เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑๙ ก.ย. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันพระนะ วันพระ วันโกน เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา การเกิดเป็นมนุษย์นี้เป็นอริยทรัพย์ การเกิดเป็นคน การเกิดเป็นคนเป็นอริยทรัพย์ เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา วันพระๆ ไง ประเพณีวัฒนธรรมของเราไปวัดไปวา จำศีลฟังธรรม

จำศีลๆ จำศีลเพราะพยายามรักษากิริยามารยาทไม่ให้มันออกนอกลู่นอกทาง

ฟังธรรมๆ ฟังเพื่อหัวใจดวงนี้ หัวใจดวงนี้ที่มันทุกข์มันยากขึ้นมาไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อหัวใจของสัตว์โลก เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง เราว่าเรามีอำนาจวาสนา วัดวาอารามมากมายมหาศาล ประเพณีวัฒนธรรมของเรามันมีแต่ความนุ่มนวลอ่อนหวาน สวยงาม เห็นแล้วมันชื่นใจไง สังคมร่มเย็นเป็นสุข สมณะชีพราหมณ์ได้ออกประพฤติปฏิบัติ สังคมร่มเย็นเป็นสุข มนุษย์เราได้ทำมาหากินไง มันจะมีความสงบสุขของเราไง

แต่เวลามันทุกข์มันยาก มันทุกข์มันยากที่ไหนล่ะ

มันทุกข์ยาก มันทุกข์ยากที่หัวใจของตนไง แล้วมันทุกข์มันยากที่หัวใจของตน เราก็บอกว่าเราเกิดมาขัดสน เกิดมาทุกข์จนเข็ญใจ

ทุกข์จนเข็ญใจในสมัยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เวลาพวกลูกเศรษฐีมาบวชก็เป็นพระอรหันต์ คนทุกข์คนเข็ญใจไม่มีจะกินขึ้นมา บวชแล้วก็เป็นพระอรหันต์เหมือนกัน ถ้าเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาไง

เวลาเราขัดสนๆ ตอนนี้โลกวุ่นวายมาก ทางเศรษฐกิจว่า อีก ๒–๓ เดือนข้างหน้าเศรษฐกิจข้างหน้ามันจะมีปัญหามาก

เราต้องตั้งสติของเราไว้แล้ว ตั้งสติไว้แล้ว สิ่งใดที่ประหยัดมัธยัสถ์ได้ เราต้องรักษาของเรา พยายามทำชีวิตของเราให้ตลอดรอดฝั่งไปให้ได้ ถ้ามันขัดสนๆ นะ ทุกคนก็ขัดสนทั้งนั้นน่ะ โลกทั้งโลกเขายิงกันตายเป็นร้อยเป็นพัน เราไม่มี ในประเทศไทยเราไม่มี ถ้าเราไม่มีขึ้นมา เราต้องมีสติสัมปชัญญะว่า เราเกิดในประเทศอันสมควร เกิดในประเทศในพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนให้แบ่งปันกัน อย่าเอารัดเอาเปรียบ

การเอารัดเอาเปรียบ ศีล ๕ ไม่จับไม่ต้องของที่มีเจ้าของทั้งสิ้น ของมีเจ้าของไม่แตะเลย พระไม่ประเคน รับไม่ได้ ไม่ประเคนนะ กลืนทุกคำกลืนเป็นอาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมด ของจะถวายพระ พระต้องได้รับประเคนขึ้นมาถึงจะใช้สอยได้ เว้นไว้แต่ของที่ไม่ล่วงทวารปาก

นี่ไง สิ่งที่เราทำบุญทำกุศลขึ้นมาก็เพื่อหัวใจดวงนี้ ถ้าหัวใจดวงนี้ขึ้นมา มันทุกข์มันยากขึ้นมา มันทุกข์ที่ใจของตน ถ้ามันทุกข์ที่ใจของตน มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นประเพณีวัฒนธรรมเพื่อความสงบสุขในสังคม เพื่อความดีงามอันนั้นไง แต่ใจล่ะ

ทาน ศีล ภาวนา ทาน ศีล ภาวนาไง

วันนี้วันพระๆ พระอยู่ที่ไหน พระพุทธรูปไง พระอยู่ที่บนหิ้งพระไง แต่พระกรรมฐานนะ พระอยู่ที่ใจ

