เทศน์เช้า วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วไง วันนี้วันหยุดราชการ วันปิยมหาราช เป็นวันรากเหง้าของชาติ ชาติที่มีรากมีเหง้าไง ทำให้รอดพ้นปลอดภัยมา ทำให้ชาติเราสงบร่มเย็นขึ้นมาไง
เราเกิดในประเทศอันสมควร เกิดในประเทศอันสมควร เกิดจากพ่อจากแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก เกิดในประเทศชาตินั้น ประเทศชาตินั้นทำให้เราร่มเย็นเป็นสุขไง ประชาชนได้มีเวลาทำมาหากิน สมณะชีพราหมณ์ได้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา
สมณะชีพราหมณ์ได้ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม สันติภาพแห่งชีวิตขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย สันติภาพของเราคือสังคมร่มเย็นเป็นสุข มีโอกาสได้แสวงหาสัมมาอาชีวะของเรา ชีวิตมีความปกติสุข เห็นไหม
คนเกิดมาต้องมีปัจจัยเครื่องอาศัย คนมีปัจจัยเครื่องอาศัยก็เกิดมาจากเวรจากกรรมของแต่ละบุคคล เกิดในประเทศเดียวกัน สถานะแตกต่างกัน แตกต่างกันเพราะบุญกุศลของแต่ละบุคคลขึ้นมาไง คนเกิดมาเหมือนกัน เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน แต่ความคิดแตกต่างกัน ความเห็นแตกต่างกัน ความปรารถนาแตกต่างกัน นั้นมันเวรกรรมของสัตว์
ถ้าเวรกรรมของสัตว์ ถ้ามีอำนาจวาสนา ถ้าจิตใจเราเป็นธรรม เราปลงธรรมสังเวช จิตใจเราไม่เป็นธรรม เราทุกข์เรายากนะ เราบีบเราคั้นในหัวใจของตนเองด้วย แล้วจะบีบคั้น ไปบงการชีวิตของคนอื่นให้สมความปรารถนาของตน
ความสุขของคนไม่เหมือนกัน ความสุขของคนมาแตกต่างกัน ความสุขของคนแสวงหาในสถานที่แตกต่างกัน แต่ถึงที่สุดแล้วนะ วิมุตติสุขๆ อันเลิศนั้น สุขในหัวใจของตน มันสมบูรณ์แบบในหัวใจของตัวแล้ว มีอะไรอีก
ไอ้ที่หาความสุขกันๆ เพราะมันขาดแคลน เพราะใจมันว้าเหว่ เพราะใจมันไม่มีที่พึ่งที่อาศัยไง
เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง พระพุทธศาสนา สันติสุข สันติธรรมในหัวใจของตน สันติสุขๆ ในหัวใจของตนนะ แล้วถ้าคนมันดีงาม มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา ถ้ามีศีลๆ มันไม่รุกรานใคร ไม่ทำลายใครทั้งสิ้น แล้วจะช่วยส่งเสริมเจือจุนเขาด้วย เพราะเจือจุนเขาเพื่ออะไร เจือจุนเขาเพื่อสังคมร่มเย็นเป็นสุขไง เจือจุนขึ้นมาเพื่อบุญกุศลของเราไง เจือจุนขึ้นมาเพื่อคุณงามความดีของเราไง ถ้าเราทำคุณงามความดีของเราแล้ว เรามีความสงบสุขในหัวใจของตนไง มันจะแสวงหาหัวใจของตนได้ดีขึ้น
เราปรารถนาความสงบสุข แสวงหาหัวใจของตนไม่เจอ นั่งลงไปแล้วเกือบเป็นเกือบตาย มันสงบสุขที่ไหน
มันสงบสุขที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ มันสงบสุขอันนั้นแล้วมันถึงรู้ว่าพวกเธอไม่ต้องดิ้นรนหรอก จะได้เป็นจักรพรรดิอยู่แล้ว ยังไม่เอา เรื่องโลกๆ ของชั่วคราว ชั่วชีวิตหนึ่งเท่านั้น
