เทศน์เช้า วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา หน้าที่การงานของตนหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ธรรมะเลี้ยงหัวใจนะ
คนมันทุกข์มันยากมันอยู่ที่ใจของคน ถ้าใจของคนคิดดีงาม คิดบวกนะ ร่างกายเรื่องธรรมดา กินแล้วก็ถ่าย ถ้าถ่าย ไม่มีที่ขับถ่ายก็ทุกข์แล้ว แต่ถ้าหัวใจของคนนะ ถ้ามันคิดดีงาม มีศีลมีธรรม
เราเกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระธรรมๆ คือสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรมกับคนทำต่างกันไหม
พระธรรมๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรมๆ กราบธรรมคือความยุติธรรม ไอ้เราพระทำๆ พระทำหน้าที่การงาน พระเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาโดยอิริยาบถ ๔ นั่นก็แค่กิริยา เห็นไหม คำว่า “กิริยา” ไง เขาทำเพื่ออะไร
เขาทำเพื่อความสงบสุขของใจ
“สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี”
จิตที่มีค่าที่สุด จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ผลของวัฏฏะมนุษย์ทำทั้งนั้น แล้วคน จิตที่มันเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันทำๆๆ ไว้นั่นน่ะ แล้วมนุษย์ทำ มนุษย์ทำ เราทำหน้าที่การงานของเรา เราทำเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนามันเรื่องส่วนตัวนะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่โคนต้นโพธิ์พระองค์เดียวเท่านั้นน่ะ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านภาวนา ท่านอยู่ในป่าในเขา ไม่ให้ใครมายุ่ง มันวุ่นวาย มันยุ่งมันวุ่นวายไปหมดน่ะ มันเป็นภาระหน้าที่รับผิดชอบ
คนถ้าใจเป็นธรรมๆ เขามีภาระของเขา แต่เวลาสิ้นภาระแล้ว วางภาระแล้ว หน้าที่การงานของตัว เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ไม่ได้ออดอ้อนใคร ไม่ได้หวังให้ใครเคารพนับถือ ไม่ต้องให้ใครชื่นชม เพราะมันอยู่ภายนอกทั้งนั้นน่ะ
ถ้าเคารพนับถือ เราต้องเคารพตัวเอง เราต้องมีสัจจะกับตัวเราเอง นับถือๆ นับถือที่เราทำนี่ ภาระหน้าที่นี่นับถือ แล้วเขาชื่นชมๆ เราสบายใจ ได้เร่งความเพียรแล้ว ทำความเพียรแล้วนะ เหงื่อไหลไคลย้อยนะ
หลวงตาท่านพูดไง ไอ้ที่ว่าเราทำงานๆ มันทุกข์มันยากนะ อย่าเพิ่งพูด ถ้ายังไม่ได้ภาวนา เวลาภาวนาขึ้นมา ธรรมะอยู่ฟากตายทั้งนั้นน่ะ
เพราะอะไร เพราะเวลาจนตรอกจนมุมนะ มึงต้องตาย ตายแน่ๆ เลย แล้วดูสิ เรามาตายเปล่าเสียประโยชน์ทำไม คนเขามีความสุข เห็นไหม
ฟากตายๆ ตายคืออะไร อะไรตาย ขอดูก่อน อะไรจะตาย ตายมันเป็นอย่างไร ขอดู
มันอายม้วนไปเลย
แต่ถ้าธรรมะอยู่ฟากตาย ธรรมะอยู่ฟากตายนะ ฟากตาย เวลามันมีเวรมีกรรมของสัตว์ ในสมัยพุทธกาล พระที่ปฏิบัติง่าย รู้ง่ายก็มี พระที่ปฏิบัติยาก รู้ง่ายก็มี พระที่ปฏิบัติยาก รู้ยาก แต่ก็ยังดี ยังดีเพราะอะไร เพราะเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ไม่พลาดโอกาส ไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้เสียไป