ผู้รู้ๆ เพราะผู้รู้มันแบกหามไง ซาตาน กิเลสมันขี่คอมันอยู่ไง พอมันขี่คอมันอยู่ มันตีโพยตีพายเลยล่ะ เราไม่เท่าเทียมเขา เราไม่เสมอเขา

ไม่เสมอเขาตรงไหน ขาดแคลนอะไร อาการ ๓๒ สมบูรณ์แบบ มันขาดการจริตนิสัย ทำบุญกุศลมาหัวใจมันเบิกบานไง มันคิดแต่สิ่งที่ดีงามไง แต่หัวใจของเราขี้ทุกข์ขี้ยากขึ้นมาไง คิดสิ่งใดมันก็แบบว่ามันทุกข์มันยาก มันลำบากลำบน

ลำบากที่ไหน มื้อหนึ่งเหมือนกัน กินข้าว โรคหิวเหมือนกัน แต่หัวใจที่ยิ่งใหญ่นะ ให้คนอื่นด้วย เราแบ่งปัน เราแบ่งปันคนที่มันทุกข์มันยากกว่าเรา

เศรษฐกิจอีกเดือน ๒ เดือนข้างหน้าจะมีปัญหา มีปัญหา ดูน้ำมัน ทางเศรษฐกิจมันระเนระนาดหมดน่ะ แต่มันก็เรื่องของสังคมไง เรื่องของมนุษย์ไง ก็มึงทำกันเอง ก็มนุษย์มันทำ ถ้ามีศีลมีธรรม มันทำอย่างนั้นไม่ได้

เราเป็นผู้ใหญ่กว่า เราไม่ใช่รังแกเด็ก เด็กมันจะผิดมันจะพลาด เราสั่งเราสอนมัน เราบอกมัน ถ้าเราบอกมันได้ มันก็คนเหมือนเรานี่แหละ ทำไมมันคิดอย่างนั้นล่ะ ก็คนเหมือนเรานี่แหละ แต่หัวใจเป็นอย่างนั้นน่ะ เพราะอะไร เพราะเขาไม่ได้ฝึกฝนไง

พระพุทธศาสนาไง สอนให้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา

โอ๋ย! งานมากมายมหาศาล หาอยู่หากินก็ทุกข์ยากแล้ว แล้วยังต้องมาฝึกหัดอะไร

เวลามันสุข อยากได้ปรารถนาความสุข การฝึกหัดคือให้หัวใจมันมีที่พึ่งที่อาศัย หัวใจนะ หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไง หัวใจเหมือนลูกฟุตบอล ให้เขาเตะ ให้เขาถีบ วิ่งแย่งกันในสนามฟุตบอล

หัวใจของเราไม่มีใครดูแลมันเลย ปล่อยปละละเลยทั้งนั้น ทุกคนรักษาสิทธิ์ๆ แล้วใจมึงล่ะ แล้วจะไปรักษาสิทธิ์อย่างไร เพราะใจเราไม่รู้ไง พอใจไม่รู้ พญามารไง มันก็ชี้ไปข้างนอก ไอ้นู่นทำเรา ไอ้นี่ทำเรา

ไม่ใช่ คิดถูก คิดผิด คิดที่ดีงามแล้วสงบสุข มันจะขัดมันจะสน ขัดสนที่ไหน มือก็มี สมองก็มี ทุกอย่างก็มี เราทำได้ทั้งนั้น แต่โอกาสและจังหวะของเรามันยังไม่ถึงไง บุญและบาปมันยังไม่มาถึงตัวเราไง เวลาบุญและบาป เวลาบุญมันมาถึงตัวเราไง ทำอะไรก็ดีงามไปหมด โอ๋ย! สังคมชื่นชม คนนั้นเป็นคนดี

ทำไมต้องเป็นคนดี

คนดีเพราะความสงบสุขของหัวใจของตน ถ้าหัวใจสงบสุข เห็นไหม เวลามีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ไปวัดไปวาทำบุญทำกุศลของเรา ทำบุญกุศลอันนั้นมันเป็นสมบัติสาธารณะไง แล้วหายใจเข้าและหายใจออกล่ะ