แต่เมื่อเราเกิดเป็นมนุษย์ไง มันธรรมชาติไง ต้องมีปัจจัยเครื่องอาศัย เราก็มีปัจจัยเครื่องอาศัย แต่ปัจจัยเครื่องอาศัยเพื่อสงบสุข เพื่อไม่ระราน ไม่เหยียบย่ำ ไม่ทำลายใครๆ ทั้งสิ้น เพื่อความสงบสุข แล้วใจมันเป็นอย่างนั้นไหม มันเห็นแล้วมันคิดร้อยแปดพันเก้าไปทั้งนั้นน่ะ มันคิดร้อยแปดพันเก้าเป็นจริตนิสัย เป็นอำนาจวาสนา
คนที่มีวาสนานะ เขาได้มามากน้อยขนาดไหน เจือจานคนอื่นก่อน ที่เหลือแล้วไม่เป็นไร อะไรเราก็ได้ ได้ทั้งนั้นๆ ได้ทั้งนั้นแล้วมันไม่ทิ่มแทงตัวมันเองไง ถ้ามันทิ่มแทงตัวมันเองนะ นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ เกิดการเคียดแค้น เกิดการวางแผน เกิดการ ไปแล้ว เกิดจากไหนนั่นน่ะ เกิดจากคนอื่นหรือ เกิดจากใจมึงทั้งนั้น
ถ้าเรามีอำนาจวาสนาไง เรามองแต่โลก เห็นไหม วันปิยมหาราช คุณงามความดีของท่านมากมายมหาศาล ครอบงำเอาชาติรอดปลอดภัย ทำให้ชาติปลอดภัย ทำให้ประชาชนมีสติมีปัญญา สร้างโรงเรียน สร้างทุกอย่าง สร้างเพื่อเขาทั้งนั้น สร้างเพื่ออะไร
เพื่อพระโพธิสัตว์ๆ สร้างคุณงามความดีๆ ปรารถนาให้ทุกคนมีความสงบสุข ถ้าทุกคนมีความสงบสุข เราก็มีความสุขของเรา แต่ถ้าเราจะมีความสงบสุขของเราคนเดียว แล้วรอบข้างมีแต่ความทุกข์ความยาก มันจะเอาความสงบสุขมาจากไหนล่ะ มันร้อนเป็นไฟอยู่นั่นน่ะ ไฟเดี๋ยวก็ไฟป่า
เวลาดูไฟป่านะ เห็นมันไหม้ป่าแล้วเศร้าใจ แต่เวลาคิดถึงชีวิตสัตว์สิ มันหนีไฟไม่ทันหรอก ไฟไหม้มันตายทั้งนั้นน่ะ ชีวิตสัตว์ในป่า ที่เวลามันไฟไหม้แล้วมันตาย มันจะสูญพันธุ์ นักอนุรักษ์เขาต้องไปคุ้มครองไปดูแล ไปช่วยเหลือเจือจาน เพราะมันเป็นสัตว์
เราเป็นคนมีสติปัญญา มีอำนาจวาสนาที่จะเอาตัวรอดให้ได้ ถ้าเอาตัวรอดให้ได้ๆ แค่ข้าวมื้อหนึ่งก็เอาชีวิตรอดแล้ว แล้วชีวิตที่มันดิ้นพราดๆๆ อยู่นี่ มันจะเอาตัวรอดอย่างไรล่ะ
ถ้ามันจะเอาตัวรอด มีศรัทธา ต้องมีศรัทธา ศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพุทธคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมๆ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอบรมบ่มเพาะเรามาทุกวันอยู่นี่ไง พระสงฆ์ๆ เรานี่แหละ ถ้าจะบวชก็เป็นพระสงฆ์ ถ้าเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้าใจบรรลุธรรมขึ้นมา นั่นอริยสงฆ์
บวชใจๆ บวชใจก็บวชได้ไง คนที่มีอำนาจวาสนาเขาบวชใจของเขาก่อน แล้วบวชใจแล้ว ถ้าจะโดยปกติสุขของตน บวชพระๆ ขึ้นมา มันเป็นสังคมประเพณีวัฒนธรรมที่สังคมชาวพุทธเขาเชิดชูบูชา เชิดชูบูชา มันก็เป็นโอกาสของเราที่เราไม่ข้องแวะกับสังคมใช่ไหม มันเป็นรั้วรอบขอบชิด เป็นขอบนอกไง มันสมมุติๆ ทั้งนั้นน่ะ สมมุติขึ้นมาเพื่อให้บริษัท ๔ อยู่ร่วมกันด้วยความร่มเย็นเป็นสุขไง แล้วถ้ามีแกนกลาง มีหลักที่เป็นธรรม มันจะเป็นธรรมทั้งภายนอกและภายใน
มันเป็นแกนกลาง แกนกลางมาตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กว่าจะทำอย่างนั้นได้ไง ทุกคนโดยธรรมชาติก็หวังพึ่งพาอาศัยเขาทั้งนั้นน่ะ ไปศึกษากับเจ้าลัทธิต่างๆ มา ๖ ปี ไม่ใช่ ถึงที่สุดแล้วแกนกลางอันนี้ต้องมีสติปัญญา แกนกลางอันนี้มันต้องรู้จักตัวของมันเอง แกนกลางอันนี้มันต้องกระชับให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ให้ได้ พอถึงที่สุดแห่งทุกข์ให้ได้แล้วจบเลย นี่พอมันเข้าใจตามความเป็นจริงแล้วไง
