เทศน์เช้า วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นเครื่องปลอบโยนหัวใจของตัวนะ เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย แม้แต่จะมีความสุขหรือมีความทุกข์ เราก็ต้องมีรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย
ถ้าเรามีความสุข เราก็ไม่หลงระเริงไปกับเรื่องกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ต้องว่าเราสร้างบุญกุศลของเรามา เราทำสิ่งใดแล้วประสบความสำเร็จของเรา เรามีความสุขนี้เพราะเราได้สร้างบุญสร้างกุศลมา ถ้าเราประสบความทุกข์ ความทุกข์นั้น โดยทั่วไปทุกข์เสมอภาคกัน เขาก็มีความทุกข์เหมือนกัน แต่ถ้าเราทำหัวใจของเราได้ ความทุกข์อย่างนั้นมันทุกข์เพราะว่าเป็นสภาคกรรม เป็นกรรมร่วมกันที่ทำมา อย่างเช่นราคาสินค้า น้ำมันแพง มันเสมอหน้าทั่วประเทศเลย
ถ้ามันมีสิ่งใดเกิดขึ้น ถ้าเป็นความทุกข์ เราก็ต้องมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่อาศัย ถ้าเรามีความสุขๆ ความสุขของเรา เราก็เคารพบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ของเรา ที่เราได้ยึดมั่นถือมั่นเป็นที่พึ่งที่อาศัยของหัวใจของตน เราไม่ปล่อยหัวใจของเราให้ว้าเหว่ เราไม่ปล่อยหัวใจของเราให้มารมันดึงไป ให้มารมันเอาไปปู้ยี่ปู้ยำ เราจะมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย
แล้วถ้าฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมานะ กิเลสมันขาดๆๆ จากหัวใจของตนไป มันมหัศจรรย์น่ะ มหัศจรรย์ มหัศจรรย์ในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้ากิเลสมันขาดเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไปนะ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ไม่ต้องไปบอกเขา เขารู้ของเขาเอง เขาสามารถดำรงชีวิตของเขาโดยความปกติสุขของเขา แล้วรู้ด้วยว่าเกิดมาจากไหน มาเพื่ออะไร แล้วที่ได้กระทำอันนั้นเป็นเครื่องยืนยัน
ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ เหตุอันนั้นมันยืนยันผลที่เกิดขึ้นในใจของตน ถ้าผลมันไม่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง เหตุอันนั้นเหตุจอมปลอม เหตุจอมปลอมเพราะอะไร เหตุจอมปลอมเพราะเราเชื่อเขาไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเรื่องกาลามสูตร ห้ามเชื่อ ความเชื่อแก้กิเลสไม่ได้ แต่ความเชื่อนั้นเป็นศรัทธา เป็นหัวรถจักร ให้เราได้ศึกษา ให้เราได้ค้นคว้าขึ้นมา ให้เป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของตน ถ้ามันฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาในหัวใจของตนได้ นั้นยิ่งใหญ่นัก นั้นยอดเยี่ยมนัก
แล้วเวลาเราจะฝึกหัดปฏิบัติ เห็นไหม แค่ไปวัดไปวายังยากเลย โอ้โฮ! ทุกข์ยากขนาดนี้ ยังต้องกระเสือกกระสนไปวัดอีกหรือ ของที่เราสะสมไว้เพื่อความเป็นอยู่ของเรา เราต้องแบ่งปันหรือ
