เทศน์เช้า วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม ธรรมะเป็นสัจธรรมที่ทำให้ทุกคนร่มเย็นเป็นสุข
เราเกิดมามีทุกข์มียาก เห็นไหม ประเพณีวัฒนธรรมเขา ๕,๐๐๐ ปี ๖,๐๐๐ ปีนู่นน่ะ พระพุทธศาสนา ๒,๕๐๐ กว่าปี พระพุทธศาสนาตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมไง พอตรัสรู้ธรรมขึ้นมาเพราะอะไร
เพราะว่าสร้างสมอำนาจวาสนาบารมีมา เห็นคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย มันทุกข์มันยากไง ถ้าเราต้องเป็นเช่นนี้ไง ทั้งๆ ที่เราก็เกิด เราก็แก่ เราก็เจ็บ เราก็ตายมาไม่มีต้นไม่มีปลาย แต่ด้วยอำนาจวาสนาได้สร้างสมบุญญาธิการมาเป็นพระโพธิสัตว์ๆ ไง ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย เวลามีอำนาจวาสนาขึ้นมา ก็เห็นการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย มันก็แปลก มันต้องมีฝั่งตรงข้าม ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายสิ
จิ๋นซีฮ่องเต้พยายามหายาอายุวัฒนะ เพื่อจะมีชีวิตตลอดต่อเนื่องไป แต่เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เวลาศึกษาค้นคว้าขึ้นมา ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา มันเกิดเพราะอะไรล่ะ ทำไมมันถึงเกิดล่ะ คนเกิดมันต้องมีเหตุมีผลสิ นักวิทยาศาสตร์เขาวิจัยทุกเรื่องถ้าเขาสงสัย แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็สงสัยไง เราต้องเป็นเช่นนี้ใช่ไหม เราต้องเป็นเช่นนี้ใช่ไหม
เวลาศึกษาค้นคว้าขึ้นมา เจ้าลัทธิต่างๆ เขาก็ศึกษาค้นคว้าของเขาอยู่ ก็ไปศึกษาค้นคว้ากับเขามา มันล้มเหลวทั้งนั้นน่ะ มันล้มเหลวเหมือนกับที่เราในการประพฤติปฏิบัติอยู่ในปัจจุบันนี้ไง
เวลาคนที่ประพฤติปฏิบัติขึ้นมา จิตมันเป็นเรื่องความมหัศจรรย์อยู่แล้ว มีคนสร้างอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหนไง เวลานั่งสมาธิไปมันจะไปรู้ไปเห็นอะไรของมัน นั่นน่ะเขาเรียกว่านิมิต พอเห็นนิมิตขึ้นมา เห็นนิมิตว่าตัวเองก็สิ้นกิเลสๆ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปศึกษากับเจ้าลัทธิต่างๆ เขาก็ยืนยันกันว่าองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ องค์นี้เป็นพระอรหันต์ ท่านก็ไปศึกษาค้นคว้ากับเขามา อุทกดาบส อาฬารดาบส สมาบัติ ๖ สมาบัติ ๘ เจ้าชายสิทธัตถะก็ไปศึกษากับเขามา ยืนยันเลยนะว่ามีความรู้เหมือนเรา มีความเห็นเหมือนเรา เป็นอาจารย์ได้ เจ้าชายสิทธัตถะไม่สนใจเรื่องอย่างนี้เลย เพราะอะไร เพราะตัวเองสงสัยอยู่ไง
ในปัจจุบันนี้ในภาคปฏิบัติไง ไปรู้ไปเห็น ถอนกิเลส กิเลสตายไปเลย เมื่อก่อนเป็นคนที่โกรธมากๆ เดี๋ยวนี้ไม่โกรธแล้วล่ะ เมื่อก่อนเป็นคนขี้เหล้าเมายา เดี๋ยวนี้ไม่กินเหล้าแล้วล่ะ
โรงพยาบาลศรีธัญญาดีกว่าเอ็ง เขารักษาเรื่องนี้หายเยอะแยะไปหมด คนที่ติดเหล้าแล้วเลิกเหล้าเยอะแยะ คนที่เมื่อก่อนโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง เดี๋ยวนี้นิสัยดีขึ้นเยอแยะ มันเป็นแค่ภายนอกไง