หายใจเข้าและหายใจออกเป็นสมบัติของเรา ถ้าสมบัติของเรานะ เรามีสติ เรามีจิต กำหนดลมหายใจของเรา ถ้ากำหนดลมหายใจ มันจะเข้าไปหาใจแล้ว

ใจของตนต้องถนอม ต้องรักษา อย่าปล่อยปละละเลย การปล่อยปละละเลย แล้วก็เรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องความเป็นธรรม

เอ็งยังไม่รู้จักความเป็นธรรมอยู่ที่ไหนเลย เรียกร้องความเป็นธรรมๆ มันเป็นปัญหาสังคมไง รัฐบาลเขาก็แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยรักษาไง มีปัญหาก็ขึ้นศาลไง ความเป็นธรรมๆ ความเป็นธรรมของสังคมไง ถ้าความเป็นธรรมของสังคม ก็วิ่งเต้นกัน มีพวก เขาบอกว่าคนรวยไม่เคยติดคุก คนจนติดคุก นี่เวลาเขาพูดไง

แต่ถ้ามันเป็นเวรเป็นกรรมของสัตว์ล่ะ

กรรมๆ สัตว์มันมีเวรมีกรรมของมันไง ถ้ามีกรรมของมัน แล้วถ้าเรารู้จักตัวตนของเราล่ะ

ลมหายใจเรามันต้องหายใจอยู่แล้ว ถ้าไม่หายใจ ชีวิตนี้ก็อยู่ไม่ได้ แต่จิตกำหนดที่ลม ลองทำดู ฝึกหัดๆ ขึ้นมาไง ลองทำดูนะ สิ่งที่มันทุกข์มันเครียดต่างๆ ขึ้นมา มันอันตรธานไปหมดน่ะ ที่มันแบกมันหามในหัวใจ มันไปแบกไปหาม

ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่หัวใจของตน

ใครจะว่าจะต่ำจะต้อย จะสูงจะส่ง เรื่องของเอ็ง สุขหรือทุกข์ในใจข้า เวลามันทุกข์ ทุกข์เจียนตายนะ เวลาทุกอย่างมันบีบมันคั้นเข้ามา ทุกข์เจียนตาย แต่เวลาหายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ พยายามกำหนดลมหายใจของเราขึ้นมา เราไม่ปล่อยให้จิตใจของเราให้มันระเหเร่ร่อน

คนเราเกิดมามีกายกับใจๆ แล้วหัวใจมันอยู่ที่ไหน

หัวใจมันอยู่ที่สติสัมปชัญญะของเรา ถ้าหัวใจของเรามันอยู่ที่สติสัมปชัญญะของเรา นี่ผลประโยชน์ของเราทั้งนั้นน่ะ ถ้าผลประโยชน์ของเรา เราเท่าทันอารมณ์ความรู้สึกของเรา มันวางอารมณ์อันนั้น

อารมณ์ที่มาแหย่ มาพลุ่งมาพล่านในหัวใจของเรานี่แหละ ถ้าสติมันเท่าทันแล้ว เพราะอารมณ์นี้ไม่ใช่จิต อารมณ์ไม่ใช่จิต มันเกิดขึ้นกับจิต เกิดดับๆ ในหัวใจของตน แต่ไอ้ตัวพลังงานที่มีสำคัญที่สุดไง ไอ้ตัวพลังงานอันนั้นน่ะ สิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ไง รื้อสัตว์ขนสัตว์ที่ตัวพลังงานนั้นให้มันฉลาดขึ้นมาไง

ถ้าใครหายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ นี่ก็เป็นอารมณ์ อารมณ์ความรู้สึกที่มันไปเกาะที่ลม แต่ถ้าไม่เอาอารมณ์มาเกาะที่ลมนี้ อารมณ์มันก็พลุ่งพล่านออกไปข้างนอกไง แล้วมันก็ตีโพยตีพาย คิดไปร้อยแปดพันเก้าไง ชี้ไปหมดเลย คนอื่นผิดหมดเลย แล้วมึงรู้จักตัวหรือเปล่า

คนอื่นผิดหมดเลยนะ กูนี่ยอดเยี่ยม

ยอดเยี่ยม ทิฏฐิมานะมันจรดฟ้า พอยอดเยี่ยมขึ้นมาแล้วมันก็คิดแล้ว ถ้าเรายอดเยี่ยม ทำไมคนเขาไม่เชิดชูบูชาเรา

