เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๓o ก.ค. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้เป็นวันเข้าพรรษา เดี๋ยววันนี้พระจะอธิษฐานพรรษา

เวลาเข้าพรรษา ประเพณีวัฒนธรรมของเราไง ถวายเทียนพรรษาๆ เอาไว้ให้พระมีการศึกษา ดูหนังสือ แต่พระกรรมฐานๆ เขาไปตั้งไว้บนหัวทางจงกรม เอาไว้แสงสว่างเพื่อการเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา

เหมือนชาวไร่ชาวนาไง มันหน้าการทำเกษตรกรรม เขาก็ทำนาของเขา

นี่เหมือนกัน พระเราเข้าพรรษาๆ ผ้าอาบน้ำฝนๆ เพราะอะไร เพราะมันหน้าฝนไง ผ้าอาบน้ำฝนเกิดจากนางวิสาขาไปวัดๆ เห็นพระเปลือยกายอาบน้ำฝน เพราะนางวิสาขาเป็นพระโสดาบัน ไม่แตกตื่นเรื่องอย่างนี้ เพราะเขารู้ถึงธรรมและวินัย แต่ไปขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าของอย่างนั้นมันอุจาดกับประชาชนที่เขาเป็นทางโลกไง ฉะนั้น ถึงขออนุญาตถวายผ้าอาบน้ำฝน

สิ่งใดที่ทำๆ กันอยู่นี่มันมีคนขออนุญาตองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงอนุญาตไง บัญญัติอนุญาตให้ภิกษุได้รับสิ่งนี้ได ถ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่อนุญาต เรารับไม่ได้ มันรับไม่ได้เพราะอะไร เพราะมันกล่าวตู่พุทธพจน์ไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติไว้ในบัญญัติ เราบัญญัติ เราคิดของเราเองไง เราคิดของเราเอง เราคิดแต่ตามความพอใจของเรา แต่ถ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมองถึงความจำเป็น บริษัท ๔ เวลามันมีความจำเป็นต้องมีปัจจัย ๔ เพื่อดำรงชีวิต

พระ ถ้าพระปฏิบัติขึ้นมา เลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง การถือธุดงควัตรเพื่อตัดความปลิโพธกังวล ได้อย่างไร เอาอย่างนั้น เอาตามมีตามได้ แล้วมันอยู่ที่วาสนาของคน

พระธุดงค์ๆ ทุกองค์จะเจออย่างนี้ เวลาธุดงค์ไปแล้วบิณฑบาตไม่ได้อะไรเลย เราเจอมาบ่อย ฉันลม แต่ไม่มีความตกอกตกใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะครูบาอาจารย์ของเรา หลวงปู่ชอบ ครูบาอาจารย์หลวงปู่แหวนอยู่ในป่าในเขา ใครไปหาให้ท่าน

ท่านพอใจไปเอง โยมไม่ต้องสงสาร ไม่ต้องวิตกกังวล ท่านสมัครใจของท่านเอง แล้วท่านทำตามข้อเท็จจริงในหัวใจของท่านเอง

สิ่งที่ได้มาๆ มันก็มีความภูมิใจ มีความพอใจ สิ่งที่ขาดตกบกพร่องไปมันก็จะมาเสียใจ ไอ้ดีใจเสียใจมันเกิดจากอะไร ก็เกิดจากหัวใจ เกิดจากหัวใจ เกิดจากจิต แล้วคนที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้าไม่เข้าไปรู้เรื่องของจิตของตน แล้วจะไปรู้เรื่องอะไร

เราดีใจเพราะเราได้ลาภสักการะ เราก็ดีใจของเรา เราขาดแคลน เราก็ทุกข์ใจของเรา มันเป็นความดีใจและเสียใจ แต่พระกรรมฐาน นี่ไง เขามาหาไอ้นี่แหละ หาไอ้ดีใจเสียใจ แล้วมีสติปัญญาเท่าทันของมันไง

เราฝึกหัดปฏิบัติ พระปฏิบัติๆ จิตตภาวนาๆ ไอ้ปัจจัยเครื่องอาศัยมีความจำเป็นไหม จำเป็น จะอวดว่าไม่จำเป็น อดตายทั้งนั้นน่ะ