เวลาเรื่องทางโลก แค่ไปวัดน่ะ มันยังมีปัญหาเลย แล้วเราไปวัด ไอ้นั่นมันเรื่องวัตถุ มันเรื่องทาน ทำทานร้อยหนพันหนที่เอ็งตระหนี่ถี่เหนียวของเอ็งนั่นน่ะ ให้ร้อยหนพันหนไม่เท่ากับมีบุญเท่ากับถือศีลบริสุทธิ์หนหนึ่ง ถือศีลบริสุทธิ์ร้อยหนพันหนไม่เท่ากับทำสัมมาสมาธิได้หนหนึ่ง
ไอ้ที่ทานว่ายิ่งใหญ่ๆ เป็นพันๆ ครั้งนั่นน่ะ ไอ้ที่ว่ามันตระหนี่ถี่เหนียว มันจะยึดมั่นถือมั่น เพราะอะไร มันเป็นสมบัติของโลก ใครประสบบุญกุศล เขาทำสิ่งใดแล้ว สิ่งนั้นมันเป็นผล ผลเป็นอามิส เกิดจากการกระทำของท่าน ท่านรู้จักเสียสละของท่านเพื่อประโยชน์กับหัวใจของท่าน เพื่อประโยชน์กับหัวใจของท่าน
เพราะการทำบุญทำกุศล ไปวัดไปวา ฝังดินไว้ ฝังดินไว้ที่หัวใจ ภวาสวะ ภพ ภพนี้เธอย้ำคิดย้ำทำจะเป็นจริตเป็นนิสัยของเธอ เกิดแต่ละภพแต่ละชาติได้ทำสิ่งใดมา มันจะเป็นจริตเป็นนิสัย ถ้าเป็นจริตเป็นนิสัย เวลาหลวงปู่มั่นท่านดูแลลูกศิษย์ของท่านไง มันมีวาสนาหรือไม่มีวาสนา
มันไม่มีวาสนานะ เป่าหูมันทั้งชาติเลย ไม่ได้อะไรเลย แต่คนมีวาสนานะ พระสารีบุตรไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการหลานของพระสารีบุตรไง จะมาต่อว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเอาญาติ เอาชาติเอาตระกูลของตัวมาบวชไง
ไม่พอใจๆๆ
พระพุทธเจ้าบอกว่า ถ้าเธอไม่พอใจที่เธอไม่พอใจทั้งหมดน่ะ
ทั้งๆ ที่ความจริงคือไม่พอใจที่ไปเอาตระกูลพระสารีบุตรมาบวช
“ถ้าเธอไม่พอใจสิ่งต่างๆ เธอต้องไม่พอใจอารมณ์ความรู้สึก”
อารมณ์ที่เราไม่พอใจเขา นั่นก็เป็นอารมณ์ความรู้สึก เป็นวัตถุอันหนึ่งนะ เป็นกิริยาของจิตนะ เป็นการสร้างบุญและสร้างบาปนะ
ชาติตระกูลของพระสารีบุตรเป็นพระอรหันต์ทั้งหมดน่ะ แล้วเอ็งเป็นใคร เอ็งไม่มีส่วนบุญส่วนกุศลกับใคร เอ็งไปตระหนี่ถี่เหนียว เอ็งจะไปยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นญาติของเอ็ง แล้วเอ็งยังไปพาลองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง
พระสารีบุตรถวายการพัดอยู่นะ สำเร็จเป็นพระอรหันต์เลย
เห็นไหม เวลาถ้ามันไม่มีวาสนานะ เป่าหูมันทั้งชาติ มันยังไม่สนใจเลย คนที่มีวาสนานะ เขาเก็บหอมรอมริบ ครูพักลักจำ
ครูบาอาจารย์ท่านสอนทุกวันน่ะ หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดถึงหลวงปู่มั่นไง
หลวงปู่มั่นพูดทีเล่นทีจริงนะน่ะ แต่มีธรรมะตลอดเวลา หลวงปู่มั่นพูดทีเล่นทีจริง แต่ของเราไม่มีเล่น จริงตลอด พูดอะไรมานี่ซับๆๆ เหมือนเทปอัดไว้เลย เทปอัดไว้ในหัวใจ แล้วเอาคำพูดนั้นน่ะมาสอนตัวเอง เอาคำพูดนั้นน่ะมาหล่อหลอมจิตของตน ถ้ามาหล่อหลอมจิตของตน เห็นไหม กิเลสมันแก้ยาก
คนนะ ถ้ามันใจแตก คนมันติดแสงสีเสียง ให้มันละให้มันเลิกแสนยาก คนสันดานมันเป็นอย่างนั้นน่ะ ให้มันละเลิกสันดานของมันน่ะแสนยาก แต่ถ้ามันมีอำนาจวาสนานะ มันจะพยายามของมัน มันพยายามของมันเพราะเหตุใด
นั่นน่ะบาปกรรมทั้งนั้นน่ะ ย้ำคิดย้ำทำจะเป็นจริตเป็นนิสัยของเธอ แล้วจริตนิสัยอย่างนั้นมันจะทำอย่างนั้นต่อไปไง ถ้ามันทำต่อไปไง