เวลาคุยโม้กัน เมื่อก่อน อู๋ย! กิเลสเยอะ เดี๋ยวนี้ไม่มีเลยน่ะ
ไม่มีเลยตรงไหนล่ะ
เวลาทางโลกเป็นอย่างนี้หมด ทางโลก คำว่า “ทางโลกๆ” นี่เป็นการวิจัยไง เป็นการศึกษาค้นคว้าไง แล้วอ้างธรรมะพระพุทธเจ้า นี่ไง ถอนกิเลสๆ เอ็งอ้างทั้งนั้นน่ะ
แต่ถ้าเป็นความจริงๆ มันเป็นความลึกลับซับซ้อนมากกว่านี้มากนัก เห็นไหม คนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย มันต้องมีที่ฝั่งตรงข้าม ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย แล้วคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย ทำไมมันถึงเกิดล่ะ เกิดเพราะเหตุเพราะอะไร
ถ้าเหตุเพราะอะไรนะ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมด้วยอาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชา ทำลายพญามารไง ทำลายพญามาร
มารในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อวิชชาคือความไม่รู้ คือเจ้าวัฏจักรที่มันครอบมันงำอยู่ เวลามันถอดมันถอนเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นมา เห็นไหม เวลาพญามาร ไปที่โบสถ์เขาเขียนเลย อู้ฮู! เป็นยักษ์ เป็นเปรต เป็นผี ยิ่งใหญ่นักเลย
เวลาเจ้าวัฏจักร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทำลายมันไง มันคร่ำครวญ มันร้องไห้ มันอ้อนวอนไง
ลูกสาวเห็นพ่อเป็นความทุกข์ความยาก ลูกสาวมันน่ะความโลภ ความโกรธ ความหลง ลูกสาวไง มารับอาสาจะไปเอาเจ้าชายสิทธัตถะกลับมาอยู่ในอำนาจของตนไง
เห็นไหม มันมีไง มันมีการแก้ไข มันมีเหตุมีผล เกิดเพราะอะไร โกรธเพราะอะไร ไม่รู้ หลงไปเพราะอะไร แล้วเวลาโลภ โกรธ หลง ลูกสาวของพญามาร แล้วเอ็งได้ถอดได้ถอนอย่างไร เอ็งได้ทำอย่างไร มันต้องมีเหตุมีผลสิ
นี่คือพระพุทธศาสนา ฟังธรรมๆ ไง
ฟังธรรมๆ มามันก็เป็นประเพณีวัฒนธรรม เป็นบุญกุศลไง ในชทบท ไปฟังเทศน์ ฟังเทศน์เอาบุญ เวลาครูบาอาจารย์เทศน์มันก็นั่งสัปหงก นั่งหลับเลย เอวังก็มีประการฉันนี้แหละ สาธุ เข้าใจหมดเลย บุญเยอะแยะเลย นี่ประเพณี
ภาคปฏิบัติ ภาคปฏิบัติเหมือนกัน เวลาคนที่ไม่เชื่อเรื่องมรรคเรื่องผล ไม่เชื่อว่าการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย ไม่เชื่อนรกสวรรค์ ไม่เชื่อคุณงามความดีต่างๆ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาสอนไง ชักผ้า กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ได้ทำบุญกุศลมามากน้อยขนาดไหน
แล้วเวลาเป็นทางจิตวิทยาเลย จิตวิทยาพิสูจน์ได้เลย เด็กทำไมนิสัยมันไม่เหมือนกัน ถ้าทางจิตวิทยาเขาบอกว่า อ้าว! ก็การอบรมบ่มเพาะ สภาวะแวดล้อมเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไง อดีตชาติ พระเวสสันดร ทศชาติ ๑๐ ชาติของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสะสมอย่างไรมา ถ้าสะสมอย่างไรมา จริตนิสัย อำนาจวาสนาบารมีของจิตไง