แล้วเวลาเราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามาบวชเป็นนักรบๆ เห็นไหม เวลาหลวงตาพระมหาบัว ครูบาอาจารย์ของเรา หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นสลบ ๓ หนคล้ายๆ พระพุทธเจ้าเลย

เวลามันอดมันอยาก มันทุกข์มันยากไหม

ทุกข์ แต่เรามาศึกษา เรามาค้นคว้าความเป็นจริงในหัวใจของตน ไปกลัวอะไร

สิ่งที่ว่าเป็นอริยทรัพย์ๆ อริยทรัพย์มันอยู่ที่ไหน

อริยทรัพย์มันอยู่ที่หัวใจดวงนี้ไง หัวใจทุกๆ ดวงที่มีโอกาสได้ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาไง แล้ว อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไง หัวใจของคนได้สัมผัสธรรม มันจะฝังหัวใจนั้นไปไง นี่เป็นอริยทรัพย์ๆ ไง

วันเข้าพรรษา ถ้าเข้าพรรษาๆ แล้ว พระจะอธิษฐานพรรษา ธุดงควัตร ๑๓ ข้อใดก็แล้วแต่ พระเขาจะบอกกันว่าจะทำอย่างใด จะตั้งใจอย่างไร จะเป็นนักรบไง จะรบหาหัวใจของตนไง ไอ้สิ่งที่มันตกค้างในใจ ที่มันทุกข์มันยากอยู่นี่ แล้วมันทุกข์ยากอยู่นี่

เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ทาน ศีล ภาวนา

คนเราถ้ามันหวงมันแหน มันเอาไว้คนเดียว คนอื่นไม่เดือดร้อนหรือ มันต้องมีทาน สังคมร่มเย็นเป็นสุข เราร่มเย็นเป็นสุข

หมู่บ้านเรานะ ถ้าในหมู่บ้านเขามีแต่คนดีทั้งหมด โอ๋ย! อยู่สุขอยู่สบายนะ เหมือนสวรรค์เลย ในหมู่บ้านเรานะ มีคนพาลอยู่คนสองคนนะ โอ๋ย! ตาย จัดเวรเฝ้ากันดูแลนะ มันระแวงระวังภัย มันทุกข์มันยากไปทั้งนั้นน่ะ

นี่เหมือนกัน ทาน ถ้าทานแล้ว ทานนะ ไม่ต้องให้อย่างนี้หรอก ในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แค่ให้ทางกัน ขับรถให้ทางกัน นั่นน่ะให้ทาน ใครที่เขาตกทุกข์ได้ยาก เราให้เขา แต่ให้ด้วยความเป็นมนุษย์นะ อย่าไปให้โดยความอหังการ

การให้ของเรา เขาก็คน เราก็คน ถึงเวลาเขาทุกข์เขายากของเขา แล้วเราไม่เคยทุกข์เคยยากใช่ไหม

เรานี่เวลาฟังพวกที่มีฐานะเขาพูดแล้ว แหม! มันพอใจมาก

เราเคยจนมาก่อน เราเคยทุกข์เคยยากมาก่อน เวลามันทุกข์มันยาก มันทุกข์มันยากขนาดไหน แล้วปัจจุบันนี้เขาทุกข์เขายากอยู่ เราเจือจานเขา มันนึกถึงเวลาเราตกทุกข์ได้ยากไง เวลาเราตกทุกข์ได้ยากขึ้นมา เราต้องการอะไรบ้างล่ะ แล้วเวลาคนอื่นเขาตกทุกข์ได้ยากขึ้นมา เราให้เขาแล้ว คนที่ได้รับแล้วมันสุขใจของมันน่ะ มันรอดตาย สายตา แววตามันขอบคุณ แล้วเราให้ด้วยเกียรติ ไม่ต้องไปหวังผลอะไรทั้งสิ้น

แล้วถ้าเขาได้การคุ้มครองดูแลอย่างนี้ ถ้าเขาว่าเราเคยจนมาก่อน ถ้าเขาสร้างเนื้อสร้างตัวของเขาได้ ก็ให้เขาดูแลต่อไป สังคมมันจะมีความสงบสุขไง แล้วสังคมมีความสงบสุข สมณะชีพราหมณ์จะได้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง

เกิดสงคราม เกิดการขัดแย้ง พุทโธๆ เป็นไปไม่ได้ มันต้องเกิดความสงบสุขก่อน ทาน ศีล ภาวนา มีทานๆ แล้วก็มีศีล มีศีลขึ้นมา มีรั้วรอบขอบชิด เราจะไม่จับสิ่งใดๆ เลยที่มีเจ้าของ ของที่มีเจ้าของอยู่ไม่แตะ ไม่ทำใดๆ ทั้งสิ้น

สิ่งที่ว่าเวลาคนที่เขามีสติมีปัญญาของเขา ไปทำไร่ทำสวนของเขา เวลาเขาหิวกระหายขึ้นมา เขาทำไม้เป็นขอไว้ แล้วแขวนไว้ว่าขอ ขอประทังชีวิต แล้วเจ้าของเขามาเขาเห็นนะ เขาก็สบายใจ คือเขาพลังชีวิต เขาไม่ใช่มาทำลายทำร้ายเรา คนเรามันมีการตกทุกข์ได้ยากมันถึงเวลาของมันไง

ฉะนั้น เวลาถ้าเราเป็นทาน ศีล ภาวนา เรื่องของทานมันเป็นเรื่องของประเพณีวัฒนธรรม เรื่องประเพณีทางโลก ประเพณีทางโลกมันเป็นประเพณี เป็นวิถีชีวิต แต่การฝึกหัดปฏิบัติมันก็เป็นวิถีไง

ธุดงค์ๆ หนทางแห่งการที่ไม่เบียดเบียนกัน หนทางแก่ผู้ที่มีน้ำใจต่อกัน แล้วผู้รับๆ ไง พอ บาตรเปล่าๆ ก็ไม่เป็นไร

เราอ่านประวัติครูบาอาจารย์ ๗ วัน ๘ วันไม่ฉันอาหารนะ แต่น้ำ มีธมกรก อยู่ในป่า น้ำมันเต็มไปหมด แล้วน้ำเย็นๆ ด้วย ตามน้ำตก โอ้โฮ! ชื่นใจ อยู่อย่างนั้นแล้วภูมิใจ มันภูมิใจการเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนาสอนถึงโภคทรัพย์ทางโลก ทรัพย์สินปัจจัยเครื่องอาศัย เราได้มาด้วยความเป็นธรรมไง เราเป็นคนมีบุญมาก ทำอะไรก็มีแต่ประสบความสำเร็จ ในบ้านเรานะ โอ้โฮ! แก้วแหวนเงินทองเต็มไปหมด มันมาโดยธรรมไง

ไม่ใช่มันมาแล้ว โอ๋ย! เราเป็นคนเห็นแก่ตัว

ไม่ใช่ โดยความซื่อสัตย์สุจริต บุญมันเป็นบุญ บาปมันเป็นบาป บาปขึ้นมา เราตั้งใจเต็มที่เลยนะ มันมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องไปตลอด นัดกันแล้วก็คลาดเคลื่อนไปตลอด

เห็นไหม เวลาคนขับรถชนสุนัข มาที่นี่ รีบร้อนมากมาวัด มาถึงก็ ทำบุญๆ ทำบุญให้หมา

บอก ไม่ใช่ หมามันวิ่งมาชนรถมึงตาย คนเราไม่มีเวรไม่มีกรรมต่อกัน ขับรถมาเป็นแถวเลย ทำไมมันเจาะจงต้องมาชนรถเราล่ะ มันต้องมีความผูกพันกันมา ถ้ามีความผูกพันกันมา ๕๐ หารครึ่ง เราก็ผิด เขาก็ผิด

แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะเหมาหมดเลยนะ เราผิดๆๆ แล้วก็ทุกข์ใจมากเลย

เราไม่ผิดเลย ไม่ใช่ ผิด เราขับรถชนสุนัข ทำไมจะไม่ผิด แต่ทำไมสุนัขมันต้องวิ่งมาชนรถเราล่ะ มันก็มีเวรมีกรรมของมันไง