เทวทัตๆ ไง เทวทัต ตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพ่อค้าขายของเล่นนั่นน่ะ กำทรายโรยไว้เลยนะ จะตามจองล้างจองผลาญทุกภพทุกชาติ อธิษฐานไว้เลย จะจองล้างจองผลาญไปทุกภพทุกชาติ
มาเกิดเป็นชาติสุดท้ายไง เป็นพี่เป็นน้องกันนะ ลูกพี่ลูกน้อง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเจ้าสุทโธทนะเป็นพระบิดา เทวทัตน่ะ สุปปพุทธะ น้องชายพระเจ้าสุทโธทนะ เกิดกับน้องชาย เกิดโดยสายเลือดเลย เป็นพี่เป็นน้องกัน ลูกพี่ลูกน้อง มาบวชเป็นอาจารย์กับศิษย์กันไง เวลาทำสิ่งใด จะปกครองสงฆ์ๆ จะยิ่งใหญ่ทั้งนั้นน่ะ แต่ภาวนาไม่เป็น
กิเลสมันร้ายกาจนัก มันปลิ้นมันปล้อน มันเป็นประโยชน์กับใคร แต่ถ้าจะเอาจริงเอาจัง เห็นไหม พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะพยายามจะออกบวช ไปอยู่กับสัญชัย อาจารย์ที่ผิดยังทิ้งอาจารย์มาเลย
นี่ไง เวลาครูบาอาจารย์ที่ไปฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันผิดพลาดขึ้นมานะ เฮ้ย! ชีวิตเรานะ ผลประโยชน์ของเรานะ เราจะปล่อยให้ชาตินี้ตายไปโดยอย่างนี้อีกใช่ไหม มันเตียงปลาปิ้งน่ะ มันคาอยู่อย่างนั้นน่ะ มันไม่ไปไหนหรอก
ถ้ามันจะไปไหนนะ หลวงปู่มั่น ทำความสงบของใจเข้ามาก่อน ถ้าใจสงบ เพราะกิเลสมันสงบตัวลงถึงเป็นสัมมาสมาธิได้ กิเลสสมุทัยถ้ามันเจือปนอยู่ มันเป็นภวังค์ แล้วกิเลสมันจะชักนำของมันไปตามแต่ว่ากิเลสมันจะปลิ้นปล้อน แล้วเราก็ต้องจินตนาการไปตามนั้น เพราะเราไม่มีอำนาจวาสนา
ถ้ามีอำนาจวาสนานะ จิตเป็นอิสระ สัมมาสมาธิคือจิตตั้งมั่นและไม่พาดพิงอารมณ์ ไม่พาดพิงอารมณ์
แล้วที่เอ็งรู้นั่นอารมณ์หรือเปล่าวะ ที่มึงรู้น่ะอารมณ์ไม่อารมณ์ ถ้าไม่อารมณ์ มันจะรู้ได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่อารมณ์ มึงรู้ได้อย่างไร แล้วถ้ามันเป็นจริง มันเป็นจริงอย่างไรล่ะ
นี่ไง ทำความสงบของใจเข้ามาก่อน เพราะความสงบ สัมมาสมาธินี้จะเป็นตัวแยกระหว่างโลกียะกับโลกุตตระ
คนภาวนาไม่เป็นไม่รู้จักโลกุตตรธรรม รู้แต่โลกียธรรม ภาคทฤษฎี ภาคธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปากเปียกปากแฉะ ปากเปียกปากแฉะไว้สอนคนอื่น แต่สอนตัวเองไม่ได้เพราะไม่ได้ลิ้มรส
เรามีอาหารมากมาย เราไม่เคยกินเลย แต่เราเป็นเชฟยิ่งใหญ่ ทำอาหารให้คนทั่วโลกเลย แต่ตัวเองกินไม่เป็น กินไม่ได้ มันน่าอเนจอนาถไหม
เราเป็นเชฟเนาะ เราต้องชิมสิ อาหารนี้มีสารพิษ ไม่มีสารพิษ อาหารนี้ดีหรืออาหารนี้ชั่ว อาหารนี้ดีมันให้ผลกับสุขภาพอย่างใด แล้วเราจะทำให้คนอื่นทาน เราก็ทำให้เป็นประโยชน์กับเขา
เชฟผู้ยิ่งใหญ่ ศาสดาของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภาคปริยัติ ก็ผู้ที่ไม่มีอำนาจวาสนาก็ให้เขาซึมซับของเขาไว้ให้เป็นจริตเป็นนิสัยของเขาไป ภาคที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะไง พระกัสสปะ ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ สิ่งที่เป็นธรรมไว้สั่งสอนคนที่ฝึกหัดปฏิบัติไง คนที่ฝึกหัดปฏิบัติแล้วถ้าเขาติดขัด เขาจะไปพึ่งพาอาศัยใคร
พระกัสสปะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า
“กัสสปะเอย เธอก็เป็นพระอรหันต์เหมือนเรา อายุ ๘๐ เท่ากัน ทำไมถือธุดงควัตร”
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็บอกเองใช่ไหมว่าพระกัสสปะเป็นพระอรหันต์ พระอรหันต์ไม่มีกิเลส พระอรหันต์มีวิมุตติสุข พระอรหันต์ยิ่งใหญ่นัก แต่ไม่เคยอวดใคร
แล้วเธอต้องทำทำไม
“ข้าพเจ้าทำไว้เพื่ออนุชนรุ่นหลังจะได้มีแบบอย่าง เป็นที่ได้พึ่งพาอาศัย”
นี่พระที่มีคุณธรรมไง ไม่ได้ทำเพื่อตนเองเลย เพราะตนเองก็เป็นพระอรหันต์แล้ว แต่ถือธุดงควัตรอยู่อย่างนั้นน่ะ เป็นเอตทัคคะเรื่องถือธุดงควัตร พระกัสสปะ ผู้ที่เป็นธรรมๆ นะ ทำสิ่งใดมันเป็นธรรม เป็นบุญเป็นกุศล เป็นบุญกุศลให้กับวัฏฏะ ให้กับโลกนี้ เทวดา อินทร์ พรหมอนุโมทนาส่งเสริมตลอด ส่งเสริมเพราะอะไร เพราะมันสะอาดบริสุทธิ์ไง
สิ่งที่เป็นความสะอาดบริสุทธิ์ อย่างเช่นอากาศ ถ้าฝุ่นผงยังไม่มานะ หายใจคล่องคอ ถ้าฝุ่นมานะ นั่นน่ะหาแมสก์ปิดหน้ากันใหญ่เลย
ธรรมะมันสะอาดบริสุทธิ์ ไม่เป็นโทษกับใครทั้งนั้น ไม่เคยเป็นโทษกับใคร ให้คุณซ้อนคุณซ้อนๆๆ ขึ้นไปเลย
ถ้าเขารู้จักบุญคุณนะ เขาจะเคารพบูชามาก เพราะเขาไม่หวังอะไรเลย หวังสิ่งนั้นน่ะมันเป็นเครื่องถ่วงไง ลูกตุ้มถ่วงหนักอยู่ในโลกนี้ แล้วเอ็งยังบ้าอยู่ จะเอาลูกตุ้มมาผูกตัวเองทำไม ไม่มีใครเขาทำหรอก เขาจะไปทำตัวเองให้ปลอดโปร่ง ทำตัวเองให้ฝึกหัดปฏิบัติไง เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา แล้วที่มันทุกข์มันยากเพราะอะไร เพราะกิเลส กิเลสไม่เคยไว้หน้าใคร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๖ ปี เผชิญกับกิเลสให้กิเลสจูงอยู่อย่างนั้นน่ะ จนตัดสินใจว่าไปศึกษากับใคร พวกนั้นไม่มีวาสนาหรอก เราต้องทำของเราเอง
บุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระอรหันต์องค์แรก เป็นศาสดา เป็นผู้อบรมบ่มเพาะ เราจะสอนใคร ใครจะทำได้ มาเทศนาปัญจวัคคีย์ก็ได้แค่พระอัญญาโกณฑัญญะองค์เดียว สอนจนเป็นพระโสดาบันทั้ง ๕ องค์ เทศน์อนัตตลักขณสูตรเป็นพระอรหันต์ขึ้นมา ไปเอายสะๆ ได้มาอีก ๕๔ ไง ๖๑ องค์เริ่มต้น
แล้วคนที่มีวาสนา นี่ขนาดว่าเล็งญาณๆ นะ เขาต้องมีวาสนาของเขา
ถ้าไม่มีวาสนาะ ไปไหนมา สามวาสองศอก ถามช้าง ตอบม้า ถามม้า ตอบวัวตอบควายไปนู่น ไร้สาระสิ้นดี เขาถามช้าง ก็ตอบสิว่าช้างมันตัวเล็กตัวใหญ่อย่างไร ช้างมันมีกี่สายพันธุ์ สายพันธุ์ของช้างแต่ละตัวมันแตกต่างกันอย่างไร สายพันธุ์ช้างระหว่างสายพันธุ์มันดำรงชีวิตอย่างไร นี่ไง ถามช้าง ตอบม้า ที่บ้านมีม้าอยู่ ๒ ตัว เอาไว้ขี่ไปปล้นเขา นั่นน่ะเวลามันเป็นทางโลก เป็นอย่างนั้นหมดน่ะ
เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราต้องมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย ถ้าบุญกุศลส่งเสริมเรา เราเคารพบูชาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าบาปอกุศลมันให้ผลกับเรามา เราก็พยายามให้มีสติสัมปชัญญะอยู่กับรัตนตรัยของเรา
