋ยวมันจะโกรธตัวเองนะ ไม่น่าพูดไปเลย เป็นสิ่งที่ เวลาเราตั้งใจ เรามีศรัทธา เราตั้งมั่นของเรา เรามั่นใจว่าเราทำของเราได้ แต่จริงๆ แล้วนี่นะ มันเป็นเรื่องภายใน

เวลาสอยเข็ม ร้อยรูเข็ม ถ้ามันร้อยได้ มันก็รักษาใจตัวเองได้บ้าง ถ้ามันร้อยไม่ได้ ร้อยแล้วร้อยเล่า สอยเข็มๆ แต่การหาหัวใจลำบากกว่านั้น เว้นไว้แต่คนที่สร้างอำนาจวาสนาบารมีของเขามา

บางคนสร้างอำนาจวาสนาบารมีมา เห็นเขาทำ จะทำตามเขา กลับได้ ทำโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ทำโดยที่ว่าทำตามเขาไป ถ้ามันได้ก็คือมันได้ เวลามันได้ ความได้คือจิตมันสงบ ถ้าจิตมันสงบนะ มันจะเชื่อมั่นเรื่องจิตวิญญาณมาก จิตมันเป็นอิสระขึ้นมา มันจะมหัศจรรย์ในตัวของมันเองมาก จิตเราแท้ๆ

แล้วปัจจุบันนี้มันอยู่กับเรา ทำไมมันไม่มหัศจรรย์ล่ะ

มันมหัศจรรย์เพราะอะไร

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกว่า “เราเป็นไก่ตัวแรกที่เจาะฟองอวิชชาออกมา เราเป็นไก่ตัวแรกเจาะฟองอวิชชา”

เปลือกไข่ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเจาะเปลือกไข่ เห็นไหม

แต่ของเรา ที่มันเปลือกไข่ๆ ที่ตัณหาความทะยานอยากต่างๆ มันครอบงำไว้ไง เวลาจิตของเรามันถึงไม่มหัศจรรย์ไง

เปลือกไข่ ฟองไข่นั้น ไข่ขาว ไข่แดงมันอยู่ในไข่นั้น นี่เหมือนกัน หัวใจของเรามันอยู่ในสัญญาอารมณ์ที่มันครอบงำไว้นี่ไง ฉะนั้น เวลาทำสิ่งใด มันจะไม่ได้ผล

จะบอกว่า การประพฤติปฏิบัติสำคัญมาก ยากอยู่คราวเริ่มต้นนี่ คราวเริ่มต้นนี้เหมือนกับคนทำงานไม่เป็น ฝึกงานๆ คนฝึกงานทำอะไรก็ผิด ส่งงานมันผิดหมดน่ะ คนฝึกงาน แต่ถ้ามันฝึกงาน มันทำงานเป็นของมันแล้ว มันทำของมันได้

อันนี้ก็เหมือนกัน ถ้าจะต่อสู้ไง บอกวิธีแก้ แล้วถ้ามันเป็นไปได้ เขาถวายทั้งชีวิตจะสู้เลย จะสู้เลย

เพราะว่าการแก้ไขทั้งทางโลกและทางธรรม หลัก มันต้องการใช้ปัญญา ปัญญาจะแก้ไขได้ แต่ปัญญาที่เราใช้แก้ไขมันเป็นวัฒนธรรม ประเพณีวัฒนธรรม ปัญญาแบบโลกๆ นี่ไง ให้มองให้เป็นพี่เป็นน้อง เป็นญาติต่อกัน ให้เป็นญาติพี่น้องกัน เราเมตตาธรรมรักษาหัวใจของเรา

แต่ถ้าจะแก้ไขจริงๆ เราฝึกหัดทำความสงบของใจเข้ามา แล้วถ้าทำความสงบของใจ มานั่งสมาธิภาวนา คราวนี้จะไม่โกรธคนอื่นแล้ว จะโกรธตัวเอง จะโกรธเรา มันไม่ได้ผล มันไม่ได้ผลๆ

มันไม่ได้ผลเพราะว่ากิเลสมันแก่กล้า กิเลสมันแก่กล้า ทำสิ่งใดไม่ได้ผลหรอก นั่งไปก็นั่งเป็นแบบตุ๊กตา เพราะอะไร

การนั่งเขาไม่นั่งแบบตุ๊กตา นั่งอย่างไรก็ได้ แต่เขาต้องการหัวใจต่างหาก เวลานั่งเขาต้องการหัวใจของเรา ค้นหาใจของเรา

