เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒๓ ก.พ. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ทำมาหากินอยู่ บ้านอยู่เรือน ฆราวาส ถึงจะศึกษาเล่าเรียนมาขนาดไหนก็ฆราวาสธรรม ไปวัดไปวาขึ้นมา ประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เราไปวัดไปวา เราเห็นไหม เราไปวัดไปวา เราไปเห็นวัดที่สกปรกโสโครก วัดที่เขาไม่รับผิดชอบ เราก็ติเตียน เราไปเห็น ไปวัดไปวา วัดที่สะอาดสะอ้าน วัดที่น่ารื่นรมย์ เพราะอะไร เพราะนั่นเขามีข้อวัตรปฏิบัติของเขา

ถ้าเขามีข้อวัตรปฏิบัติของเขา เขามีข้อวัตรปฏิบัติมาจากหัวใจของเขา หัวใจของเขามีคุณธรรมขึ้นมาในหัวใจของเขา เขาจะมีความรู้สึกนึกคิดที่ดีงาม

ถ้ากิเลสตัณหาความทะยานอยากมันบีบคั้นขึ้นมา มันมีแต่ความชั่วร้าย ความชั่วร้าย เวลาหลอน ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพี่ ฆ่าน้อง นั่นมันเกิดจากยาเสพติด แต่ถ้าเวลามันเกิดจากความรู้สึกนึกคิดล่ะ

ฤดูกาล เมืองหนาวเขาก็อยากจะได้แสงแดด เขาอาบแดด ไอ้เราเมืองร้อน เราก็อยากเห็นหิมะ เวลาฤดูกาลมันเปลี่ยนแปลง มันปั่นป่วน มันทำลายการเกษตรกรรมต่างๆ รีบเก็บ รีบเกี่ยว รีบค้า รีบขาย มันจะเกิดความเสียหาย นั่นมันการปั่นป่วนของอากาศ ของดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุ ๔

คนเราเกิดมาธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ เราก็มีดิน น้ำ ลม ไฟอยู่ในร่างกายนี้ ถ้าดิน น้ำ ลม ไฟในร่างกายนี้นะ คนเราเวลามันปั่นป่วน คนเฒ่าคนแก่เวลาจะเป็นลม โอ้โฮ! ดาวแพรวพราวเลย ไอ้คนภาวนาไม่ได้อย่างนั้นนะ คนภาวนาก็อยากได้เห็นดวงดาว

เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว

ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา หัวใจนี้มันยิ่งใหญ่นัก ถ้าหัวใจยิ่งใหญ่นัก ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ นะ ท่านเห็นสิ่งมีชีวิตมันมีคุณค่า เพราะสิ่งมีชีวิตมีพุทธะ คือมีจิตวิญญาณทั้งสิ้น มีจิตวิญญาณทั้งสิ้น แต่ความเกิดสูงเกิดต่ำ อบายภูมิๆ เกิดเป็นสัตว์ สัตว์เขาก็มีหัวใจของเขา เขามีความรู้สึกนึกคิดของเขา แต่เขาไม่มีอำนาจวาสนาเหมือนเราไง

เราเกิดเป็นมนุษย์ เราเป็นสัตว์ประเสริฐไง สัตว์ประเสริฐมีสติมีปัญญาของเรา ถ้ามีสติปัญญาของเรา เห็นไหม เรามีหน้าที่การงานของเรา เราต้องทำมาหากิน ปัจจัยเครื่องอาศัย พระบวชแล้วเลี้ยงชีพด้วยการบิณฑบาต เลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง

พระก็มีงานทำ งานของพระน่ะ แล้วงานของพระงานที่ยิ่งใหญ่ ศึกษาเล่าเรียนมาจบแล้ว จบแล้วไปไหน จบแล้วก็เร่ร่อน

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์เราบวชแล้วเข้าป่าเข้าเขา ขุดคุ้ยค้นคว้าหาใจของตนให้ได้ ขุดคุ้ยค้นคว้าหาหัวใจของตน มันก็มีกิเลสตัณหาความทะยานอยากปลิ้นปล้อน ล่อลวง หลอกลวง

เห็นไหม เห็นสังคมไหม ที่ระยำหยำเปกันอยู่นี่เพราะอะไรล่ะ เพราะว่ามันปฏิบัติบูชากิเลสไง ให้กิเลสมันครอบงำ ให้กิเลสมันชี้นำ แล้วคิดว่าคนอื่นเขาจะไม่เข้าใจไง