เอาแล้ว ทุกข์แล้ว

ยอดเยี่ยมที่ไหน ยอดเยี่ยมมันต้องมีความสงบสุขของมัน ถ้ามีความสงบสุขของมันนะ มันจะฉลาดขึ้นไง โอ้! ทำไมกูโง่ได้ขนาดนี้เนาะ วิ่งเต้นไปกับเขาบ้าบอคอแตก ทั้งๆ ที่สมบัติแท้ๆ มันอยู่ที่กลางอก ที่ไม่ต้องไปยุ่งกับใครเลย แล้วมันจะเป็นขึ้นมาได้มันต้องมีสติสัมปชัญญะ มันจะเป็นขึ้นมาได้มันต้องฝึกหัดไง

คนเราเกิดมาเป็นวิทยาศาสตร์ไง เกิดมาไม่นับถือใดๆ ทั้งสิ้น สิทธิเสรีภาพ เสมอกันทั้งหมดเลย

เสมอจริงหรือเปล่า

มันเสมอเพราะอะไร เพราะว่าความสุขความทุกข์ของคนมันไม่เหมือนกัน ความชอบของคนไม่เหมือนกัน ถ้าชอบอันเดียวกัน ทะเลาะกันอยู่แล้ว มันชอบแตกต่างกันไปไง แล้วถ้ามันไม่ชอบมันก็ทุกข์ของมันไง ถ้ามันชอบมันก็สุขของมันไง แล้วถ้ามันไม่ชอบ ไปยัดเยียดให้มันแล้วมีความสุข มันจะมีความสุขไหม ถ้ามันไม่ชอบ ไปยัดเยียดให้มัน มันยิ่งว่าไปกลั่นแกล้งมันอีกน่ะ

แล้วความสุขมาจากไหน สิทธิเสรีภาพที่ไหน เท่ากันที่ไหน

มันเท่ากันที่จริตนิสัยความชอบของแต่ละบุคคล มันแตกต่างกัน แตกต่างด้วยอำนาจวาสนาของแต่ละบุคคล ถ้าอำนาจวาสนาของคนที่ดีงาม เขาประหยัด เขามัธยัสถ์ เขาประหยัดของเขา มันไม่ต้องว่า ถ้าอย่างนั้นมันจะเข้าสังคมไม่ได้ เราจะไม่เทียบเท่าเทียมเขา ไม่เทียบเทียมเขา

เขามีอะไร ปากสกปรก มีแต่ยุแยงตะแคงรั่ว

ปากที่สะอาด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เสียสละ

ทางโลกว่า เสียสละทำไม เราหามาเกือบเป็นเกือบตาย เสียสละทำไม

เราหามาเกือบเป็นเกือบตาย มันเป็นปฏิคาหกไง เราแสวงหามาด้วยความสุจริต เราแสวงหามาด้วยกำลังของตน เราแสวงหามาด้วยสมองของตน ของเราชัดๆ

เราเสียสละเพื่ออะไร

เสียสละเพื่อใจดวงนี้

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า หาเงินได้บาทหนึ่ง เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่สลึงหนึ่ง ทำธุรกิจสลึงหนึ่ง เลี้ยงครอบครัวสลึงหนึ่ง เหลือสลึงหนึ่งฝังดินไว้

ฝังดินไว้ที่ไหน นี่ไง เพื่อตัวของตนไง ฝังที่หัวใจดวงนี้ไง

เราเคยทำอะไรไว้ เราจะไม่ลืมสิ่งนั้นเลย เราทำอะไรไว้ มันจะซับเข้าสู่ใจดวงนั้นเลย ใจดวงนั้นทุกข์ยากขึ้นมา ทำมาหากินด้วยความสามารถของตนมา มีอำนาจวาสนาจะฝังหัวใจนี้ไว้ด้วยการเสียสละออกไป ด้วยเจตนา เจตนาที่การเสียสละนั้นคือการกระทำ นั้นคือกรรม