แล้วเวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพาน พระอานนท์คร่ำครวญ
“อานนท์ เราไม่ได้เอาสมบัติของใครๆ ไปเลย”
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้สร้างสมมา ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย สร้างมามากมายมหาศาล เราไม่เอาสมบัติของใครไปเลย เราเอาไปแต่ของเราเท่านั้นน่ะ แกนกลางของเราไปกับเราเท่านั้นน่ะ
ของคนอื่นถ้าเขามีอำนาจวาสนา เขาจะฝึกหัดปฏิบัติของเขา แล้วถ้ามันไปสู่ความจริงขึ้นมาไง ถ้าเป็นข้อเท็จจริง สันติสุข อยู่คนเดียวยิ่งมีความสุข อยู่ที่ไหนก็ได้ แล้วสุขมันสุขที่ใจดวงนั้น มันไม่เกี่ยวกับใครเลย
แต่ถ้ามันเป็นกะล่อนสุข หน้าไหว้ หลังหลอก ฉันจะอยากอยู่คนเดียว แต่ไปกว้านคนอื่นมาทั้งนั้นน่ะ มันไร้สาระ
อยู่คนเดียวมันต้องอยู่คนเดียวโดยข้อเท็จจริง มันต้องเป็นข้อเท็จจริงที่มันเป็นจริงของมันขึ้นมา กลิ่นของศีลกลิ่นของธรรม เขาเชื่อถือศรัทธาของเขาเอง ไม่ใช่กะล่อนสุข ดิ้นพราดๆๆ หน้าไหว้ หลังหลอก ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมาอย่างนั้นมันเป็นเรื่องกิเลสไง เพราะแกนกลาง มันมีอวิชชา
หลวงปู่มั่นบอกว่ากิเลสอยู่ที่ฐีติจิต อยู่ที่แกนกลางนั่นแหละ มันถึงได้พาแกนกลางนั้นเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แต่ละภพแต่ละชาติไปของมัน แต่แกนกลางก็อยู่ของมันอย่างนั้นน่ะ ไม่มีวันดับสิ้น จิตไม่เคยตายๆ แต่คนตาย เทวดา อินทร์ พรหมก็ตาย เกิดเป็นอะไรก็ตาย แต่ตัวของมันเองมันสะสม สะสมที่สร้างมา ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย แล้วเราเกิดมากี่ชาติ
จะเชื่อไม่เชื่อมันเป็นสิทธิเสรีภาพ เชิญตามสบาย แต่เวลานั่งลงแล้วมันถึงจะรู้ นั่งลง
ทำไมคนอื่นเขาปฏิบัติได้ ทำไมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ทำไมเวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอตทัคคะ ๘๐ องค์ พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ไง วันมาฆบูชา เอหิภิกขุ บวชเอง สั่งสอนเอง เป็นพระอรหันต์เอง ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑,๒๕๐ องค์ พระศรีอริยเมตไตรย ข้างหน้ามากมายมหาศาล มากมายมหาศาลเพราะว่าได้สร้างสมบุญญาธิการมา
คำว่า “สร้างสมบุญญาธิการมา” ดูสิ ดูพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะสิ เวลาไปหาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
“อัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวาเรามาแล้ว”
ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์นะน่ะ เขาสร้างกันมา หมุนเวียนกันมา ส่งเสริมกันมา
