เทศน์เช้า วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสัจธรรม นี่ของจริง ของจริงที่เป็นนามธรรม แล้วที่มันจะไขว่คว้าได้มีอะไร
หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไว้ “มีอย่างเดียวเท่านั้นที่พิสูจน์ธรรมะได้ คือหัวใจของคน”
หัวใจๆ พิสูจน์ธรรมะได้ แต่ทุกข์เกือบตาย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนพระโมฆราชนะ “เธอจงมองโลกนี้เป็นความว่าง”
โลกนี้ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรเลย แต่คนมันเกิดมา สัตว์มันเกิดมา สิ่งมีชีวิตมันเกิดมา มันเกิดมาเพราะอะไรล่ะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเลย กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา
เราเห็นแต่มนุษย์ เห็นแต่สัตว์ สัตว์อบายภูมิ นรกอเวจี เราพิสูจน์อย่างไร สวรรค์พิสูจน์อย่างไร พิสูจน์ได้ไหม
เพราะมันเป็นอย่างนี้ไง หยินกับหยาง รูปกับนาม มันมีของมันไง ถ้ามีของมันแล้ว จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แล้วก็ซื่อบื้อ แบกทุกข์ หามทุกข์กันอยู่อย่างนั้นน่ะ ไม่มีใครสามารถหาทางออกได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง หัวใจอันนั้นพิสูจน์ธรรมะไง พิสูจน์ธรรมะแล้วนะ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ บุพเพนิวาสานุสติญาณ เรามาจากไหน เรามาจากไหน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่าเราเคยเป็น เพราะปัจจุบันนี้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรามาจากไหน มาปัจจุบันเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ที่มันจะมาเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ ตั้งแต่พระเวสสันดรไปทศชาติ ๑๐ ชาติ สร้างคุณงามความดีมาทั้งนั้นน่ะ สร้างคุณงามความดีมาจนจิตมันเป็นความดีไง
คนคิดบวก คิดลบไม่เป็น คิดลบไม่ได้ แต่ไปเผชิญสังคม เทวทัตๆ ตั้งแต่ชูชก คิดลบทำลายล้างมาทุกภพทุกชาติ มาเกิดเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็มาเกิดเป็นเทวทัต ก็ตามมาทำลายล้าง ไม่จบ แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้อาฆาตมาดร้ายเลย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เขาจะมาขอขมาไง ขอขมาเพราะเขาระลึกได้ คิดได้ ยังดี ยังคิดได้ ยังสำนึกความผิดได้ จะมาเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะมาขอขมาลาโทษ จะไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พอจิตมันเป็นธรรมไง พอเคารพแล้ว ร่างกายนี้มันสกปรก จะไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องชำระร่างกายให้สะอาดก่อน ลงจากแคร่ หามกันมา มันจะตายอยู่แล้ว ใกล้ตาย หามกันมา พอเท้าจรดดิน พรวด สดๆ ร้อนๆ สดๆ ร้อนๆ
กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมาไง
มีใครบ้างที่ดำริจะฆ่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มี ไอ้พวกลัทธิศาสนาต่างๆ มันอิจฉาตาร้อนทั้งนั้นน่ะ ถ้วยลาภๆ เขาเคยยิ่งใหญ่ เขาเคยมีคนเคารพนบนอบไง พอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก ไม่ใช่ๆๆๆ ไม่ใช่คือมันว่างเปล่า ทำแล้วมันเสียฟรี ไม่ได้ประโยชน์อะไร ไม่มีประโยชน์ก็ละทิ้งๆ ไง
คนคิดดำริในหัวใจที่จะทำลายล้างพระพุทธเจ้ามากมาย แต่คนที่ลงมือคือเทวทัต จ้างนายแม่นธนูไปยิง จ้างคนไปด่า ทุกอย่าง สุดท้ายระลึกได้
สิ่งที่ว่าลงนรกอเวจี ไอ้ตรงนั้นไง ไอ้ตรงที่ทำน่ะ ไอ้ตรงที่ทำ เห็นไหม
เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ทำดีทำชั่ว ทำดีทำชั่ว หัวใจที่มันเอาไปได้ก็บุญและบาป ดีหรือชั่วที่มันได้กระทำ
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอน เราทำมาหากินไง ได้เงินมาบาทหนึ่ง เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่สลึงหนึ่ง ทำธุรกิจการค้าสลึงหนึ่ง เลี้ยงครอบครัวสลึงหนึ่ง อีกสลึงหนึ่งฝังดินไว้ ฝังดินไว้
เสียสละ เจตนาเกิดจากจิต ทำดีทำชั่วเกิดจากจิต ความคิดเกิดจากจิต ไม่ใช่จิต แล้วกิเลสมันครอบงำตรงนั้นน่ะ เวลามันครอบงำตรงนั้นมันก็ไหลไปไง พอมันไหลไป เพราะจิตใต้สำนึกคนมีอวิชชา