เวลาคนติดคุกนะ เขาบอกว่า ถ้ารู้อย่างนี้ไม่ทำก็ดี แต่มันอยู่ในคุก
นี่ก็เหมือนกัน เราอยู่ในคุก ทุกขัง อริยสัจจัง มันขังเราไว้ ความทุกข์มันขังเราไว้ แล้วก็ตะเกียกตะกายจะหาทางพ้นทุกข์ๆ พยายามหาความสะสม มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ คิดว่ามันจะเป็นความสุขๆ ไง เจือด้วยอามิสทั้งนั้นน่ะ
สิ่งที่เป็นสัจจะเป็นความจริงนะ ทำบุญทิ้งเหวๆ ทำคุณงามความดีแล้วไม่ต้องไปติดใจ ทำคุณงามความดีแล้วไม่ต้องไปห่วงอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่เราจะน้อยใจว่า ทำดีไม่ได้ดี ทำดีไม่ได้ดี
เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาทั้งวันทั้งคืน ทั้งวันทั้งคืน วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ความดีของใคร
ถ้ามันจิตสงบ เฮ้อ! ยอดเยี่ยม ถ้าจิตมันไม่สงบ โอ้! ซาตาน กิเลสมันพลิกมันแพลง แล้วคนทำคุณงามความดี กิเลสมันร้ายนัก มันปลิ้นมันปล้อน มันหลอกมันลวงไง ทำไมเราต้องมาทุกข์อยู่คนเดียว ทำไมเราต้อง
อ้าว! คนเดียวก็อิ่มเต็มอยู่คนเดียวไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี ก็จิตดวงนั้นไง ถ้าจิตดวงนั้นมีอำนาจวาสนาขึ้นมา มันจะตั้งใจ แล้วจะพยายามกระทำของตน
ความเพียรชอบ ความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ การกระทำมันไม่ลอยมาจากฟ้าหรอก
ไอ้พวกพูดปดนั่นน่ะ อยู่เฉยๆ มันก็เป็นธรรม อยู่นิ่งๆ ก็เป็นธรรม เราปฏิบัติธรรมด้วยความเป็นธรรมในหัวใจของตน
เสียโอกาส มันหลอกลวง
ทานอาหาร ใครได้ตักใส่ปาก เคี้ยวกลืนลงไปในกระเพาะ นั่นจะเป็นความอิ่มหนำสำราญของตน นั่งมอง นั่งดูเขากิน แล้วคอยเขากินเสร็จแล้วเหลือแต่ถ้วยแต่จาน จะไปเก็บไอ้ก้นถ้วยก้นจานไว้กิน ไม่ได้ทำอะไรเลยไง ไม่ต้องทำอะไรเลยทั้งสิ้น เราเป็นคนมีบุญมาก เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาจะประเคนให้เลย
ในวงการสงฆ์ อลัชชีเยอะแยะไปหมดน่ะ บวชเป็นพระแล้วไง ถ้าบวชเป็นพระแล้ว ถ้ามันยัดเยียดให้เลย มันต้องเป็นความดีทั้งสิ้นสิ ขนาดบวชไปเป็นพระนะ เทวทัตทำลายสงฆ์ แยกสงฆ์ แยกสงฆ์เพราะอะไร แยกสงฆ์เพราะสิ่งอย่างนี้คนอื่นทำไม่ได้ เว้นแต่พระทำ
นี่ไง พระทำๆ ไง พระทำความดีก็เป็นคุณงามความดีของท่านไง พระทำๆ ทำอลัชชี ทำแยกสงฆ์ ทำให้สงฆ์แตกแยก นี่ไง กรรมหนักทั้งนั้นน่ะ
เพราะคนคนหนึ่งเขามีเจตนาของเขา เขาถึงมาบวชพระ บวชพระแล้วเริ่มต้นเจตนาทุกคนก็หวังพ้นทุกข์ทั้งนั้นน่ะ ถ้าไปเจอครูบาอาจารย์ที่ดีงามนะ ไอ้กิเลสที่มันพลิกมันแพลง มันเสี้ยมในหัวใจ อย่าไปเอามัน เพราะสิ่งนี้แหละมันทำให้ฟุ้งซ่าน สิ่งนี้แหละมันทำให้จิตใจเราไม่สงบสุข
คิดบวก เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราเป็นคนแรกที่มีบุญ เราเป็นคนที่มีความพร้อม
