เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑๒ ก.ค. ๒๕๖๙

เทศน์เช้า วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ชาวพุทธๆ จะพูดถึงเรื่องสมมุติไง สมมุติๆ จริงตามสมมุติ จริงตามสมมุติเพราะเราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มีความรู้สึก แต่ละภพแต่ละชาติทำบุญและทำบาป ทำดีและทำชั่วฝังลงไปหัวใจดวงนั้นจนเป็นจริตเป็นนิสัยแต่ละภพแต่ละชาติ

การเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ถ้ามีอำนาจวาสนา เราจะออกฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ

ทำทานร้อยหนพันหนไม่เท่ากับถือศีลบริสุทธิ์หนหนึ่ง ถือศีลบริสุทธิ์ร้อยหนพันหนไม่เท่ากับทำสัมมาสมาธิได้หนหนึ่ง ทำสัมมาสมาธิถ้าไม่เกิดยกขึ้นสู่วิปัสสนา ภาวนามยปัญญาหนหนึ่ง มันเป็นความมหัศจรรย์ๆ มันเป็นสิทธิเสรีภาพของชาวพุทธที่จะมีอำนาจวาสนา แต่สนใจหรือเปล่า

ถ้าสนใจๆ นะ เวลานักฝึกหัดปฏิบัติไง ละสมมุติๆ

สมมุติมึงยังเป็นไม่ได้เลย สมมุติมึงยังไม่จริงเลย

สมมุติเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นปู่เป็นย่า เป็นตาเป็นยาย สมมุติเป็นลูกเป็นหลาน สมมุติแต่ละวาระๆ มันเจริญงอกงามของมันไป

ละสมมุติๆ เอ็งต้องเป็นสมมุติให้เป็นความจริงก่อน ทำหน้าที่ของสมมุติให้มันชัดเจนขึ้นมา แล้วให้ชัดเจนขึ้นมาแล้ว ถ้ามันไปถึงที่สุด มันต้องพลัดพรากจากไป มันจะเห็นโทษของมันไง

ละสมมุติๆ ละกันที่ไหน ละสมมุติๆ ก็ลืมไปไง ลืมตอนเป็นเด็ก ลืมความดีความชั่ว เอาแต่ความพอใจของตัว มันสมมุติอะไรน่ะ

ศึกษามาๆ ศึกษามาแล้วเพื่อฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ถ้าฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา คนนั้นจะเป็นคนดี

แล้วโลกจะถามเลย ทำไมต้องเป็นคนดี เป็นคนชั่วก็ได้ เป็นคนอะไรก็ได้ ขอให้มันมั่งมีศรีสุข ขอให้มันมีเงินทองมากมาย

ก็ฉ้อโกงเขาไง สุดท้ายแล้วก็ไปอยู่ในคุกไง

ทำดีๆ ความดี ความดีเป็นเส้นทางแห่งการฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ แล้วความดีๆ ความดีที่สูงสุดขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่โคนต้นโพธิ์ไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่โคนต้นโพธิ์พระองค์เดียวเท่านั้น เวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง

วิมุตติสุขๆ ที่ไหนมันมี

มันจะมีได้ต่อหัวใจของผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติไปถึงที่สุดแห่งทุกข์ นั่นล่ะวิมุตติสุขมันอยู่ตรงนั้น

แต่คนที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นไป สมมุติซ้อนสมมุติไง โอ๋ย! จะบรรลุธรรมแล้ว โอ๋ย! จะสิ้นกิเลสแล้ว

สิ้นโอกาสไง

เวลานั่งอยู่ มันจะสิ้นกิเลส เวลามันลุกจากที่นั่งขึ้นมา โอ้โฮ! กิเลสเท่าเก่า ทุกข์กว่าเก่า เพราะอะไร เพราะการฝึกหัดประพฤติปฏิบัติไง งาน งานของแต่ละบุคคลไง งานชอบ งานชอบเราอาบเหงื่อต่างน้ำทำหน้าที่การงานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เพื่อความมั่นคงในชีวิต แล้วความมั่นคงในชีวิต สมมุติไง รู้จักสมมุติไหม แล้วเวลามันพลัดพรากล่ะ

ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด

นี่สมมุติ เพราะมันต้องพลัดพราก มันไม่ใช่ความจริง ไม่ใช่อยู่กับเรา ไม่ใช่สั่งการได้ สั่งการอะไรไม่ได้สักอย่าง สั่งความคิดตัวเองก็ไม่ได้

แต่ถ้าทำความสงบของใจได้ ได้ สั่งได้ สั่งได้ต่อเมื่อชำนาญในวสี ชำนาญในการเข้าและการออก

ที่บอกว่าพระปฏิบัติทำสมาธิไม่เป็น ทำสมาธิไม่เป็น เพราะเขาไม่มีการเข้าและการออก

เขาบอกว่า โอ้! สมาธิมีการเข้าการออกด้วยหรือ

เออ! แสดงว่าเอ็งไม่รู้จัก เอ็งไม่เคยเห็น เห็นแต่สมมุติขึ้น ว่างๆ ว่างๆ สมมุติเอาเอง ว่างๆ ว่างๆ สมมุติน่ะบรรลุธรรมๆ สมมุติเอาเอง นี่ไง ไม่รู้จักสมมุติ

ถ้ารู้จักสมมุติจะบอกว่า โอ้โฮ! สมมุติหลอกกูอีกแล้ว สมมุติหักหลังอีกแล้ว

ทุกข์เจียนตาย ทุกข์เจียนตาย

เราเกิดมา มนุษย์จะล่วงพ้นทุกข์ด้วยความเพียร ความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ แล้วคนที่ฝึกหัดปฏิบัติ ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ เวลาท่านไปเผชิญกับเวทนา ไปเผชิญกับพญามาร หัวปั่นเลย

เราเองอยู่ในสังคมนะ คนนั้นหลอกลวงเรา คนนั้นรังแกเรา คนนั้นกลั่นแกล้งเรา เวลาไปภาวนาสิ เอ็งเห็นกิเลสไหม แล้วกิเลสมันอยู่ไหน กิเลสมันอยู่ที่จิตใต้สำนึกนี้ เวลาขุดคุ้ยขึ้นมา โอ้โฮ! มันตีแผ่ออกมา พญามารน่ะ มันเปลี่ยนหน้าเล่นมาตลอดน่ะ เวลาละครที่เขาเปลี่ยนหน้ากาก

ไอ้นี่มันแพล็บๆๆ งงไปหมด จะละสมมุติหรือ สมมุติก็ยังปั่นหัวมึงอยู่นี่ แล้วก็จมปลักอยู่กับไอ้สมมุตินี่

ทำความสงบของใจเข้ามา คำว่า ทำความสงบของใจเข้ามา” คนที่ไม่มีวาสนานะ จะคิดว่านี่คือนิพพาน ติดสมาธิๆ

คำว่า สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ สมาธิแก้กิเลสไม่ได้” เอ็งรู้จักหรือ เอ็งเคยเห็นมันหรือเปล่า เอ็งเคยสัมผัสมันไหม แล้วเห็นคุณค่ามันหรือเปล่า

สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีสมาธิ จะยกขึ้นสู่วิปัสสนาไม่เป็นและไม่ได้ เพราะสมมุติมันตอแหลอยู่นี่ไง สมมุติมันพลิกแพลงอยู่นี่ไง วางสมมุติได้ วางสมมุติทั้งหมด มันจะเป็นสัมมาสมาธิ คือจิตเดิมแท้