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อเรื่องกรรม กรรมดี กรรมชั่ว

ถ้ามันทำดีๆๆ ทำดีของมัน หัวใจมันมีคนคุ้มครองดูแล มันมีจุดยืนของมัน

ทำชั่วๆๆ มันพาล มันเผาหัวใจของตน รังแกตน แล้วไปรังแกผู้อื่น

ไม่รังแกตน รักษาตนให้ดีงาม เป็นที่พึ่งที่อาศัยของคนอื่น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้พระองค์เดียว สอนสามโลกธาตุ เข้าใจเรื่องใจ เข้าใจเรื่องจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เข้าใจสิ่งที่มันจะทำชั่ว มันจะทำชั่วเพราะอะไร มันทำชั่วเพราะมันคิด มันทำชั่วเพราะมันวางแผน มันทำชั่วเพราะเวรกรรมของสัตว์ เพราะมันเคยทำมาอย่างนั้น

“เธอย้ำคิดย้ำทำจะเป็นจริตเป็นนิสัยของเธอ”

เธอเกิดแต่ละภพ แต่ละชาติ ทำคุณงามความดีฝังดินไว้ๆ พัฒนาหัวใจดวงนี้ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย การเปลี่ยนแปลง การทำจิตใจของตนให้ดีงาม ดีงามจนเป็นธรรมชาติ มันคิดแต่เรื่องอย่างนั้นน่ะ มันคิดเรื่องอื่นไม่ได้ มันคิดเรื่องอื่นไม่เป็นน่ะ

แต่ของเราคิดร้อยแปดเลย คิดเรื่องความดีนี่เสียเปรียบ คิดเรื่องความชั่วนี่ยอดเยี่ยม แล้วจิตมันจะไปไหนล่ะ แล้วทุกข์ไหม นั่งอมทุกข์น่ะ คนทุจริตนะ มันกลัวเขาตรวจสอบทั้งนั้นน่ะ คนสุจริตไม่กลัวใดๆ ทั้งสิ้น สุจริต ศีลคุ้มครองเรา

สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา

สีเลน สุคตึ ยนฺติ สุขสงบ ใครจะยุใครจะแหย่ ใครจะทำสิ่งใดนะ เรื่องของเขา ศีล สีละมั่นคง มั่นคงของเรา เราฝึกหัด เราปฏิบัติเข้ามาไง

ไปวัดไปวา ศรัทธาๆ เรื่องของศรัทธา แต่พระพุทธศาสนาภาคปฏิบัติไง ภาคฝึกหัด ภาคค้นคว้า ภาคกระทำ เปลี่ยนแปลงตนให้ดีขึ้น เปลี่ยนแปลงตนให้ดีขึ้น

ดูสิ เวลาพระมาบวช บวชพระๆ ไปหาหลวงปู่มั่นไง “จิตเป็นอย่างไรๆ”

เริ่มต้นจากจิต เริ่มต้นจากนามธรรม ไม่เริ่มต้นว่า โอ๋ย! มึนี่งรูปร่างดีมากเลยนะ เฮ้ย! มึงมารยาทยอดเยี่ยมเลย มึงมารยาทป่าเถื่อน ไม่

จิตเป็นอย่างไร หัวใจของตนน่ะ

ถ้ามันหายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ มันสงบระงับเข้ามามันจะรู้ แล้วจิตเป็นอย่างไร สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี จิตที่สงบระงับมันจะมีความสุขของจิตมหาศาล เพราะเราแบกหาม เราแบกหามทิฏฐิมานะ ความรู้ความเห็นของเราทั้งนั้นน่ะ พอมันวางหมด โอ้โฮ! มหัศจรรย์มาก

สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

คนไม่มีวาสนาว่านี่คือนิพพาน ไร้สาระ สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ ครูบาอาจารย์ของเราท่านฝึกหัดมาแล้ว สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีสมาธิมันจะเป็นโลกหมด จินตนาการเอา คิดเอาเออเอา ศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้ามารู้หมดน่ะ ศึกษามาจบรู้ทั้งนั้นน่ะ ปริยัติ ทรงจำๆ ปฏิบัติ ปฏิบัติเป็นหรือเปล่า ทำได้หรือเปล่า

ถ้าทำได้จริงนะ มันวางของมันหมดนะ แล้วจิตเป็นอย่างไร ขณิกะ อุปจาระ อัปปนา เป็นมากเป็นน้อย มีกำลังหรือไม่มีกำลัง