สิ่งที่กระทบกระเทือน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนนะ
“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกเธอโดนโลกธรรมเบียดเบียน โลกธรรมกระหน่ำซ้ำ อย่าเสียใจ อย่าร้องไห้ ให้ดูเราเป็นตัวอย่าง”
คือให้ดูองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นตัวอย่าง
ท่านเผยแผ่ธรรมนะ พวกเจ้าลัทธิต่างๆ เขามีลาภสักการะมากมาย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า นั่นน่ะมิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด มันไม่เป็นความถูกต้องชอบธรรม ถ้าความถูกต้องชอบธรรม ศีล สมาธิ ปัญญา
เพราะใจมันทุกข์มันยากขึ้นมา ใจ ใครจะไปแก้ไขมัน
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน สัมมาสมาธินั่นคือตน แล้วมันพึ่งตัวมันเอง เห็นไหม
ท่านเผยแผ่ธรรมท่านน่ะ มีผู้ที่เสียหาย มีผู้ที่โดนแบบว่าทำลายผลประโยชน์ของตนมากมาย จ้างคนมาฆ่า จ้างคนทำลาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดนโลกธรรม ๘ มากที่สุด ทุกคนกระหน่ำจ้างคนนะ จ้างผู้หญิงมาปรับโทษ มาร้อยแปดพันเก้า จ้างคนมาด่า จ้างคนมาตามด่า บิณฑบาต ตามด่าเลย
พระอานนท์ไปด้วย พระอานนท์เป็นผู้อุปัฏฐากไง โอ้โฮ! ทนไม่ไหว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหนีเถอะ เขาด่าเราน่ะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถามว่า แล้วถ้าเธอไปข้างหน้า เขาด่าแล้วเธอจะไปไหนล่ะ อ้าว! ถ้าเธอไปข้างหลัง เขาก็ด่าอยู่ข้างหลังนั่นไง ไปข้างซ้าย ข้างขวา เขาก็ด่าอยู่นั่นน่ะ ที่ไหนเขาด่า ต้องสงบสุขที่นั่น ที่ไหนเขาด่า เขาต้องยุติลงที่นั่น
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่จนปราบพวกมาร พวกสิ่งที่เขาจ้างคนมาด่า จ้างคนมาทำลายมากมายมหาศาล
“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเธอโดนโลกธรรม ๘ กระหน่ำ อย่าเสียใจ อย่าร้องไห้”
แล้วเวลาทำคุณงามความดี ก็เราเป็นสุขไง
พระอานนท์บอกว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหนีเถอะๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็หนี หนีไป แล้วไปจบที่ไหนล่ะ
นี่ไง อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
เหตุเกิดที่ไหน ต้องดับที่นั่น มีเหตุอะไรขัดข้องขึ้นมา ต้องแก้ไขลงที่นั่น แล้วเหตุที่สำคัญที่สุดคือสงสัยนี่ไง ทำดีได้ดีหรือเปล่า เราทำคุณงามความดี ตีโพยตีพายแต่ทำคุณงามความดี
เรานักปฏิบัติ ความดีก็ทำมาแล้ว ทาน ศีล ภาวนา เวลาภาวนาไม่ต้องไปอุทธรณ์กับใคร ไม่ต้องไปทำสิ่งใดทั้งสิ้น เพราะอะไร กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ก็เราทำของเรามา แล้วเรามีสติปัญญาเท่าทันความรู้สึกนึกคิดเราหรือไม่
นี่ไง พระทำ ถ้าพระทำงาน พระเดินจงกรม พระนั่งสมาธิภาวนา นั่นก็แค่กิริยาการกระทำ กิริยา แต่ใจมันสงบไหม ใจมันเป็นธรรมหรือไม่