ถ้าอำนาจวาสนาบารมีของจิต เห็นไหม ในอภิธรรม ผู้ที่จะเป็นพระอรหันต์ อย่างน้อยต้องแสนกัป คำว่า “แสนกัป” คือทำความดีมาต่อเนื่อง มาเป็นพื้นฐาน มาเป็นหลักฐานของจิต พอจิตมันมีพื้นฐานหลักฐาน แค่มันเห็นคนทำชั่วมันก็รับไม่ได้แล้วนะ เรามองสิ คนนิสัยดีๆ นะ เห็นเขารังแกกัน ทนได้ไหม แต่ถ้าไอ้พวกพาลชนมันเห็นอย่างนี้มันชอบนะ เอาเยอะๆ เอาเยอะๆ แต่ถ้าเป็นบัณฑิตเห็น ทนได้ไหม
นี่เวลาจริตนิสัยมันแตกต่างกัน ความรู้ความเห็นมันแตกต่างกัน
มันแตกต่างกันเพราะอะไรล่ะ
นี่ไง จริตนิสัยไง แล้วจริตนิสัยมันมาจากไหนล่ะ
ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ถ้ามันย้อนไป นี่แค่พื้นฐานเป็นอำนาจวาสนาบารมีนะ มันยังไม่ได้ประพฤติปฏิบัติอะไรเลย
แต่จะเริ่มต้นประพฤติปฏิบัติขึ้นมา โอ๋ย! ไอ้นู่นก็ยาก ไอ้นี่ก็ยาก
ไอ้ง่ายๆ กิเลสทั้งนั้นน่ะ เว้นไว้แต่ขิปปาภิญญา ผู้ปฏิบัติง่ายรู้ง่าย พาหิยะไง ฟังเทศน์พระพุทธเจ้าหนเดียวเป็นพระอรหันต์เลย
แต่พระเขาสงสัย พระอยู่กับพระพุทธเจ้างงนะ เออ! เขาทำมาเกือบตายไม่เห็นได้อะไรเลย ไอ้นี่มันมาจากไหนก็ไม่รู้ มาฟังเทศน์พระพุทธเจ้าทีเดียวเป็นพระอรหันต์เลย ก็ไปถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าบอกจริง
คำว่า “เป็นพระอรหันต์” คือพระพุทธเจ้ารับรอง รับรองเพราะอะไร เพราะเขาเป็นพระอรหันต์นะ แล้วไปโดนโคแม่ลูกอ่อนขวิดตาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเก็บศพเขาเองนะ ฌาปนกิจนะ บอกนี่คือพระอรหันต์
ไอ้พวกพระก็งง ไอ้เราตะบี้ตะบันภาวนาเกือบตาย ไม่เห็นได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไอ้นั่นมันฟังเทศน์ทีเดียวทำไมเป็นพระอรหันต์ล่ะ
เขาเป็นบุญกุศลของเขา เขาแต่อดีตชาติเขาเคยเป็นพระในสมัยพระพุทธเจ้าองค์แต่ก่อนนั้น แล้วเขาไปภาวนาบนหน้าผาตัด ไปกัน ๕ คน ขึ้นไปแล้ว ทำพะองขึ้นไปแล้วถีบทิ้งเลย แล้วบอกว่า ถ้าใครภาวนาได้ก็เป็นบุญกุศลไป ถ้าภาวนาไม่ได้ให้ตายไป
มีองค์หนึ่งเป็นพระอรหันต์ เหาะลงมา อีกองค์หนึ่งเป็นพระอนาคามี แล้วอีก ๓ คนตายบนนั้น
ดูการเสียสละของคนที่เขาทำมาสิ เขามีเจตนา เขามีความมุ่งหมาย เขามีความมุมานะ แต่เขาก็ทำแล้วทำเล่า เขาทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมาไง เวลาเกิดในภพชาตินี้ไง เขาไปพ่อค้าทางสำเภาไง แล้วเรือมันแตก พอเรือแตก เขาเข้าฝั่งมา เขาก็นุ่งห่มพวกใบไม้ พอขึ้นมา โอ้โฮ! ชาวบ้านเขาแตกตื่น “พระอรหันต์มาแล้ว พระอรหันต์มาแล้ว” เขากราบ เขาไหว้ เขาชื่นชมไง ลาภสักการะมากมาย
พระอนาคามีที่เป็นหมู่คณะกันอยู่บนพรหมไง มาโดยฤทธิ์เลย
ท่านน่ะไม่ใช่พระอรหันต์หรอก อย่าหลอกลวงชาวบ้านเขา บัดนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ให้ไปฟังธรรมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นี่คนที่มีบุญมีกุศล เขามาเตือนเลยนะ เตือนสดๆ ร้อนๆ เพราะเขาสร้างอำนาจวาสนามา คำว่า “สร้างอำนาจวาสนามา” คือดีเอ็นเอ คือความเข้าใจ คือสัจจะความจริงมันใกล้เคียงกัน มันรู้ได้ มันฟังได้ พอฟังได้นะ เขาก็ละความนั้น ละอย่างนั้นด้วยความเศร้าใจไง
แต่ถ้าเป็นทางโลกนะ ชาวบ้านเขาชื่นชมกันว่าเป็นพระอรหันต์ นุ่งใบไม้มา มาจากทะเล ไม่ตาย มหัศจรรย์นะ