ผู้รู้เขามี ถ้าผู้รู้เขามี เขาฝึกหัดปฏิบัติของเขา ถ้าเป็นความจริงของเขาขึ้นมาไง

นี่ไง เวลาฤดูกาลมันเปลี่ยนแปลง มันแปรปรวน มันให้ผลกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ แล้วใครเป็นคนทำ

เวลาสภาพแวดล้อมที่มันดีงามของคน เมื่อก่อนคนมันน้อย สภาพแวดล้อม โอ้โฮ! ทุกคนก็ราบรื่น ทุกคนก็ชื่นชม ทุกคนก็อยากได้ แต่ในปัจจุบันนี้นะ มันเป็นพิษ เป็นสารพิษ เป็นความเป็นพิษ

เกิดเป็นคนมีกายกับใจ ธาตุภายนอก ธาตุภายใน ธาตุ ๔ คือบรรยากาศของโลกนี้ ร่างกายนี้คือธาตุ ๔ เวลามันแปรปรวนขึ้นมา เจ็บไข้ได้ป่วย เห็นไหม นี่ไง เวลาเสื่อมสภาพ สภาวะแวดล้อม มันธรรมชาติของมัน เวลาแผ่นดินไหว เวลาภูเขาไฟระเบิด มันก็มาจากโลกนั่นแหละ

คนเราเกิดมาชราคร่ำคร่า ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด มันเป็นธรรมชาติอันหนึ่งอยู่แล้ว มันเป็นข้อเท็จจริงด้วย ถ้าข้อเท็จจริง ใครศึกษาค้นคว้า ศึกษามา เกิด แก่ เจ็บ ตายมันมาจากไหน มันมีต้นเหตุมาสิ่งใด แล้วเกิดอาสวักขยญาณทำลายอวิชชา ทำลายความลุ่มหลงในการเกิด แก่ เจ็บ ตายนั้น ถ้าทำลายความลุ่มหลงในการเกิด แก่ เจ็บ ตายนั้น มันชำระล้างพญามารไง

มาร ไม่ต้องหา ไม่เจอ แล้วใครจะรู้ได้อย่างนั้นล่ะ

ถ้ารู้ได้อย่างนั้น ธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ เวลาเราเกิดเป็นมนุษย์ ความแปรปรวนของร่างกายนี้ เวลาเป็นลมเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา มันก็เป็นเรื่องของธาตุขันธ์นี้

ถ้าหัวใจที่เป็นธรรมๆ ไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาท่านตรวจวัด ไปเห็นพระป่วย ท่านอุปัฏฐากพระองค์นั้นไง อุปัฏฐากพระองค์นั้น บอกว่า ถ้าใครอยากอุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้อุปัฏฐากพระป่วยนั้น

พระเขาลงไปช่วยดูแลพระป่วยนั้น แล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการถึงพระป่วยนั้น

พระป่วยนั้นเขาก็จากเวรจากกรรมของเขาไง คือมันพุพอง เนื้อนี้มันหลุดมันลุ่ยไง ทำไมมันเจ็บไข้ได้ป่วยได้ขนาดนั้น แล้วเจ็บไข้ได้ป่วยขนาดนั้น พระเขาก็รังเกียจ พระไม่เข้าไปใกล้เลย

ฉะนั้น เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ ไง ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาไง ถ้าเธอไม่ดูแลกัน ใครจะดูแล ถ้าเธอไม่มีน้ำใจต่อกัน ใครจะดูแล เราเป็นชาวพุทธด้วยกันไง

ถ้าเรามีศาสดา มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์เดียวกันไง ธรรมและวินัยเป็นศาสดาของเราไง เว้นไว้แต่พระพุทธเจ้าเขากับพระพุทธเจ้าเราคนละองค์

พระพุทธเจ้าเรานะ ให้เสียสละ ให้สร้างคุณงามความดี ให้หัวใจนี้มันผ่องแผ้ว ละชั่ว ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว

แต่พระพุทธเจ้าเขานะ ต้องมีความสุข มีความสบาย มีการเพลิดเพลิน เกิดมาแล้วต้องหาความสุข

สุขอะไร นี่ไง อากาศมันปั่นป่วนอยู่นี่ไง เวลาฤดูหนาว ฤดูร้อนนี่ไง เวลามันปั่นป่วนๆ จะเอาความสุขมาจากไหน

ถ้าความสุขนะ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการไง เวลาภิกษุเข้าไปเฝ้าท่านไง

“เธอยังพอทนอยู่ได้ไหม”

มันทุกข์ทั้งนั้นน่ะ ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ แล้วทุกข์ดับไป แล้วใครจะเท่าทันมันหรือไม่เท่าทันมัน