จิตเดิมแท้มันมีอยู่ดั้งเดิม ธรรมะมีอยู่ดั้งเดิม

ก็จิตเอ็งมีอยู่ดั้งเดิม จิตเอ็งมีอยู่แล้ว แล้วไม่มีต้นไม่มีปลาย

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบุพเพนิวาสานุสติญาณ ย้อนอดีตชาติไม่มีวันที่สิ้นสุด พระที่ฝึกหัดปฏิบัติมีกำลังมากน้อยแค่ไหน บางคนได้ ๕ ชาติ ๘ ชาติ ๑๐ ชาติ

มันมีอยู่ในธรรมบทไง มันมีแม่ชีพระอรหันต์องค์หนึ่ง สั่งสอนอบรมพระได้มากมายมหาศาล เวลาพระไปไหน เขารู้วาระจิตไง เวลาพระมา อยากได้อะไร อยากปฏิบัติอะไร เขาเสิร์ฟให้ เขาถวาย แล้วทำให้พระสำเร็จๆ ไปมากมาย ร่ำลือไปทั่ว

มีพระองค์หนึ่งเขาจะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ก็ไปที่นี่ ไปที่อยากจะฝึกหัดปฏิบัติ พอฝึกหัดปฏิบัติไปแล้วมันไม่ได้เข้าที่เข้าทางสักที แม่ชีนั้นเขารู้วาระจิต เขาก็ถวายๆ ขึ้นมา แล้วก็อบรมบ่มเพาะพยายามทำให้ได้ พอทำให้ได้นะ พอถึงทำให้ได้มันก็เกิดมรรคเกิดผลไง

ความเพียรชอบ ความเพียรชอบคือความเพียรที่ถูกต้องชอบธรรม เข้าสู่สายทางในพระพุทธศาสนา

ไม่ใช่ความเพียรที่ว่า ถ้ามันดี โอ๋ย! ชอบ เวลามันไม่ดีก็ผลักไส นั่นน่ะทางสองส่วนที่ไม่ควรเสพ ผิดและถูก แต่ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา เอ็งยึดมั่นถือมั่นไม่ได้ เอ็งสมมุติว่าจะให้มันถูก สมมุติให้มันผิด ไอ้นั่นเอ็งสมมุติของมันเอง

ฉะนั้น เวลาเขาฝึกหัดปฏิบัติไปนะ แม่ชีเขาพยายามจะส่งเสริม ถึงที่สุดเขาสิ้นกิเลส พอสิ้นกิเลส เขาก็ อู้ฮู! บุญคุณมากมายมหาศาล

ดูพ่อแม่เลี้ยงลูกมาสิ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก เพราะพ่อแม่คลอดมา ให้กินเลือดจากอก ดูแลการศึกษา พ่อแม่ให้ชีวิตทั้งหมด ให้สติปัญญา ให้จริตนิสัย เพราะพ่อแม่เป็นครูคนแรกของเรา ดูแบบอย่าง พ่อเป็นอย่างไร แม่เป็นอะไร เป็นอย่างนั้นหมดน่ะ ลูกก็ตาม

นี่ไง เวลาพ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก มีบุญคุณขนาดนั้น นี่พระปฏิบัติขึ้นมา เวลาสิ้นกิเลส อู้ฮู! ซาบซึ้งบุญคุณแม่ชีนี้มาก พอซาบซึ้งบุญคุณ ก็ระลึกอดีตชาติ โอ้โฮ! พอระลึกอดีตชาติไป คอตกเลย โดนแม่ชีนี้ฆ่าๆๆ มาทุกชาติเลย ๙๙ ชาติ

แม่ชีเขากำหนดจิตดูอยู่แล้ วเขารู้ อีกนิดเดียวๆ ให้ระลึกอีกชาติหนึ่ง ชาติที่ ๑๐๐

พระฆ่าเขา ฆ่าเขาชาติหนึ่ง เขาฆ่าตัวเองอีก ๙๙ ชาติ เห็นแล้วมันเศร้า เศร้าใจ

บุพเพนิวาสานุสติญาณ อดีตชาติ พระที่ระลึกได้มากได้น้อย ถ้าระลึกไปถึงชาติที่ ๙๙ แล้วเขาบอกว่า เฮ้อ! เขาทำเรามาตลอด แต่ในชาติปัจจุบันนี้มาส่งเสริมกัน มาเชิดชูกัน มาฝึกหัดปฏิบัติด้วยกัน แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์ไปด้วยกันทั้งหมด วิมุตติสุข เลิกกันสักที