แล้วใจที่เป็นนามธรรมๆ มันก็เป็นนามธรรมไง แล้วบริกรรม บริกรรมก็เอาใจนี้บริกรรม พุทโธๆๆ เกิดจากความคิดทั้งนั้นน่ะ เราตั้งใจพุทโธๆๆ มันก็เป็นคำบริกรรม

สิ่งที่ว่าเวลาความคิด ความคิดเป็นนามธรรมๆ พุทโธๆ ก็นามธรรม แล้วพุทโธๆ ถ้ามันเข้ากันได้ มันกลมกลืนกันได้ เริ่มสบายแล้ว คำว่า สบาย” จิตมันจะเป็นอิสระ แล้วถ้าจิตเป็นสัมมาสมาธิได้

แล้วเวลามันปฏิบัติอย่างนี้ไปแล้ว หลวงพ่อบอกว่า นั่งสมาธิแล้วมันจะแก้ความโกรธได้ แก้ความโกรธได้ เวลาไปนั่งทำสมาธิแล้วมันยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่เลย

มันจะโกรธใหญ่เลย โกรธมาก มันโกรธมากเพราะอะไร มันโกรธมากเพราะธรรมดาปุถุชนคนหนามันเหมือนผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดเท้า เปรียบเหมือนผ้าเช็ดเท้า ผ้าเช็ดเท้าเช็ดเท้าแล้วเช็ดเท้าอีก มันก็ผ้าเช็ดเท้าไง

หัวใจของเรากิเลสมันย่ำยีอย่างไรๆ เหมือนผ้าเช็ดเท้ากิเลสไง ผ้าเช็ดเท้ากิเลส กิเลสมันย่ำยีอย่างไรนะ มันก็เป็นเรื่องปกติไง แต่วันไหนที่เรามาทำฝึกหัดทำความสงบของใจเข้ามาๆ ถ้าใจมันสงบ ถ้าใจมันสงบมันเหมือนผ้าขาว ผ้าขาว ทำใจของเราให้มันขาวสะอาด ทำใจของเราให้ขาวสะอาด ฉะนั้น เวลามันจะไปโดนสิ่งใดเป็นของสกปรก มันเห็นน่ะ มันจะโกรธมาก มันทั้งโกรธ มันไม่พอใจใดๆ ทั้งสิ้นทั้งนั้นน่ะ

นี้มีคนภาวนาเยอะมากบอกว่า ทำไมมันภาวนาแล้วมันฉุนเฉียว เมื่อก่อนไม่ฉุนเฉียวอย่างนี้เลย เดี๋ยวนี้ฉุนเฉียวยิ่งกว่าเก่า

ฉุนเฉียวยิ่งกว่าเก่าเพราะว่ามันชวนะ ตา หู จมูก มันคล่อง มันไว มันเริ่มชำนาญขึ้น มันจะผ่านของมันไปไง

เริ่มต้นก็เป็นคนขี้โกรธอยู่แล้ว จะไปดับความโกรธ พอไปนั่งขึ้นมามันยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่เลย พอมันผ่านสเต็ปนั้นไปมันจะเข้าใจ มันจะเข้าใจของมันนะ

ถ้ามันเริ่มต้น ถ้ายังไม่ทำสิ่งใดเลย มันก็จะไม่รู้สิ่งใดเลย แล้วโดยธรรมชาติบอกว่า ถ้าปฏิบัติแล้วมันจะต้องดีขึ้น มันจะต้องหายโกรธๆ

มันจะหายโกรธของมัน ถ้าหายโกรธโดยข้อเท็จจริง พระอนาคามี แต่ถ้าเราควบคุมได้ด้วยวัฒนธรรม ด้วยสติด้วยปัญญาของเรา เราแก้ไขของเราเข้ามา ถ้าเราแก้ไขของเราเข้ามา สิ่งนี้ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฝึกหัดภาวนา ถ้าฝึกหัดภาวนา มันแก้ที่เหตุเลย แต่ถ้ายากง่ายนี้มันอยู่ที่เวรกรรมของสัตว์

สัตว์แต่ละบุคคลได้สร้างเวรสร้างกรรมแตกต่างกันมา ถ้าสร้างเวรสร้างกรรมแตกต่างกันมา เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรม แสดงธรรมแก่ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติ อุบายวิธีการไม่เหมือนกัน แตกต่างกันไป แตกต่างกันไปเพราะให้ตรงกับกิเลสนั้น

เวลาหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นเวลาท่านอบรมบ่มเพาะลูกศิษย์ลูกหา ท่านสอนเฉพาะๆ นะ เพราะกิเลสคนมันไม่เหมือนกัน เพราะคนมันชอบไม่เหมือนกัน คนมันติดขัดไม่เหมือนกัน แล้วจะมาสอนสูตรสำเร็จ ภาษาเลย กรรมฐานมันไม่มีหรอก

แต่แสดงธรรมๆ แกงหม้อใหญ่ แกงหม้อใหญ่ก็แสดงธรรม สัจธรรม ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แกงหม้อใหญ่ มันไม่เฉพาะเจาะจง ผู้ลูกศิษย์ลูกหาที่ฟังธรรมๆ โอปนยิโก เรียกร้องสัตว์ทั้งหลายมาดูธรรม โอปนยิโก โน้มมาสู่ใจของเรา โน้มมาสู่ใจของเรา

ถ้ามันเป็นธรรมๆ นะ เวลาครูบาอาจารย์เทศนาว่าการไง เวลาสมัยหลวงปู่มั่นนะ เวลาหลวงปู่มั่นแสดงธรรมเสร็จ พระจะถามกัน ใครๆ ใครคิดอย่างไร ใครทำอะไร โดนหมดน่ะ

นี่โอปนยิโก น้อมธรรมเข้ามาสู่เรา ถ้าน้อมธรรมเข้ามาสู่เรา นั้นน่ะคืออาวุธ นั้นน่ะคือเทคนิค นั้นน่ะคือที่วิธีการที่เราได้ประโยชน์ แต่ถ้าเป็นกิเลสนะ มันศักดิ์ศรีไง ว่าคนนู้น ว่าคนนี้

ภาษาเรานะ โง่มาก ผู้ที่ชี้ขุมทรัพย์ให้เรา ชี้ถึงความบกพร่องในใจของเราที่กำลังจะฝึกหัดอยู่นี่ เขาบอกเคล็ด บอกวิธีการคอยคุ้มครอง ยังไม่รู้จัก แต่ถ้ามันรู้จัก มันจะน้อมเข้ามา น้อมเข้ามาสู่ใจของมัน นี่คือแกงหม้อใหญ่

แล้วถ้าแกงหม้อเล็ก แกงหม้อจิ๋ว เวลาหลวงตาท่านพูดไง ถ้าแกงหม้อเล็กมันเข้าสู่อริยสัจ แกงหม้อจิ๋วก็ของใครของมัน ติดขัดอะไร บางคนชำนาญมากในการพิจารณากาย พระบางองค์พิจารณาเวทนา พระบางองค์พิจารณาจิต พระบางองค์พิจารณาธรรม

เห็นไหม หลวงปู่เจี๊ยะ หลวงปู่ชอบ หลวงปู่คำดี พิจารณากายทั้งนั้นน่ะ เวลาหลวงตาพระมหาบัวพิจารณาเวทนา พิจารณากาย พิจารณาอสุภะ พิจารณาจิต ครูบาอาจารย์ท่านพิจารณาจิต นี่มันแต่ละบุคคล นี่พูดถึงจริตนิสัย พูดถึงอำนาจวาสนา พูดถึงเหตุผล

ฉะนั้น ถ้าเหตุผลนี้แล้ว โดยสูตรสำเร็จ โดยธรรม โดยธรรมที่ว่าจะแก้ไขเรื่องความโกรธ ถ้ามีวิธีการ

มีวิธีการ วิธีการ ธรรมโอสถ สติ สมาธิ ปัญญา แล้วธรรมโอสถ แล้วมันใช้ข้อไหน ใช้อย่างใดกับเรา แล้วเวลาใช้ข้อไหน ใช้อย่างใดกับเรา มันก็ได้ผลตรงนี้ เพราะกิเลสมันไม่เท่าทัน เวลากิเลสมันทัน มันพลิกแล้ว

โอ้โฮ! กิเลสนี้ร้ายมาก กิเลสของเรานี่แหละ ทำไมวันนี้คิดอย่างนี้ ทำอย่างนี้ ได้ผล วันต่อไปคิดอย่างนี้ ทำอย่างนี้ ไม่ได้ผล มันพลิกเลย

ฉะนั้น ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงบอกว่าต้องให้เป็นปัจจุบัน คือไม่ให้กิเลสมันเท่าทัน พยายามมีอุบายวิธีการพลิกแพลงของเราตลอดไป แล้วเวลาพลิกแพลง มันก็อยู่ที่ประสบการณ์ อยู่ที่จังหวะและโอกาสที่เราทำได้มากขนาดไหน