ถ้าเท่าทันมัน ความสุขเกิดตรงนั้นน่ะ ความสุขเกิดจากรู้เท่าทัน แล้ว เออ! มันเป็นอย่างนี้แหละ มันเป็นอย่างนี้ต่อเมื่อมีสติมีปัญญา

เวลามันลุ่มหลงไปนะ โอ้โฮ! มันตีอกชกตัว ทำไมเราเป็นอยู่คนเดียว คนอื่นเขาไม่เป็น

เวลาเขาเป็น เขาอยู่บ้านเขาไม่บอกเอ็งหรอก เวลาเอ็งเป็น เอ็งเป็นตัวมันเองไง ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกไง

เวลาฤดูกาลมันเปลี่ยนแปลง กรมอุตุฯ เขาพยากรณ์ เวลาธาตุขันธ์เราเปลี่ยนแปลง ใครพยากรณ์ ก็จิตของเรานี่ไง ความทุกข์ความยากในหัวใจมันพยากรณ์ มันรับรู้ของมันไง ถ้ารับรู้ของมัน นี่โดยธรรมชาติ จะภาวนา ไม่ภาวนา มันก็เป็นของมันอยู่แบบนี้

แล้วถ้าเวลาเป็นภาวนาขึ้นมา ถ้ามีสติมีปัญญาขึ้นมา มันอยู่ข้างนอกนู่น เอโก ธมฺโม จิตอันเอก อยู่อีกส่วนหนึ่งเลย เอ็งเข้ามายุ่งกับเราไม่ได้ ธาตุ ๔ เอ็งก็อยู่ของเอ็งไป ขันธ์ ๕ ความรู้สึกนึกคิดเกิดดับๆ จนกูรู้เท่าทันถึงหมดแล้ว กูได้แยกแยะ กูได้คลี่คลาย กูได้กำจัดสังโยชน์ มานะ ๙ อหังการตัวตน กูได้ทำลายสิ้นแล้ว มึงจะเข้ามาได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้

ความเป็นไปไม่ได้เกิดจากไหนไง

เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ไปวัดไปวา จำศีล ฟังธรรม จำศีล ฟังธรรมเพื่อศึกษาค้นคว้าขึ้นมา ถ้าจำศีล ฟังธรรม มันเป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครูบาอาจารย์เทศนาว่าการประสบการณ์จิตดวงนั้น

ศีลจะรู้ได้ต่อเมื่อพระที่อยู่ด้วยกันไง พระอยู่ด้วยกัน ใครกะล่อนปลิ้นปล้อนอย่างไร รู้กันหมดน่ะ ใครเป็นคนมีศีลมีสัตย์ เออ! คนนี้เชื่อถือได้ ถ้าเป็นธรรมๆๆ โกหกทุกวันอยู่นี่ไง เป็นธรรมๆ เป็นธรรม อ้าปากนี่โกหกอยู่ทุกวันน่ะ

ถ้ามันเป็นจริง อะไรโกหก กิเลสหรือธรรม ธรรมจะโกหกที่ไหน

ศีล สมาธิ ปัญญา เขามีศีล แล้วเขาฝึกหัดปฏิบัติจนเป็นสัมมาสมาธิ ยกขึ้นสู่ภาวนามยปัญญา ชำระล้างกิเลสเป็นชั้นเป็นตอน โกหกตรงไหน มันเป็นความจริงทั้งนั้นน่ะ

แต่ไอ้ที่ไม่จริงนั่นน่ะมันถึงว่าเป็นโกหกไง เพราะมันไม่รู้ สิ่งที่ไม่รู้มันก็โกหกนะ ถ้าสิ่งที่รู้ไง ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เวลาลูกศิษย์ลูกหาของท่านนี่ไง

อย่าให้มันห่างไกลจากพระพุทธศาสนาไปเรื่อยๆ โกหกพกลมซ้ำซ้อนอยู่อย่างนั้นน่ะ มันทำให้เราคลาดเคลื่อนจากพระพุทธศาสนา ห่างไกลไปเรื่อยๆ ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เหมือนดั่งทะเล

ในทะเลนะ มันจะพัดซากศพ พัดสิ่งสกปรกขึ้นฝั่งทั้งนั้นน่ะ มันไม่ให้เหลือไว้ในทะเลหรอก เพราะในทะเลมันมีคลื่น มีคลื่นมันจะซัดเข้าฝั่งหมดน่ะ