ไม่ใช่เทวทัต จองล้างจองผลาญกันมา แล้วก็มาเกิดร่วมกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นลูกสุปปพุทธะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นลูกของพระเจ้าสุทโธทนะ เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มาเกิดเป็นสายเลือด เกิดเป็นลูกศิษย์ ทำลายมันทุกอย่าง ทำลายมันทุกอย่างที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสวงหามา ทำลายทุกอย่างที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางธรรมวินัยนี้ไว้ นี่เวรกรรมของสัตว์ เทวทัตก็ลงนรกอเวจีไป
พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ
“อัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวาเรามาแล้ว”
เขาได้ปรารถนาของเขามา เขาสร้างคุณงามความดีของเขามา ทัศนคติมุมมองมันเป็นอื่นเป็นไปไม่ได้ เขาเรียกว่านิสัยๆ นิสัยสันดานแก้ยาก แต่กิเลสๆ มันสามารถชำระล้างได้
นี่ไง สันติภาพ สันติสุข ประเทศชาติของเรามีรากเหง้า รากเหง้า เราเกิดที่ผู้นำที่ดีงามไง เราถึงได้ขอบคุณ เคารพบูชา แล้วเราก็พยายามจะสร้างสมด้วยคนละไม้คนละมือเพื่อความสงบสุขของสังคม เพราะเราได้เกิดมาในสังคมที่สงบสุขแล้ว เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มีบุญมีกุศล เรามีสติปัญญาเท่าทันความคิดเรา
คิดชั่ว พยายามหักห้าม พยายามดัดแปลง เพราะคิดชั่ว แล้วเราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ใช้สติปัญญาตรึกในธรรม นั่นแหละปัญญาอบรมสมาธิ คำว่า “ปัญญาอบรมสมาธิ” คือปัญญามันละหรือพยายามมีเหตุผลกับความคิดชั่วนั้น คิดชั่วนั้นมันต้องหยุด แล้วพอมันหยุด เฮ้ย! มันก็เกิดดับๆ มันก็เป็นอารมณ์เฉยๆ แต่ถ้ามันคิดขึ้นมาแล้วมัน โอ้โฮ! มันเดือดมันร้อน นี่ปัญญาอบรมสมาธิ
พุทโธๆๆ คนมีศรัทธาความเชื่อ คิดก็คือพุทโธนั่นแหละ พุทโธเวลามันคิด นั่นน่ะอารมณ์วิตกวิจารขึ้นมา มันก็เป็นอารมณ์มันไป แต่ถ้าเรามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เราจะไม่ยอมให้มันคิด เราจะฝืนความคิดของเราบ้าง เราจะมีสติปัญญากับความคิดของตน ก็พุทโธๆๆ แต่เกือบตาย เกือบตายเพราะว่ามันมีคำบริกรรม
ปัญญาอบรมสมาธิ มันใช้สติใช้ปัญญาตรึกในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดา เป็นผู้วางธรรมและวินัยนี้ไว้ เป็นที่น่าไว้วางใจ น่าเชื่อถือศรัทธาทั้งหมดทั้งสิ้น แต่กิเลสมันก็ไม่เชื่อ เชื่อแต่ปาก เชื่อแต่ประเพณีวัฒนธรรม จิตใต้สำนึก นี่สิทธิของกู กูนี่ยอดเยี่ยม กูยิ่งใหญ่ มันจะไปเชื่ออะไร
แต่ถ้ามีวาสนานะ “นั่นอัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวาเรามาแล้ว”
เพราะมีศรัทธาในเรื่องบุญและบาป ไปบวชก็ไปบวชกับสัญชัยซะ ไปบวชกับอาจารย์ผิดนะน่ะ ยังไพล่แสวงหาทางออกจนได้ นั่นน่ะมาเจอพระอัสสชิ มาเจอลูกศิษย์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กิริยามารยาทนี้ใช้ได้ กิริยาภายนอกใช่
คนเราเขาดูน่ะ เขาดูกันออก คนที่มีสติมีปัญญาไง ตามไป
“บวชกับใคร”
“บวชกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”
“องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนว่าอย่างไร”
“ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ”
ต้องมีเหตุมีผล ไม่ใช่โมเมโมชัน เคลมของเขาไปหมด อวดรู้อวดเก่งไปหมด ไม่รู้ห่าอะไรเลย ที่รู้จำเขามา ไปกว้านเอาของคนอื่นมาพูด ถ้ามันมีปัญญามันต้องเท่าทันความรู้สึกนึกคิดมันไง
“ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ”
ผู้มีปัญญาฟังทีเดียวเป็นพระโสดาบันเลย ไปบอกพระโมคคัลลานะ เป็นพระโสดาบันด้วยกัน ชวนไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
“อัครสาวกเบื้องซ้ายเบื้องขวาเรามาแล้ว”
อบรมบ่มเพาะจนเป็นพระอรหันต์ไง ความที่อบรมบ่มเพาะจนเป็นพระอรหันต์ นี่บุญคุณ
คุณของคนที่โดนหลอกไป แล้วแสวงหากลับมาหาได้ คุณของคนที่เวลามันคิดผิด มันเห็นผิด มันยึดมั่นถือมั่นความคิดในใจของตน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคนบอกเหตุบอกผล เป็นคนชี้ทางให้ บุญคุณอันยิ่งใหญ่อันนั้นไง ยิ่งใหญ่นัก
ถึงที่สุดแล้วพระสารีบุตรไม่เชื่อพระพุทธเจ้าเลย เพราะความเชื่อนั้นเป็นศรัทธา แต่ที่ไม่เชื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะมันมีบุคคล ๔ คู่ มันมีเหตุและมันมีผลที่จิตใจนั้นฝึกหัดขึ้นมา
ในพระพุทธศาสนาไง กาลามสูตรๆ ห้ามเชื่อๆๆ ฟัง แล้วไตร่ตรอง ฟัง แล้วเอาไปพิจารณาแยกแยะให้เกิดปัญญาของตน ให้เรามีสัจจะมีความจริง มีเหตุมีผล มีมรรคขึ้นมาในใจของตน แล้วกำราบมัน
มันคือใครล่ะ
แกนกลางหัวใจของตนไง ปราบมัน มันคือชีวิต มันหลงใหลมาไม่มีต้นไม่มีปลาย แล้วมีบุญกุศล ได้สร้างบุญกุศลถึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาเป็นมนุษย์ยังเกิดมาแล้วพบพระพุทธศาสนา เวลาพระพุทธศาสนาหลากหลายนัก นิกายความเชื่อร้อยแปดพันเก้า
เราก็จะเลือกฟังครูบาอาจารย์ของเรา ครูบาอาจารย์ของเรา พุทโธ ปัญญาอบรมสมาธิ ฝึกหัดขึ้นมา นั้นจะเป็นสมบัติของบุคคลคนนั้น
เราก็พยายามจะฝึกหัดปฏิบัติของเรา แต่การฝึกหัดปฏิบัติของเราไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๖ ปี เวลาอาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านฝึกหัดปฏิบัติของท่านมาก่อน ท่านมีเหตุมีผล มีสัจจะมีความจริงขึ้นมา
เรามีครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์จะสอนในแนวฝึกหัดปฏิบัติ ไอ้เราก็ แหม! ยอดเยี่ยม ยอดมนุษย์ไง อยู่เฉยๆ บรรลุธรรม ธรรมะมีอยู่โดยดั้งเดิม เราเป็นคนมีบุญมาก เกิดมาแล้วก็จะได้เป็นพระอรหันต์
กิเลสหลอกทั้งนั้น
มันเสียดายการเกิดเป็นมนุษย์ไง มันควรมีสติมีปัญญา
วันนี้วันสำคัญในชาติ ชาตินี้มีรากเหง้า มีผู้ดูแลรักษา มีผู้คุ้มครองดูแลส่งต่อมาถึงเรา แล้วเราก็จะเอาปัญญาโง่ๆ อย่างนี้ฝึกหัดปฏิบัติ เอาปัญญาโง่ๆ อย่างนี้จะสืบต่อพระพุทธศาสนา
จะสืบต่อไปให้ใครล่ะ ใครที่เขาฉลาด เขารู้เขาเห็น เขาไม่เอา เขาจะเอาความจริงไง
เราต้องฝึกหัดสติปัญญาของเรา อย่าให้เป็นเหยื่อให้เขาหลอก ฝึกหัดให้มัน ใครพูดอะไรก็ฟัง แต่กูไม่เชื่อมึง กูจะแยกแยะด้วยสติปัญญาของกู แล้วฝึกหัดตนขึ้นมาให้รู้เท่าทันจิตของตน เอวัง