นี่เหมือนกัน เราทำสิ่งใดเราต้องมีสติมีปัญญาของเรา ถ้ามีสติปัญญาของเรา เห็นไหม วันเข้าพรรษา เขาถวายเทียนพรรษาๆ เพราะสมัยโบราณ แสงสว่างเพื่อให้การศึกษาค้นคว้า เป็นภาคปริยัติ เป็นภาคทฤษฎี แล้วชี้ให้เราเข้มแข็ง ให้เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เพราะเราต้องการอริยทรัพย์

อริยทรัพย์ ศีล สมาธิ ปัญญา ปัญญาที่มันรู้เท่าทัน ไอ้ความหิว ความกระหาย ความดีใจ ความเสียใจ ไอ้ความเฉยๆ อยู่นี่ ไอ้ที่เฉยๆ ว่างๆ นั่นน่ะ อุเบกขานั่นน่ะ นั่นน่ะตัวร้ายเลย เพราะอะไร

เพราะมันจะลงดีและชั่ว มันอยู่ของตัวเองไม่ได้ ตาชั่งถ้ามีน้ำหนักแล้วมันจะลงดีและชั่ว แล้วถ้าเรามีสติมีปัญญา ถ้ามันอุเบกขา ตั้งสติให้ดีๆ

เวลาภาวนาไป ว่างๆ ว่างๆ เดี๋ยวลุกไปแล้วมันจะไปฟาดฟันคนอื่นเขา

ว่างๆ ใครเป็นคนรู้ว่าว่าง ใครเป็นเจ้าของความว่าง เจ้าของความเคียดแค้นนั้น ถ้ามันเข้าสู่จิตของตนมันจะรู้เลย ไอ้ว่าง ไอ้ความเคียดแค้น มันเกิดจากผู้รู้

แล้วผู้รู้ที่ไม่มีใครดูแลรักษามัน ปล่อยปละละเลยมันไปไง ถ้าดูแล มันดูแล ดูแลทีแรกก็ไม่รู้เรื่องหรอก ลูบๆ คลำๆ ไปทั้งนั้นน่ะ แต่ถ้ามันทำได้จริง เอ๊อะ! โอ้โฮ! องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้หมดแล้ว พวกเราตะครุบเงากันต่างหาก พวกเราหาสิ่งใดไม่ได้เลยไง มันถึงเวลาปฏิบัติขึ้นมาให้มีน้ำใจต่อกัน

การดำรงชีวิต แค่ดำรงชีวิตไง อาหารมันจะดีมากน้อยขนาดไหน มันก็เท่านั้นแหละ แต่อาหารอะไรที่ดำรงชีวิต มันหิว มันกระหาย โรคหิวโรคประจำตัวนะ คนเกิดมาวันหนึ่งต้องทานอาหาร ๓ รอบ มันหิว มันอยาก มันเป็นของมันทั้งนั้นน่ะ แต่ถ้ามันหิวแล้วเรามีสติปัญญา มันเห็นโทษไง

ที่บอกเทวดาๆ เขาอิจฉามนุษย์ก็ตรงนี้ไง เพราะเทวดาเขาอิ่มทิพย์ เขาไม่มีความจำเป็นนะ เขานึกเขาอยากต้องการอะไร สมบูรณ์แบบตลอด นั่นเป็นบุญของเขา แล้วเวลาเขาหมดบุญนะ นึกไม่ออก นึกไม่ได้ ขาดอาหาร เขาก็ต้องตาย พอเขาตายไปเขาก็มาเกิดเป็นพวกเรานี่ไง นี่เทวดา

ไอ้ของเรานะ เวลามันหิว โอ้โฮ! ต้องขวนต้องขวาย ต้องหาปัจจัยเครื่องอาศัย มันเตือนถึงว่า อริยสัจ ทุกข์เป็นอริยสัจ ทุกข์เป็นความจริง ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ และทุกข์ดับไป แต่เราอยู่กับความสุข เราอยู่กับความพอใจของเราตลอดเวลาไง นั่นมันเป็นบุญ บุญของคน เห็นไหม

คนเราไม่เคยทุกข์เลย ในพระไตรปิฎกมันมีราชกุมารเขาเล่นพนัน ใครแพ้ต้องมีขนมไง เล่นแพ้ตลอด แพ้จนไม่มี เขาก็ให้คนรับใช้เขาไปที่บ้าน ไปเอาขนมมาให้ มาเป็นค่าแพ้การพนัน ไปถึงแม่บอกว่าเอ็งแพ้จนหมดแล้ว ไม่มี พอไม่มีขึ้นมา เขาเอาถาดแล้วก็เอาฝาชีครอบไว้ แล้วก็มาบอกว่าไม่มี