นี่พูดถึงว่าคำถาม เป็นทุกข์แค่โทสะอย่างหยาบๆ เป็นมานานแล้ว วิธีการแก้ไข

ให้เสียสละ ให้เสียสละ เห็นไหม ทำบุญทำกุศลบ้าง พระ เช้าขึ้นมาใส่บาตรพระสักองค์หนึ่ง คำว่า ใส่บาตรนะ” แล้วให้ระลึกถึง ตรงนี้มีบุญกุศลมาก ให้ระลึกถึงใส่บาตร เพราะมันได้เห็นผ้าเหลือง ได้เห็นพระ ได้เสียสละทานออกไป แล้วคิดตรงนี้ อย่าให้มันไปคิดโกรธเขา

ตักบาตร ใส่บาตรพระสักองค์หนึ่ง แล้วเราก็อาศัยทานนั้นเป็นที่อยู่ของใจ ให้ใจคิดแต่เรื่องอย่างนี้ อยู่แต่เรื่องอย่างนี้ แล้วคิดถึงเป็นบุญเป็นกุศล ฝึกหัดอย่างนี้เรื่อยๆ ไป เวลาผลมันกระทบ มันจะไปกระทบอีกแหละ

เวลาผลกระทบแล้วมันจะแสดงออกโดยจริตโดยนิสัย นั้นโทสจริต แล้วไม่ต้องคิดเสียใจว่าเป็นเฉพาะเราคนเดียว เป็นทุกคนเลย ในโลกนี้เป็นหมดเลย คนที่เกิดมาเป็นทั้งนั้นเลย เพียงแต่ว่าเขาระลึกได้หรือระลึกไม่ได้ เขาไม่เห็นโทษของมันไง

ถ้าเราระลึกได้ เราเห็นโทษของเรา เห็นไหม ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเฉพาะคนๆ แล้วถ้าเราระลึกได้ เราระลึกได้ มันเป็นบุญเป็นกุศลของเรา

คำว่า เป็นบุญกุศลของเรา” เพราะอะไร

เพราะฉลากยา มันมีแค่ฉลาก ถ้ายา มันมีเนื้อยา ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันก็เป็นตำรา ใครๆ ก็รู้นะ บาปบุญคุณโทษรู้ทั้งนั้นน่ะ แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ ทำไม่ได้สักที รู้ทั้งนั้นน่ะ ฉลาดทั้งนั้นเลย แต่ถ้าระลึกได้ มันจะเข้าถึงเนื้อยา

ฉะนั้น ถ้าเราคิดได้ เราแสวงหาได้ ฝึกหัดอย่างนี้ไปก่อน เริ่มต้นฝึกหัดแผ่เมตตา ใส่บาตรพระสักองค์หนึ่ง แล้วก็พยายามเห็นผ้าเหลือง ให้ระลึกอย่างนั้นน่ะ ระลึกถึงใกล้ๆ ตัวเรา แล้วถ้าภาวนาได้ ฝึกหัดใช้ภาวนา แล้วถ้าภาวนาแล้ว มีสิ่งใดที่จะแก้ไข แล้วเราค่อยคุยกันใหม่

นี่พูดถึงว่าเริ่มต้น เป็นทุกข์เป็นยากมากกับโทสจริต เป็นทุกข์เป็นยากมาก แล้วจะแก้ไขๆ

จะแก้ไข ก็เหมือนกับไปหาหมอเลย ฉีดยาแล้วหาย แต่ธรรมโอสถ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้บอกทาง แล้วเราต่างหาก จิตของเราต่างหาก หัวใจของเราต่างหากจะต้องพยายามรักษา อบรมบ่มเพาะ แก้หัวใจของเราเอง นี่ภาคปฏิบัติ

ถึงใจหายาก ใจหายาก จิตใจของเราค้นคว้าหาได้ยาก แต่ก็ใจดวงนั้นน่ะที่เราจะแก้ไข เป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ชี้ทาง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมขึ้นมาแล้วนะ วางธรรมวินัยนี้ไว้ ธรรมและวินัยคือวิธีการที่เราจะศึกษาค้นคว้า นี่คือธรรมโอสถ แล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็บอกวิธีการๆ แล้วเราก็ต้องประพฤติปฏิบัติของเราเอง เวลาจะแก้โกรธ เราจะต้องแก้ตัวเราเอง เอวัง