โลกมันเป็นแบบนี้ สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง แปรสภาพไปตลอดเวลา ไม่มีสิ่งใดคงที่ ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มา แล้วในอนาคตกาล แล้วเร็วขึ้นด้วย เราจะต้องมีสติสัมปชัญญะกับชีวิตของตน แล้วดำรงชีวิตของเราให้มีความปกติสุข ไม่ต้องไปเห่อเหิมทะเยอทะยานกับโลกเขา โลกเขาเป็นอย่างนั้น เรามีอาชีพ มีหน้าที่การงาน ขอบคุณ แล้วพยายามดำรงชีวิตของเรา ดำรงชีวิตของเราให้มันเสมอต้นเสมอปลาย
สว่างมาให้สว่างไป มืดมาให้สว่างไป มืดมาแล้วมืดไป มันเสียโอกาสในการเกิดเป็นมนุษย์ การเกิดเป็นมนุษย์นี้เป็นอริยทรัพย์ เพราะมนุษย์กับเทวดา อินทร์ พรหมเท่านั้นที่จะฝึกหัดปฏิบัติเข้าถึงธรรมได้ นอกนั้นไม่มี สัตว์ก็ไม่มีโอกาส
สัตว์มันทำดีทำชั่วของมันได้ สัตว์มันดูแลตระกูล ดูชาติของมัน ดูลูกมันน่ะ มันหวงมาก มันดูแลมันรักของมันน่ะ ถ้าเป็นสัตว์มันก็ทำดีทำชั่วของมันได้ แต่ดีชั่วนั้นมันก็เป็นเรื่องของบุญและบาป เป็นผลของวัฏฏะ
ที่เราทำกันอยู่นี่ ที่เขาปฏิบัติกันอยู่นี่ ปฏิบัติอย่างนี้ปฏิบัติเพื่อบุญและบาป แล้วมันจะได้บุญหรือได้บาปล่ะ
แต่ถ้ามีสติปัญญามันจะไตร่ตรองเลย ทำมาก็ตั้งนานแล้ว ปฏิบัติมาแล้วก็ขัดสน มันจะสู่ความสงบสุขตรงไหน
มันสงบสุขสิ จิตสงบ
สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี
จิตสงบนี้เป็นความสุขสูงสุดของมนุษย์ มนุษย์ที่ฝึกหัดปฏิบัติ ถ้าจิตมันสงบระงับ มันจะมหัศจรรย์ใจของมันเอง แล้วมันจะรู้จักใจของมันเองโดยสัจจะ โดยความจริงที่ฝึกหัดขึ้นมา
ฉะนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า ถ้าใครระลึกถึงพระพุทธเจ้า ให้ไปสังเวชนียสถานทั้ง ๔
แต่พระกรรมฐานๆ พุทโธๆๆๆ จนจิตมันสงบ เฝ้าพระพุทธเจ้าองค์เป็นๆ พุทธะ จิตใจเรานี่
เราเกิดมามีกายกับใจ ร่างกายนี้เป็นที่พึ่งที่อาศัยของหัวใจดวงนี้ เราเกิดมาในสังคม สังคมเป็นที่พึ่งที่อาศัยให้ความสงบสุข แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติไป เวลานั่งสมาธิไป ทั้งเจ็บ ทั้งปวด ทั้งวิตก ทั้งกังวลทั้งนั้นน่ะ มันวิตกกังวล มันมาจากใจ มันมาจากกิเลส มันมาจากตัณหาความทะยานอยาก
แต่คนที่มีบุญนะ นั่งครั้งแรกสงบเลย แล้วจำอันนั้นได้ด้วย นั่นเพราะเขาได้สร้างบุญสร้างกุศลเขามา เขาได้ทำของเขามาทั้งนั้น ใครไม่ได้ทำมา ไม่มี
ใครทำสิ่งใดมา สิ่งนั้นจะให้ผล
แล้วถ้าเราล่ะ
ทำแต่บาปอกุศลมา ผิดพลาดตลอด มีแต่อุบัติเหตุ มีแต่สิ่งที่ทำให้ทุกข์ยาก แต่ก็จะกัดฟันทำไป แต่ก็จะทำแต่คุณงามความดี ไม่ให้กิเลสมันชักนำไปทางไหนเท่านั้น
เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ถึงจะมีความสุข ก็ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถึงจะมีความทุกข์ ก็ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ของเรา แล้วมีสติสัมปชัญญะอยู่กับรัตนตรัย อยู่กับที่พึ่งที่อาศัยของเรา เอวัง