นักกีฬาทุกชนิดเขาต้องฟิตเพื่อกำลังของเขา ทักษะฝึกเอาทีหลัง

จิต ถ้าไม่เป็นสมาธิ มันจะเป็นโลกหมด เป็นจินตนาการหมด เป็นอยู่ใต้พญามารทั้งหมด ทั้งๆ ที่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นแหละ มันจินตนาการธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วบอกว่า “เราฉลาดกว่าพระพุทธเจ้า” ไร้สาระสิ้นดี

แต่ถ้าทำความสงบของใจได้ หลวงปู่มั่นท่านบอกว่า แล้วจะนอนตายอยู่นั่นใช่ไหม ความสุขก็ติดสุขนั้น เดี๋ยวตายไปมันก็อยู่แค่นั้นน่ะ

ถ้ามันมีความสุขแล้ว ฝึกหัดให้มีกำลัง ฝึกหัดให้มีกำลังคือทำความชำนาญไง นักกีฬาต้องฟิต ร่างกายเขาต้องลงแข่งขันได้ ถ้าไม่ฟิต เขาไม่ให้ลงหรอก เพราะมันแพ้ ยิ่งทีมชาติๆ มึงจะเอาชาติไทยไปขายขี้หน้าใช่ไหม ทีมชาติ มึงแบกรับสถานะของชาติไทยไว้ มึงต้องฟิต มึงต้องมีความรอบคอบ เพื่อสถานะของชาติของเอ็ง

นี่เหมือนกัน หัวใจที่เป็นธรรมๆ ขึ้นมา ถ้ามันสงบสุขของมัน สงบสุขของมัน น้อมไปให้เห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง

พระพุทธศาสนาสอนเรื่องสติปัฏฐาน ๔ พิจารณาในสติปัฏฐาน ๔ แต่ต้องเป็นสติปัฏฐาน ๔ ของจิตดวงนั้น ของผู้ที่ประพฤติปฏิบัตินั้น ถ้ามันรู้มันเห็นของมัน มันจะมหัศจรรย์ความรู้ความเห็นของมันมหาศาล

แต่ของเราทุกคนไม่รู้จักกาย เวทนา จิต ธรรมหรือ ทุกคนก็รู้ ทุกคนก็จินตนาการได้โลกๆ แล้วก็ อู้ฮู! มหัศจรรย์พันเลิศ

ไร้สาระ ติดอยู่นั่นน่ะ แก้ไขใจของตนไม่ได้ไง

ถ้ามันแก้ใจของตนได้ ศีล สมาธิ ปัญญา ปัญญาที่มันเกิดขึ้น ปัญญาที่มันสำรอก มันจะคายกิเลสในหัวใจของตน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ชาวพุทธเราปรารถนา

เรามีความสุขมากมายมหาศาลขนาดไหน สุขเจือด้วยอามิส พระพุทธศาสนาสอนเรื่องวิมุตติสุข สุขเกิดจากใจตัวเอง สุขเกิดจากไม่มีวัฏฏะ ไม่มีโลก มันก็สุขของมัน

ไอ้ของเรา โอ้โฮ! ต้องขวนต้องขวาย ต้องขึ้นมาเพื่อปรารถนาความสุข

ความสุขกิเลสมันหลอก

ทำคุณงามความดีของเราให้เราฉลาดขึ้นมา ฉลาดขึ้นมาในพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนเท่านั้น คนอื่นทำให้ไม่ได้

เราฝึกหัดปฏิบัติของเรา เราขวนขวายของเรา เพื่อความเจริญงอกงามในหัวใจของตน อย่าปล่อยทิ้ง

รักตัวเองไหม ทำไมปล่อยให้กิเลสมันเบียดเบียนใจเราขนาดนี้ล่ะ ทำไมไม่ตั้งสติระงับยับยั้งมันบ้าง ไอ้ที่คิดๆๆ คิดโดยกิเลส ไม่เอา ถ้ามันคิดโดยธรรม ขวนขวาย

หลวงตาสอนว่า “ถ้าคิดกิเลส เหยียบเบรกมันไว้ ถ้าคิดอยากสร้างคุณงามความดี เหยียบคันเร่งๆๆ เพื่อพัฒนาหัวใจของตน” เอวัง