สมมุติๆ

ไอ้เราสมมุติว่าตัวเองเป็นนู่นเป็นนี่ แต่ไม่รู้อะไรเลย เพราะทำสมาธิไม่เป็นนี่ไง

ทำสมาธิเป็นนะ เวลาฝึกหัด ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ เวลามันลงอัปปนา โอ้โฮ! โอ้โฮ! เลยนะ เวลาถอนออกมาเป็นอุปจาระ แล้วมันยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้

ครูบาอาจารย์จะเน้นตรงนี้ไง ทำสมาธิก็ไม่เป็น สมาธิแก้กิเลสไม่ได้

สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ ใครๆ เขาก็รู้ ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติมา ท่านหลงไป หลงว่าสมาธิเป็นนิพพานๆ กูติดสมาธิมา หลวงตาติดมา ๕ ปี ใครอย่ามาหลอกเรื่องสมาธิๆ นะ

ไอ้ของเราบอกว่า ว่างๆ ว่างๆ

สมมุติมันหลอก

ตั้งแต่พุทโธๆ จนพุทโธละเอียด พุทโธ มันมีสติพร้อม มันเห็นอารมณ์ที่หยาบๆ ไง อารมณ์ภายนอก อารมณ์ภายในไง แล้ววางอารมณ์ เห็นไหม เพราะสมาธิไม่พาดพิงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น สมาธิเป็นหนึ่งเดียว ไม่พาดพิงความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ตัวมันเองเป็นจิตที่ดั้งเดิม ที่มันเป็นข้อเท็จจริง แล้วถ้ามันติดอยู่อย่างนั้นน่ะ

ถ้ามันยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ไง สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐานไง สมถกรรมฐานเป็นฐานที่ตั้งแห่งการงาน ฐานของจิต จิตที่ทำงานไง

คนทำงาน ทำงานต้องมีห้องทำงาน มีออฟฟิศทำงานไง

เวลาทำงานๆ เอ็งไปทำงานที่อารมณ์ เอ็งไปทำงานที่สมมุติ เอ็งไปทำงานในสถานะของความเป็นมนุษย์ไง

ถ้าเอ็งละความเป็นมนุษย์ มนุษย์เป็นอุบาสก อุบาสิกา อุบาสก อุบาสิกาต้องมีศีล ๕ ไง ต้องมีศีล ๘ ไง ต้องฝึกหัดปฏิบัติทำความสงบของใจให้ได้ไง ถ้าใจสงบได้นะ ถ้าทำสัมมาสมาธิได้ ถ้ามันยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้นะ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถไง มันเห็น มันรู้ โอ้โฮ!

บัญญัติๆ สมมุติแล้วก็บัญญติ บัญญัติคือบัญญัติธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคล ๔ คู่

บุคคล ๔ คู่เป็นใคร

ตอนนี้สมมุติเป็นพระ ก. สมาธิบัญญัติว่าอะไร แล้วพอยกขึ้น มันจะเกิดปัญญาอย่างไร แล้วเกิดภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดจากการศึกษาหรือ ปัญญาเกิดจากการจดจำมาหรือ ปัญญาเกิดจากสัญญาที่ฟังครูบาอาจารย์สอนมาหรือ ปัญญาที่จะไปขโมยธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามา

ธรรมและวินัยเป็นศาสดา เป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่ของเรา เราไม่รู้อะไรหรอก ทรงจำๆ คือจดมา ลิขสิทธิ์นั่นน่ะ เอาไปใช้ ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์มาหรือเปล่า