ฆราวาสทำ มนุษย์ทำ เราก็ทำดีทำชั่ว ถ้ามนุษย์มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนาก็มาบวชเป็นพระ เป็นนักรบ ใครมีอำนาจวาสนาขึ้นมา ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ อนาถบิณฑิกเศรษฐีก็เป็นพระโสดาบัน พระเจ้าสุทโธทนะเป็นพระอรหันต์
เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา เราทำหัวใจของตน เรายกหัวใจของเราให้สูงส่งขึ้น
ศีล วิรัติเอา อธิศีล มันเป็นปกติ มันเป็นสติวินัย มันพร้อมเพรียงของมัน
หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดไง นี่เวลาพูดไง “เวลาจะคิดทีเหมือนแบกหามซุง”
คำว่า “แบกหามซุง” คือมีสติไง
เรานี่อารมณ์ชั่ววูบ ไปแล้ว ไม่ควรทำเลย ทำแล้วเสียใจ ติดคุก แต่สติวินัยนะ มันเท่าทันความคิดทั้งหมดน่ะ แต่เวลาร่ำลือ เห็นไหม หลวงปู่มั่นดุมากๆ
ไอ้ดุอย่างนั้นน่ะ นั่นคือธรรม คนชี้ขุมทรัพย์ให้เรานี่ โอ้โฮ! หายากนะ มีแต่คนเยินยอปอปั้น มีแต่สอพลอปอปั้น ไม่มีหรอกไอ้คนคอยชี้ความผิดของเรา แล้วเวลาหลวงปู่มั่นท่านคอยชี้ๆ อันนั้นน่ะมันเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร
เวลากิริยาของธรรมที่มันรุนแรง รุนแรงเพราะอะไร
รุนแรงเพราะกิเลสมันดื้อ รุนแรงเพราะมันมืดบอด รุนแรงเพราะกะลามันคว่ำไว้ มันไม่หงายของมันขึ้นมา ถ้ามันหงายขึ้นมามันก็มีโอกาสไง
แล้วเวลาทิฏฐิมานะมันเกิดขึ้นอย่างนั้น เห็นไหม ถ้ามีครูบาอาจารย์ที่ดีงามนะ ท่านจะฝึกจะสอน ท่านจะถามเลยว่า ทุกข์มันเป็นอย่างไร สุขมันเป็นอย่างไร แล้วทางสายกลางในพระพุทธศาสนามันเกิดขึ้นที่ไหน
ท่องปากเปียกปากแฉะ จบ ๙ ประโยคมา ทรงจำธรรมวินัย ทำสมาธิไม่เป็น แล้วปัญญาจะรักษาตัวเองก็รักษาได้ยาก
ถ้ามันรักษาตัวเองให้ดีงามขึ้นมา สมถกรรมฐาน ฐานที่ตั้งแห่งการงาน เวลาคนทำงานๆ พระกรรมฐานทำงานไง ภาวนามยปัญญา เวลามันเกิดขึ้นในหัวใจ จักรมันเคลื่อน จักรมันหมุน เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติมามหัศจรรย์ตรงนั้นน่ะ เวลาจักรมันเคลื่อน โอ้โฮ!
ความคิด เราคิดแทบไม่ทัน แต่เวลาจักรมันเคลื่อน มันไวขนาดไหนน่ะ มันบดมันบี้ โอ้โฮ! กิเลสวิ่งหนีหางจุกตูดเลยล่ะ แต่ไม่ได้หนีไปไหนหรอก หนีไปหลบอยู่ที่ภวาสวะ หนีไปหลบอยู่ที่ก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ได้หนีไปไหน
ถ้ามันหนีออกไปได้นะ เห็นไหม จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ อวิชชา มีอวิชชาคือความไม่รู้เวียนว่ายตายเกิด เวลาวิชชามันจะถอดมันจะถอนอันนั้นไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชาอันนั้นไง
อวิชชา พญามารคร่ำครวญร้องไห้ แล้วไม่มีศิลปะที่จะไปต่อกรกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปร้องไห้ฟ้องลูกสาวของตัว ลูกสาวของตัว ความโลภ ความโกรธ ความหลงไง
“พ่อ พ่อเสียใจไปทำไม”
“เจ้าชายสิทธัตถะจะพ้นจากมือเราไป”