ไม่มีอะไรเลยนะน่ะ ด้วยความแตกตื่นของสังคม เห็นความแปลกประหลาดขึ้นมาแล้วก็เชื่อ แต่เวลาเป็นจริงแล้วเขาสละได้ เพราะเขาก็ได้สร้างอำนาจวาสนามาด้วยกันกับพระอรหันต์ พระอนาคามี กับเพื่อนที่ขึ้นไปประพฤติปฏิบัตินั้น
ไปฟังเทศน์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยพื้นเพ ด้วยพื้นฐานของเขา ฟังเทศน์หนเดียวเป็นพระอรหันต์เลย แต่ก็วาสนาของเขา พอจะขอบวชไง เพราะพระอรหันต์รู้อยู่แล้วว่าสิ่งทางโลกมันเป็นเรื่องของโลก เรื่องของสมมุติบัญญัติ ไม่ใช่เรื่องความจริงทั้งนั้น แล้วเวลาความเป็นพระอรหันต์คือเป็นพระอรหันต์ในหัวใจของท่านไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเที่ยวสวนเห็นคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตายไง มันมีเหตุมีผลของมัน มันมีมาร มีลูกสาวของมาร มีครอบครัวของมาร เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง
นี่เหมือนกัน พาหิยะฟังเทศน์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีเดียวเป็นพระอรหันต์ เขาก็รู้ในหัวใจของเขาว่าเขาเป็นพระอรหันต์ เขาควรทำอย่างไรไง เขาถึงขอบวชไง
แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า เธอจะบวชได้อย่างไร เธอไม่มีบริขารไง บริขาร ๘ นี่แหละ
นี่พระอรหันต์นะ ยังหาแทบไม่ได้ เราชักผ้าทุกวัน
เวลาเขาไปหาบริขารนี้อยู่ โคแม่ลูกอ่อนขวิดทีเดียวเสียชีวิตเลย
นี่ไง ตรัสรู้ง่ายก็นิพพานไปง่าย ด้วยบุญด้วยกุศลของเขา ถ้าบุญกุศลของเขา มันมีที่มาที่ไปไง ถ้าคำว่า “มีที่มาที่ไป” ต้องมีเหตุมีผลไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยมรรค ๘ เวลาแสดงธัมมจักฯ ไง ทางสองส่วนที่ไม่ควรเสพ อัตตกิลมถานุโยค ที่ทำตัวว่าเคร่งครัด นั่นน่ะอัตตกิลมถานุโยค ไอ้ที่เหลวไหลเลวทราม มันเป็นกามสุขัลลิกานุโยค
ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา อย่าเบียดเบียน อย่าทำลายใคร อย่าเอารัดเอาเปรียบใคร แล้วก็เอามาดูแลที่หัวใจของตน
ถ้าหัวใจของตน ถ้ามันมีวาสนา เวลาจิตมันลง มันรู้มันเห็นสิ่งต่างๆ ถ้ามีสติปัญญาเท่าทันมันนะ ไอ้นี่มันแค่ปลายอ้อปลายแขม ไอ้นี่มันแค่เริ่มต้น เพราะอะไร
ปุถุชน กัลยาณชน ปุถุชนมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร เวลาเราพัฒนาใจของเราขึ้นแล้วเป็นกัลยาณชน เห็นรูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร
สิ่งเย้ายวน สิ่งเชิดชูบูชา ทั้งพวงมาลัย ทั้งบ่วงรัดคอ ตายหมดทั้งนั้นน่ะ
ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา จะไปรู้ไปเห็นสิ่งใด แค่นิมิต
นิมิตไปรู้ไปเห็น โอ้โฮ! สิ้นกิเลส สิ้นกิเลส
วุฒิภาวะมึงแค่นี้นะ เพราะอะไร เพราะครูบาอาจารย์ท่านผ่านมาหมดแล้ว ท่านกระทำของท่านมา ท่านพิจารณาของท่านมา ไอ้นิมิตก็คือนิมิต นิมิตมันก็ต้องเกิดขึ้นโดยข้อเท็จจริงนั่นแหละ นิมิตเกิดขึ้นจริงไหม จริง
หลวงปู่ดูลย์บอกไง นิมิตสิ่งที่รู้ที่เห็นจริงไหม จริง เห็นจริงๆ นั่นแหละ เพราะมันเห็นน่ะ เห็น