ถ้าเป็นจริงๆ ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า พระสารีบุตรไม่เชื่อพระพุทธเจ้า จนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ร่ำลือไปนะ พระสารีบุตรเทศน์บอก ไม่เคยเชื่อพระพุทธเจ้า ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนทำของตนมาทั้งนั้นน่ะ

ไปฟ้องพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านิมนต์พระสารีบุตรมา

“สารีบุตร เธอไม่เชื่อเราหรือ”

โอ้! ก่อนบวชเป็นเศรษฐี เป็นเศรษฐีเงินทองมากมาย มีแต่ความสุขทั้งนั้นน่ะ เวลามันเบื่อหน่าย ออกบวชก็ไปอยู่กับสัญชัย สัญชัยหลอกอีกพักหนึ่ง

เพราะคนมีสติปัญญา มีอำนาจวาสนาไง อ๋อ! อาจารย์หลอกกู กูก็ใม่เอา ทิ้งอาจารย์แล้ว ไปแสวงหา ไปเจอพระอัสสชิ ไปเจอลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ยังไม่เจอพระพุทธเจ้านะ

ไปเห็นพระอัสสชิสำรวมระวังที่ดีงามมาก คนที่มีปัญญาเขาเห็นกิริยา เขารู้ว่ามีสติไม่มีสติไง พอตามไปๆ ให้พระอัสสชิฉันข้าวเสร็จแล้ว เข้าไปถาม

“องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนว่าธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ”

เอ็งเกิดมาจากไหน เอ็งทำอะไร

นี่ก็เหมือนกัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนว่าธรรมมาแต่เหตุ

มันฟุ้งซ่าน มันฟุ้งซ่านเพราะกิเลสมันครอบงำ เพราะสมมุติมันหลอกมันลวง มันปลิ้นมันปล้อน ถ้ารู้เท่ารู้ทันมัน มันก็มีกำลังของมัน เห็นไหม มีกำลัง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนว่า “ต้องไปดับที่เหตุนั้น ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ”

พอแก้ที่ต้นเหตุ พระสารีบุตรฟังธรรมๆ เป็นพระโสดาบันเลย ไปเล่าให้พระโมคคัลลานะฟัง ด้วยคนมีสติปัญญา เป็นพระโสดาบันด้วยกัน บุคคลคู่ที่ ๑ ไง ไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการ เทศนาว่าการ

พ่อแม่เลี้ยงลูก พ่อแม่ปกป้องคุ้มครองดูแลลูก พ่อแม่ให้สติปัญญาลูก ให้เชาวน์ปัญญา เห็นไหม ครูบาอาจารย์ที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา อบรมสั่งสอนขึ้นมา จนพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะเป็นพระอรหันต์ ไม่ซาบซึ้งบุญคุณหรือ

มันยิ่งกว่าซาบ แต่โดยข้อเท็จจริง ถ้าพระสารีบุตรไม่เกิดอาสวักขยญาณ พระสารีบุตรไม่มีสติปัญญาขึ้นมา พระสารีบุตรจะเป็นพระอรหันต์ขึ้นมาได้อย่างไร พระโมคคัลลานะเจโตวิมุตติ เจโตวิมุตติถ้ามันพิจารณาไม่เป็น พิจารณาไม่ได้ จะเป็นพระอรหันต์ขึ้นมาได้อย่างไร

ที่มันเป็นพระอรหันต์ขึ้นมา เป็นพระอรหันต์เพราะว่าบัญญัติ แล้วฝึกหัดปฏิบัติไง ไม่เชื่อพระพุทธเจ้าเลย ความเชื่อมันเป็นอารมณ์ มันอยู่ภายนอก เป็นสัญญา เป็นความจำ