แล้วถ้าเราฝึกหัดปฏิบัติ มีศีลมีธรรม มันจะโกหกตรงไหน เว้นไว้แต่ว่ากูไม่รู้ กูฟังไม่ออก กูถึงว่ามึงโกหกไง แล้วมันเยอะกว่าไง ขนโคกับเขาโคไง เขาโคมีอยู่สองเขา ขนโคมีทั้งตัว ลงคะแนนเสียง แพ้แม่งทุกทีน่ะ แม่งขนทั้งตัว ไอ้เรามีสองเสียง ไอ้มันมีทั้งตัวเลย เวลามึงโกหก ไอ้สองเสียงโกหก แต่เขาโคนะ ไม่ใช่ขนโค

แต่ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เราฝึกหัดขึ้นมาให้เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ใครโกหกไม่ได้

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย้ำคิดย้ำทำ สอนไว้แล้ว กาลามสูตรๆ ห้ามเชื่อๆ ไม่ให้เชื่อแม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ ให้ปฏิบัติขึ้นมาเป็นความจริงไง เพราะไม่ต้องฟังพยากรณ์จากกรมอุตุฯ พยากรณ์ พยากรณ์จากหัวใจของเราไง มันสุข มันทุกข์ เราสุข เราทุกข์เองไง ถ้ามีความสุขก็ความสุขของเรา ความสุขแบบโง่เง่าเต่าตุ่น ความสุขแบบผู้ที่ฉลาด ความสุขแบบผู้ที่ปล่อยวาง มันแตกต่างกัน

ความสุขของความงี่เง่าขึ้นมา ได้สิ่งใดมาก็ว่าเป็นความสุขๆ ความสุขเจือด้วยอามิสไง ได้สิ่งใดที่สมความปรารถนาแล้ว แหม! ยอดเยี่ยม เราเป็นคนที่ว่าเขาทิ้งหมดแล้ว

คนอื่นเขาทิ้ง ขยะ ไอ้พวกเก็บขยะเขามีอาชีพนะ เก็บขยะขายก็เป็นเศรษฐีได้ ของเขาทิ้งนะน่ะ ขยะ คนเขาไปใช้สอยแล้ว สิ่งที่เหลือเขาถึงทิ้ง ทิ้งแล้ว คนที่ไปเก็บขยะเขาจะเอาไปรีไซเคิล เอาไปทำประโยชน์ของเขาได้อีก

นี่ก็เหมือนกัน ไอ้นู่นมีความสุข เขาทิ้งแล้วทั้งนั้นน่ะ ของออกจากโรงงานมามันเสื่อมสภาพตลอด ดีที่สุดขณะประกอบขึ้น สุดท้ายแล้วเสื่อมไปเป็นธรรมดา ของจะสูงส่งขนาดไหน ของทิ้ง ของทิ้ง ของทิ้ง

แต่หัวใจเราอย่าทิ้งมัน เพราะความโง่เบาปัญญา ถึงได้ขว้างความรู้สึกอันนี้ทิ้ง แล้วพยายามจะหาความสุขจากที่อื่นไม่มี

สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

ทำจิตใจของเราให้สงบสุข ให้ระงับได้ ถ้าระงับได้ มันเด่นดวงขึ้นมา สว่างโพลงขึ้นมา จิตมันรวมใหญ่ ทุกสิ่งเกิดจากจิตนี้ เพราะมีจิตนี้ถึงมีตัวตนของเรา เพราะมีจิตนี้ จิตได้เกิด ถึงได้เป็นมนุษย์ ไม่มีอำนาจวาสนาเกิดเป็นเป็ด เป็นไก่ เป็นเล็น เป็นไร เป็นทุกๆ อย่าง กำเนิด ๔ ในไข่ ในครรภ์ ในน้ำครำ ในโอปาติกะ เกิดทั้งนั้นจากบุญและบาป ไม่มีต้นและไม่มีปลาย

สงสัยไหม

ห้ามเชื่อ ห้ามเชื่อ ห้ามเชื่อ อย่าเชื่อนะ แต่เอ็งทุกข์ไหม เอ็งสงสัยไหม เอ็งอยากได้ความจริงไหม เอ็งจะค้นคว้าบ้างหรือเปล่า

เพราะทุกคนมีสิทธิ์ บริษัท ๔ ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา สิทธิเสรีภาพพร้อมกัน เว้นไว้แต่ ทางฆราวาสทางคับแคบ คับแคบต้องทำมาหากิน ต้องมีหน้าที่การงาน สุดท้ายแล้วนั่งภาวนาวันละ ๕ นาที

ครูบาอาจารย์เรา ๒๔ ชั่วโมง

เราอยู่กับครูบาอาจารย์มานะ ปฏิบัติ ๒๔ ชั่วโมง เพราะท่านอดนอน ผ่อนอาหาร ไม่ฉัน ๒๔ ชั่วโมงภาวนาตลอดเวลา