“พ่อไม่ต้องเสียใจ เดี๋ยวพวกดิฉันจะไปจัดการเอง”
เวลาไปยั่วไปยวนนะ ไปพะเน้าพะนอไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า นางตัณหา นางอรดี แม้แต่พ่อของเธอ เรือนสามหลัง ความโลภ ความโกรธ ความหลง เรือนยอดของเรือนสามหลัง เราได้หักลงแล้ว ไอ้กิริยาอย่างนี้มันไร้สาระ มันเป็นไปไม่ได้
เห็นไหม เวลากิเลสตายมันต้องมีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป
อะไรคือกิเลส ทำอะไร รู้อะไร ชำระอะไร อะไรมันสิ้นไป ไม่มีอะไรเลย
ถ้ามี เห็นไหม หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านซัก ท่านพิสูจน์ของท่าน เพื่ออะไร เพื่อความแวววาว เพื่อความสะอาดบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา
สิ่งที่ว่ามรรคผลมีหรือไม่มีนั่นน่ะ เมื่อก่อนไม่เชื่อ กึ่งพุทธกาลแล้วไง มรรคผลหมดแล้ว หมดมรรค หมดผล
แต่เวลามันเป็นข้อเท็จจริงไง
“ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม”
แม้แต่เวลาหมดยุคของพระพุทธศาสนา พระปัจเจกพุทธเจ้าก็มาตรัสรู้เองโดยชอบ คนที่สร้างบุญกุศลของเขามา เขามีโอกาสของเขา บุญกุศลนะ มันทำให้เราคิดดีไง บุญกุศลมันเป็นมรรคไง เป็นมรรคก็เป็นมารไง เวลาเป็นมาร มารมันบีบบี้สีไฟในหัวใจของตนไง
เราทำคุณงามความดีของเรา ทำคุณงามความดีของเราเพื่อเป็นจริตเป็นนิสัย แล้วทำคุณงามความดีแล้วยิ้ม ทำอยู่คนเดียวนี่แหละ ไม่มีใครรู้ใครเห็นก็ช่างหัวมึง เรื่องของมึง ไม่เอาเรื่องอย่างนี้มากวนใจเราเอง เราจะเป็นคนดีของเรา เราจะสร้างบารมีในหัวใจของเรา ทำไมเราต้องไปวิตกกังวลกับไอ้เรื่องนินทากาเลร้อยแปดพันเก้า ไร้สาระสิ้นดี
ทำความดีของเรา ทำให้มันถูกต้องชอบธรรม จบ ไม่ต้องไปยุ่งกับใคร ใครเห็นว่าดีงาม เขาเอาไปเจริญหูเจริญตาเขา แล้วเขาจะไปดัดแปลงในใจของเขา แล้วเขาจะสร้างบุญกุศลของเขา นั่นก็เป็นบุญของเขา
ใครเห็นแล้วนะ บอกว่า เออ! ไอ้นี่มันบ้า เขามีความสุขกันนะ มันทำอะไรอยู่คนเดียวนั่นน่ะ มันบ้า
นั่นมันก็เป็นกรรมของเขา มันเรื่องวิบากกรรมในหัวใจของเขา มันเรื่องของเขา มันไม่ใช่เรื่องของเรา ใครจะดี ใครจะชั่วมันเรื่องของเขา เวรกรรมมันก็เรื่องของเขา เราจะทำคุณงามความดีของเรา
หลวงตาท่านยืนยันประจำ ใครจะดี ใครจะชั่วมันเรื่องของเขา เราจะทำความดีว่ะ
เราจะสร้างสมบุญกุศลในหัวใจของตน ฝึกหัดปฏิบัติของเราขึ้นมา ยืนยันกับสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในหัวใจของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นไง นี่ใจของข้า คุณธรรมของข้า โอปนยิโก เรียกร้องสัตว์ทั้งหลายมาดู
มันตาบอด มันไม่รู้หรอก มันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น มันเห็นโลกธรรม ๘ อยากมีลาภ อยากมียศ แล้วก็แย่งชิงกัน
ไอ้ของเรานะ เกษียณแล้ววางไว้นั่น มึงไปแย่งชิงกันนะ กูจะไปอยู่ป่าอยู่เขา อยู่ในบรรยากาศที่สดชื่นแจ่มใสเพื่อความดีงามของพระพุทธศาสนา เอวัง