ความจริงๆ เกิดจากปฏิบัติขึ้นมา แล้วภาวนามยปัญญา อาสวักขยญาณฟาดหัวกิเลสไง ฟาดหน้าพญามารไง ฟาดหน้าอวิชชาในหัวใจของตนไง ศิโรราบ แล้วดิ้นพราดๆๆ ตายหมดเลย

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณ ทำลายอวิชชาพญามาร ดิ้นรน โอ้โฮ! เจ็บปวดแสบร้อน ไปฟ้องลูกสาว ไม่รู้จะไปฟ้องใคร ไปฟ้องความโลภ ความโกรธ ความหลง ลูกสาวจะมายั่วมายวนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ไร้สาระ เรือนยอดของเรือนสามหลังคืออวิชชา เราได้หักลงแล้ว ความโลภ ความโกรธ ความหลง กูไปหลงอะไร ถ้าหลงมันก็โลเลไง

มันชัดเจนของมัน มันเป็น อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ต้องจิตดวงนั้น จักขุญาณ ต้องมีจักขุ ต้องจักขุญาณ ญาณของจิต เวลามันภาวนาของมัน เวลามันยกขึ้นสู่วิปัสสนา มันเป็นขั้นเป็นตอน บุคคล ๔ คู่ไง

นี่ไง คู่ที่ ๑ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส คู่ที่ ๒ กามราคะ ปฏิฆะอ่อนลง คู่ที่ ๓ กามราคะ ปฏิฆะขาดไป คู่ที่ ๔ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา สังโยชน์ ๑๐ ขาดหมด ดิ้นพราดๆๆ ยถาภูตัง เกิดญาณทัสสนะ จบสิ้น

นี่ไง ละสมมุติๆ

ละสมมุติอะไร เอ็งเอาสมมุติซ้อนสมมุติ สมมุติหลอกอยู่กับหัวใจดวงนั้นไง อะไรเป็นสมมุติ

นี่ละสมมุติๆ ละที่ปาก ลิ้นสองแฉกนั่นน่ะ

ถ้าเขาละที่ใจ เพราะคนที่ฝึกหัดปฏิบัติมาแล้ว สิ่งที่จิตใจมันพัฒนาเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไปมันมหัศจรรย์ ตัวเองยังมหัศจรรย์ขนาดนี้ แล้วบอกไปใครจะเชื่อ เฮ้ย! มนุษย์ด้วยกันนี่นะ เอ็งทำได้ขนาดนั้นเชียวหรือ

ทำได้ ถ้าทำไม่ได้ไม่เกิดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เกิดหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นขึ้นมา แต่ผู้ที่ทำได้ๆ สร้างอำนาจวาสนามามากน้อยขนาดไหน

หลวงปู่มั่นท่านบอกเลย ท่านปรารถนาเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อไป แล้วท่านมาลาความเป็นพระโพธิสัตว์อันนั้น แล้วมาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา

หลวงปู่เสาร์ปรารถนาเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ครูบาอาจารย์ของเราได้ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ได้สร้างอำนาจวาสนาบารมีขนาดไหน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งแต่พระเวสสันดรไป

ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ ขึ้นมา มันต้องมีอำนาจวาสนา ต้องมีศักยภาพในหัวใจดวงนั้น นี่ไง ถ้ามีศักยภาพในหัวใจดวงนั้น ถ้ามันไปเจอสิ่งใดในหัวใจ ที่ไอ้สมมุติๆ ที่มันหลอกมันลวง ไม่หวั่นไหว ไม่ให้สมมุติมันจูงจมูกไป รั้งไว้ แล้วพิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ แล้วจริงหรือเท็จแล้ว แล้วพยายามฝึกหัดให้ชำนาญในวสี ชำนาญในการคัดเลือก

สมาธิๆ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ ถ้ามีสมาธิ มันจะมีความสงบสุขของมัน ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ มันจะเกิดธรรมจักร เกิดจักรที่เคลื่อนในหัวใจ ภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดอย่างนี้ ปัญญาเกิดจากจิต ปัญญาเกิดจาก จกฺขุํ อุทปาทิ เกิดจักขุ เกิดความรู้ เกิดความเห็น เกิดความมหัศจรรย์