เพราะได้ยิน คนที่ฝึกหัดภาวนา เวลาจิตสงบแล้วนะ ได้ยินเสียงประโคมดนตรีไทย อู้ฮู! เทวดามาชื่นชมฉัน
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นเทศน์สอนเทวดาทุกคืนเลย เทวดาเป็นชั้นๆๆ เลยนะ ไม่เห็นเทวดามาชมเลย มีแต่เทวดามาขอความรู้ มาขอฟังเทศน์
มาฟังเทศน์คือมาขอความรู้ ขอความเข้าใจ เข้าใจในชีวิต เข้าใจในการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แม้แต่พรหมก็ไม่รู้ เทวดาก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า อู้ฮู! เป็นเทวดา เป็นพรหม อู้ฮู! มีทิพย์สมบัติ มีความสุข
เดี๋ยวก็ตาย ๘๐,๐๐๐ ปีนะ เดี๋ยวน่ะ เดี๋ยวก็ตาย พอตายไปแล้วก็ทุกข์คอตกอยู่เหมือนเดิม นี่ไง เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ
ฉะนั้น สิ่งที่ว่าเวลานั่งสมาธิไปนะ โอ้โฮ! เสียงประโคมดนตรีมา
ไม่ต้องนั่งก็ได้ เว็บไซต์กดเอาสิ ฟังเอาจากโทรศัพท์มือถือ โอ้โฮ! มันแปลกประหลาดตรงไหน เวลามีงานตามวัดตามวา เครื่องดนตรีไทยเขาตีเล่นทั้งวันทั้งคืน ไม่เห็นเขา ไอ้คนที่ไปงานวัดนั้นคงชื่นชมมากเลย เพราะได้ยินเสียงดนตรี ไอ้คนแค่ได้ยินเสียง
นี่ไง ไม่มีวาสนา ทำไมเอ็งเป็นได้อย่างนั้นวะ ภาวนากันกลายเป็นละครฟ้อนรำ กลายเป็นการลวงโลก แล้วที่มันน่าเศร้าคือลวงตัวเอง หลอกตัวเองสำคัญที่สุด
ต้องชนะตนเองก่อน สอนตนเองให้ได้ถึงจะสอนคนอื่นได้ แล้วเวลาตัวเองไม่รู้สิ่งใดเลย พูดออกไปมันประกาศทั้งนั้นน่ะ
ศีลจะรู้ได้ต่อเมื่ออยู่ด้วยกัน ธรรมะอ้าปากรู้หมดน่ะ อ้าปากมา ขั้นใด ภูมิใด อ้าปากมา แสดงธรรมออกมามันออกมาจากใจ มันออกมาจากความรู้สึกนึกคิดอันนั้น ความรู้สึกนึกคิดอันนั้นมันมีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน ถ้าความรู้สึกอันนั้นมันได้ผ่านวิกฤติของมัน เช่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ท่านถึงเห็นโทษของกิเลส เห็นโทษของกิเลสนี้มากมายมหาศาล
มีข้อวัตรปฏิบัติไว้ ข้อวัตรปฏิบัติไว้เพราะอะไร
เพราะข้อวัตรปฏิบัติมันเป็นธรรมวินัย เป็นคำสั่งเสีย เป็นคำอบรมบ่มเพาะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธกิจ ๕ กิจของสงฆ์ๆ นั่นน่ะ กิจของสงฆ์ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพุทธกิจ ๕ ท่านเล็งญาณ ท่านดู
แล้วกิจของสงฆ์ สงฆ์ควรทำอย่างไร
กิจของสงฆ์ ๑๐ อย่าง กวาดลานเจดีย์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น กิจของสงฆ์ๆ สงฆ์ควรทำอย่างนั้น ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้วนะ
ตรุษจีน ๕,๐๐๐–๖,๐๐๐ ปีแล้ว เศรษฐกิจ เงินหมุนเวียน ๕ หมื่น ๖ หมื่นล้านปีนี้ วันเดียว
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว ความสงบสุขของจิต ความสงบสุขของมนุษย์
มนุษย์มีสามัคคีธรรม มีเมตตาธรรม มีน้ำใจต่อกัน ในเมื่อสัตว์ที่มีชีวิตเหมือนกัน เราไม่รังแกกัน เราไม่ทำลายกัน เพราะกุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เอ็งรังแกใคร เอ็งทำใครก็แล้วแต่ ผลอันนั้นจะตอบสนองกลับมาล้านเปอร์เซ็นต์แน่นอน แล้วเอ็งโง่ทำร้ายตัวเองทำไมวะ ไอ้ที่กร่างเที่ยวไปเหยียบย่ำทำลายเขานั่นน่ะ เดี๋ยวมันก็ย้อนกลับมาถึงตน ให้โทษผู้อื่น โทษนั้นถึงตน