พอไม่มี ไปถึงราชวังเปิด โอ้โฮ! ขนมมันหอม กลิ่นมหัศจรรย์ ขนมทิพย์ไง แล้วราชกุมารก็กินอาหารนั้น คิดน้อยใจแม่ แม่มีขนมดีๆ ไม่เคยให้กินเลยนะ ให้กินขนมทั่วไปไง ไปติแม่

แม่รู้เลย เพราะแม่เป็นนักปราชญ์ ลูกเรานี้มีบุญมาก เพราะอะไร เพราะเราเป็นคนจัดถาด แล้วฝาชีครอบไปว่าขนมไม่มี อยากจะสอนลูกว่าเปิดมาแล้วมันว่างเปล่าไง แต่พอเปิดออกมา โอ้โฮ! มันเป็นขนมทิพย์ แม่เข้าใจว่าลูกชายเรามีอำนาจวาสนามาก สิ่งนั้นน่ะ แต่เขาก็ไม่รู้ เพราะเขาเป็นเด็กไง

นี่ก็เหมือนกัน คุณงามความดีที่เป็นหัวใจนะ กลิ่นมันหอมทวนลมนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒,๐๐๐ กว่าปี เรายังเคารพบูชาอยู่ เมตตา ปัญญาคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนให้เรามีความสงบสุข สอนให้เรารู้จักข่มใจตัวเอง สอนให้เรามีสติ มีขันติธรรมเพื่อไม่ระรานเราและระรานคนอื่น

แล้วถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นไปนะ มันจะเกิดภาวนามยปัญญา ธรรมจักรๆ นั่นน่ะ ธรรมจักรนั่นมันหินแกรนิต แต่ถ้าธรรมจักรมันเกิดภาวนามยปัญญา มันหมุนนะ โอ้โฮ! เพราะธรรมจักรนั่นน่ะมันจะบดบี้กิเลส

กิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของคน กิเลสเป็นนามธรรมๆ แต่มันก็ทำให้เราทุกข์เรายากอยู่นี่ไง แต่เราก็ยังมีบุญมีกุศลอยู่ ถวายเทียนพรรษาเพื่อผู้ที่สืบทอดพระพุทธศาสนา รักษาพระพุทธศาสนาไว้ให้กับโลก ให้กับอนุชนรุ่นหลัง อนุชนจะได้เห็น

วันเข้าพรรษา เมื่อวาน วันนี้ ดูข่าวสิ โอ้โฮ! ชาวพุทธไปวัดไปวากัน เห็นแล้วมันชื่นใจนะ จะไปกราบพระ จะไปเห็นสิ่งใด

ให้เห็นสมณะเป็นมงคลชีวิต เห็นสมณะ ไปเห็นพระเห็นเจ้า แล้วเราอยู่บ้านอยู่เรือน เราทำมาหากิน พระอยู่อย่างนั้นน่ะ ๖๐ ปี ๗๐ ปี เขาอยู่ได้อย่างไร

เขาอยู่ด้วยหัวใจของเขา อยู่ได้ด้วยบุญกุศลของเขา เขาศึกษาได้มากได้น้อย เขามีสติปัญญาเป็นโลกียปัญญา ถ้าเขาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาโดยตามข้อเท็จจริงนั้น มันจะเกิดภาวนามยปัญญา

ภาวนามยปัญญาคือธรรมจักร จักรมรรค ๘ จักรมีซี่กรง ๘ ซี่หมุนไป บีบบี้กิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของผู้ที่ประพฤติปฏิบัตินั้น มันจะมหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนาที่เป็นสมบัติของชาติเรา

เราเกิดเป็นมนุษย์ในชาติไทย ชาติไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แต่หลวงตาพระมหาบัวท่านบอก ไม่ใช่ มันต้องมีศาสนาประจำหัวใจ มันต้องมีศีล มีสมาธิ มีปัญญาในหัวใจของตน มันมีธรรมจักรอยู่ในหัวใจของตน มันมหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา เอวัง