ของเราน่ะ ของพระสารีบุตร จะเชื่อพระพุทธเจ้าได้อย่างไร

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก ใช่

มันต้องใช่ พอใช่แล้วก็เป็นสมบัติของพระอรหันต์องค์นั้นๆ แล้วนี่เป็นธรรม ธรรมาวุธ อาวุธที่จะอบรมบ่มเพาะกิเลสในหัวใจของสังคม ของโลก เว้นไว้แต่สังคมมันไม่เอา ก็เรื่องของมึง

มันไม่มีอะไรเกินเลยกับหัวใจดวงนั้นอีกแล้ว หัวใจดวงนั้นมีคุณค่าขึ้นมา พิสูจน์ขึ้นมาเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา เป็นปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก แล้วธรรมเหนือโลกๆ ถ้าครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรม มันเหนือโลกจริงๆ

นี่ไง ไอ้แบงก์ก็เศษกระดาษ ไอ้กระดาษเปื้อนหมึก มันเป็นได้ต่อเมื่อหัวใจที่มันเป็นธรรม เพราะธรรมมันเหนือโลก มันมีคุณค่ามากกว่านั้นมหาศาล

ไอ้เราบอกว่า ไอ้นี่มันสมมุติ

เอ็งอย่าเผลอนะ เผลอ มึงไปดูบัญชี เหลือศูนย์เลย เผลอไม่ได้ ไว้ใจใครไม่ได้ กาลามสูตร ห้ามเชื่อทั้งนั้น

นี่ไง จะแก้สมมุติๆ แก้ความรู้สึกนึกคิดของเรา แก้ให้มันเข้าสู่ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา

ทำไมต้องเป็นคนดี ทำไมต้องมาปฏิบัติ ชีวิตแค่นี้ก็ทุกข์ตายอยู่แล้ว ยังต้องมานั่งทรมานตนกันอีก

นั่นแหละทรมานกิเลส นั่นแหละนักรบ จะรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยาก จะรบกับซาตาน จะรบกับพญามาร แล้วพญามารมันอยู่ที่ฐีติจิต มันอยู่ที่จิตใต้สำนึกของบุคคลคนนั้น

เรามีอำนาจวาสนา เราได้มาเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราถึงได้มาฟังธรรมอย่างนี้ แล้วถ้ามีสติปัญญา เอาไปคัดเลือก อย่าเชื่อ กาลามสูตร พระพุทธเจ้าสอนห้ามเชื่อๆ

อย่าไปเชื่อนะ พระมันโกหก กำลังจะหลอก หลอกให้เราล้มเหลวในชีวิต

ศาสนาอบรมบ่มเพาะให้สังคมร่มเย็นเป็นสุข ยิ้มสยาม ยิ้มสยามก็ยิ้มออกจากหัวใจ ยิ้มจากคนที่มีศีลมีธรรม คนที่ใจเป็นบุญเป็นกุศล มันถึงจะยิ้มสยาม พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติสยาม มันถึงออกมาจากความรู้สึกนึกคิดอันนั้น แล้วมันจะไปโกหกมดเท็จเพื่อสิ่งใด

คนที่เป็นธรรมๆ เขาไม่ทำ เพราะนั่นเป็นบาปเป็นกรรม บาปกรรมมันกดถ่วงหัวใจ ทำให้จิตใจเจ็บช้ำ บุญกุศลมันเบา มันเฟื่องฟูอยู่ความสงบสุข

เราทำบุญๆ

ทำไมต้องเป็นคนดี

เป็นคนดีเพื่อจิตของตน เป็นคนดีเพื่อจริตนิสัย เป็นคนดีเพื่อหัวใจดวงนี้ เอวัง