๒๔ ชั่วโมง ทางของคฤหัสถ์เป็นทางคับแคบ ทางของสมณะเป็นทางที่กว้างขวาง แต่กว้างขวางต้องมีครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมบุกเบิกหาทางให้

ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมนะ ทำดีแล้วเด่น เดี๋ยวโดนย่ำเละเลย

ทิฏฐิพระ มานะกษัตริย์ พระนี่ใครจะมาเด่นเกินหน้าได้อย่างไร ฉันนี่พัดแหลมๆ นะ ใครจะมาเทียบเท่า เป็นได้อย่างไร

แต่ถ้าเป็นครูบาอาจารย์ของเรานะ อย่างนั้นแหละเขาแสวงหา ธรรมทายาท ทายาทโดยธรรม ถ้าเขามีอำนาจวาสนา เขาจะขวนขวายของเขาเป็นปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ตนนั้นต้องศึกษาค้นคว้าหาความสงบมา มันถึงเป็นตน มันถึงเป็นจิต มันถึงเป็นสัมมาสมาธิ มันจะเริ่มต้นไง สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน

สมถกรรมฐานไม่เป็น เรื่องโลกๆ ทั้งนั้นเลย

กรมอุตุฯ เขาพยากรณ์ไง ฝุ่นมันจะมานะ เดี๋ยวมันจะเกิดมะเร็งนะ ต้องมีแมสก์ ต้องให้มันละเอียดนะ ป้องกันอย่างดี

อุตุฯ มันเตือนนะ เอ็งไม่รู้จักเตือนตัวเองหรือ เอ็งไม่รู้จักสุขทุกข์ใช่ไหม ถ้าเอ็งรู้จักสุขทุกข์ เอ็งแสวงหาสุขความจริงในใจได้หรือเปล่า

ไปวัดไปวา จำศีล ฟังธรรม เราเกิดเป็นมนุษย์นะ อำนาจวาสนามาก เพราะเราดูสิ เราดูประวัติศาสตร์ในพระพุทธศาสนานะ เจริญแล้วเสื่อมๆ ทุกแว่นแคว้นล่มสลายไปหมดแล้ว ศรีวิชัยก็ไปแล้ว ทวารวดีก็ไปแล้ว ทุกแว่นแคว้นที่นับถือพระพุทธศาสนาล่มสลายไปหมดแล้ว

แล้วเราเกิดมา เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาที่แวววาว เห็นไหม ทางโลกเขาให้คุณค่า เมืองไทยเป็นเมืองหลวงของพระพุทธศาสนา แล้วเราเกิดมาท่ามกลางเมืองหลวงพระพุทธศาสนา มีครูบาอาจารย์ที่ฝึกหัดปฏิบัติ

แล้วห้ามเชื่อ ห้ามเชื่อ ห้ามเชื่อ อย่าไปเชื่อมัน ฟังไว้เป็นคติธรรม แล้วฝึกหัดขึ้นมาให้เป็นความจริง

มันโกหกมดเท็จทั้งนั้นน่ะ ถ้าเป็นความจริงนะ วิหารธรรม มันน่าเคารพน่าบูชา สิ่งนั้นน่ะของทิ้ง เป็นขยะของโลก ไร้สาระ

ชื่อเสียงกิตติศัพท์กิตติคุณที่แสวงหากันอยู่นั่นน่ะ ถ้าเอ็งเป็นธรรม เอ็งแสวงหาทำไม หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านเป็นอะไร เขาถวายพระครูให้หลวงปู่มั่นที่วัดเจดีย์หลวงไง

พระครู พระครูอยู่นี่นะ อาตมาจะไปป่าแล้วล่ะ

ทิ้งหมดเลย ใครจะถวายอะไรมา ท่านก็ทิ้งไว้ในโบสถ์ที่วัดเจดีย์หลวง ไม่สน ไม่สนใคร สนใจหัวใจของข้า

หัวใจที่แสวงหา หัวใจให้มันเป็นจริงขึ้นมา แล้วเกิดมรรคเกิดผล เกิดความมหัศจรรย์ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ไม่พูดให้ใครฟังด้วย

หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดประจำ หลวงปู่มั่นไม่เคยประกาศว่าท่านเป็นพระอะไรเลย แต่ลูกศิษย์ทั้งหมดเชื่อว่าท่านเป็นพระอรหันต์

ไอ้นี่ประกาศแล้วประกาศอีก โฆษณาชวนเชื่อแล้ว โฆษณาชวนเชื่ออีก แล้วยังมีวิว มีอะไรร้อยแปดพันเก้า หันลงนรก เอวัง