เราให้ความเมตตา ให้ความสงสาร ให้ความกรุณาแก่บุคคล สิ่งนั้นจะกลับมาถึงตน เพราะคนคนนั้นเป็นคนดี คนคนนั้นมีเมตตาธรรม
ถ้ารู้สิ่งใด ทำสิ่งใดมันเป็นโทษ อย่า ถ้าสิ่งใดมันเป็นคุณเป็นประโยชน์ เหยียบคันเร่งซะ ทำเพื่อชีวิตนี้
ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด ชีวิตนี้เกิดมาร้อยปี เราจะได้สิ่งใดไป
พันธุกรรมของจิตๆ นี้ไง แต่ละภพแต่ละชาติ ไม่มีต้นไม่มีปลายไง เดี๋ยวเราก็ตายกันหมดแล้ว แล้วเอ็งทำอะไรบ้างวะ ความดีตัวเองมีอะไรบ้าง แล้วที่มันเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นความถูกต้องชอบธรรมอยู่ที่ไหน
แล้วถ้ามันเป็นมิจฉาทิฏฐิ นี่ไง เมล็ดพันธุ์นั้นจะบิดเบือนไป เมล็ดพันธุ์นั้น เห็นไหม คนเข้ากันโดยธาตุ ธาตุที่มันเสมอกัน ธาตุที่มันชอบกันไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการไว้เอง ลูกศิษย์ของพระสารีบุตรชอบปัญญา เข้ากันโดยสติปัญญา ลูกศิษย์ของพระโมคคัลลานะชอบฤทธิ์ชอบเดช ลูกศิษย์เทวทัตลามกทั้งนั้นเลย
ชอบ ชอบเอารัดเอาเปรียบ ชอบอยู่เหนือคนอื่น แต่ไม่มีอะไรเหนือนะ เพราะเทวทัตลงอเวจี ให้โทษแก่ท่าน โทษนั้นให้ผลลงนรกอเวจีสดๆ ร้อนๆ เพราะความเห็นผิด คิดว่าความผิดนั้นเป็นความถูกต้อง
แต่เวลาพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ เวลาจะหมดอายุขัย มาลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เห็นสมควรแก่เวลาของบุคคลคนนั้น
นี่ไง อัครสาวกเบื้องซ้าย เบื้องขวาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านิพพานก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาจะปรินิพพานไง พระอานนท์คร่ำครวญนะ
“ดวงตาของโลกดับแล้ว”
ดวงตาของโลกส่องโลก เพื่อความสงบสุขของโลก จะดับลงแล้ว
คร่ำครวญ คร่ำครวญ ไม่ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้น แต่มันก็เป็น เพราะมันเป็นธรรมชาติ มันเป็นเรื่องธรรมดา เกิด แก่ เจ็บ ตาย
แต่การเกิด แก่ เจ็บ ตายแบบเรา เกิด แก่ เจ็บ ตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่การเกิด แก่ เจ็บ ตายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บ๊ายบาย ไม่มาอีกแล้ว จบสิ้น เอโก ธมฺโม ธรรมอันเอกในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ถอดถอนพญามารทั้งสิ้น ไม่มีอวิชชา ไม่มีเชื้อไข ไม่มีสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ใน เอโก ธมฺโม ธรรมอันเอกอันนั้น ธรรมอันเอกอันนั้น
หัวใจที่เป็นปุถุชนคนทุกข์คนยากอย่างเรา ศึกษาค้นคว้า ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติให้เป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา ไม่ใช่หลงระเริงไปแบบโลกๆ ลวงโลก ปฏิบัติลวงตนเอง แล้วก็ลวงโลก ได้แต่ของเหลวไหลหลอกลวง พันธุกรรมของจิตนั้นจะบิดเบี้ยวไปอเวจี เอวัง