หลวงปู่มั่นสอนไว้ไง บ้านของกิเลส บ้านของอวิชชาคือฐีติจิต จิตใต้สำนึกนั้น
เพราะจิตใต้สำนึกเพราะอะไร เพราะมันคุมจิตดวงนั้น เพราะจิตดวงนั้นเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ถ้ามันทำคุณงามความดีไว้ มันก็ไปเกิดเป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหม มันก็มีอวิชชาควบคุมมันไป
เวลาเทวดา อินทร์ พรหมมาฟังเทศน์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาฟังเทศน์หลวงปู่มั่นไง ฟังเทศน์หลวงปู่มั่นเพราะอะไร เพราะเขาเป็นสัมมาทิฏฐิ เขาถึงระลึกถึง ชีวิตมันเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่ออะไร ทั้งๆ ที่เป็นเทวดาก็ไม่หลงระเริงกับทิพย์สมบัติอันนั้นไง เพราะเวลามันตาย เทวดาตาย พรหมตาย ก็เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมาเกิดเป็นเราไง เวลาตายจากพรหม ลงนรกไปเลยไง
นี่ไง อวิชชาไง พญามารไง
โลกนี้ว่างเปล่า ว่างเปล่าเพราะธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เธอจงมองโลกนี้เป็นความว่างเปล่า
ถ้ายังภาวนาไม่เป็น ถ้าความว่างเปล่านะ ดูโลกนี้สิ เราโดนโลกธรรม ๘ กระหน่ำรุนแรงทั้งนั้นน่ะ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ กระทำ ถ้ามันว่างเปล่า มันก็ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่เดือดไม่ร้อนไง แล้วสิ่งที่มันโดนโจมตีเพราะอะไร
กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา มีเวรมีกรรมมาต่อกันมา ไม่มีเวรไม่มีกรรมต่อกันมา ดูสิ มนุษย์เกิดมาในโลกนี้มากมาย ทำไมเขาไม่มายุ่งอะไรกับเราเลย ทำไมมันมายุ่งแต่ในพระพุทธศาสนาชาวพุทธล่ะ พวกศรัทธา พวกสายบุญสายกรรมนั่นน่ะ ฟาดฟันกันอยู่นั่นน่ะ มันเป็นประโยชน์กับใคร
ถ้าครูบาอาจารย์มองโลกนี้เป็นความว่างเปล่า ก็กรรมของเอ็งไง เอ็งฟาดฟันกันไปเถอะ
ฝังดินไว้ๆ มันฝังลงที่หัวใจนั้นหมด ดีหรือชั่ว
เพราะดีหรือชั่ว เวลามันเป็นไปๆ เวลาสิ่งที่มันเกิดขึ้น เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ทำไมคนนั้นเขาอุดมสมบูรณ์ คนนั้นเขามีคนอุ้มชูบูชา ทำไมเรานั่งอยู่คนเดียว ไม่มีใครสนใจเลย เพราะอะไร เพราะเอ็งไม่ได้ทำมา
เพราะเราบวชเป็นพระไง เวลาออกธุดงค์ไง ไปกับพวกพระด้วยกัน เวลาไป มันวัดบารมีธรรม
เวลาครูบาอาจารย์ คนที่มีบารมีในสายหลวงปู่มั่น หลวงปู่ฝั้นท่านสร้างของท่านมา แล้วยิ่งหลวงตาพระมหาบัว เพราะหลวงปู่มั่นรอแล้วรออีก
“มหาดีทั้งภายนอกและภายใน”
ภายนอกดูสิ กู้ชาติ ภายในเป็นพระอรหันต์ แล้วยังมีข้อวัตรปฏิบัติ เห็นไหม ภายนอก ภายใน
ภายนอกคือข้อวัตร ตอนที่ยังไม่ออกมาโครงการช่วยชาติฯ ใครแหยมไม่ได้เลย มาลบหลู่พระพุทธศาสนาไม่ได้ สิ่งที่ทำมันย่ำยีพระพุทธศาสนา ธรรมและวินัยๆ ไง เหยียบหัวพระพุทธเจ้าก็เหยียบธรรมและวินัยไง ธรรมและวินัยเป็นศาสดาไง ลบหลู่ธรรมและวินัยแล้วจะมาฝึกหัดปฏิบัติ ท่านไล่หนีหมดน่ะ
นี่ไง เวลาที่หลวงปู่มั่นรอ รออย่างนั้นไง รอคนที่ได้สร้างอำนาจวาสนาบารมีมา
ถ้าไม่ได้สร้างอำนาจวาสนาบารมีมานะ พอหลวงปู่มั่นดุทีเดียว โอ้โฮ! มันโจมตีเลย ไม่รัก ลำเอียง
แต่หลวงตาท่านบอกเลย ท่านเป็นเขียง เป็นเขียงให้หลวงปู่มั่นสับๆๆ
เพราะท่านมีอำนาจวาสนานะ คนมีอำนาจวาสนาจะรื่นเริงอาจหาญ ภูมิใจไง ภูมิใจว่าได้เป็นบุคลากรในพระพุทธศาสนา ให้หลวงปู่มั่นได้แสดงธรรม
ถ้าไม่เป็นเขียงให้สับ คือว่าท่านสับท่านโขกหลวงตาพระมหาบัว ตีวัวกระทบคราดไง ไอ้พวกที่เข้าไปอ่อนด้อยอย่างนี้ เข้าไปจะให้ อู๋ย! ลอยไปลอยมา เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นไง
หลวงปู่มั่นบอกไว้หมดน่ะ ไอ้พวกแซงหน้าแซงหลัง
มันมาเอาแบรนด์ เอาเชื้อเอาไข แล้วก็ไปขายกิน มันไม่เป็นข้อเท็จจริงไง
แต่ท่านพูดเอง เราเป็นเขียง ให้หลวงปู่มั่นสับๆๆ คือพวกที่อ่อนไหว แตะไม่ได้เลย พูดถึงความผิดพลาดเขา เขาโกรธนะ ต้องพูดถึงคนอื่นกระทบไป ถ้ามันมีวาสนามันก็คิดได้ มันก็เป็นประโยชน์กับมัน
ถ้ามันคิดไม่ได้มันก็บอก เขาว่าคนอื่น เขาว่าคนอื่น ไม่ได้ว่ากู แต่เวลาทอง มันอยากหยิบเอาเอง ลาภนี่มันตะครุบเลย แต่เขาให้อริยทรัพย์มึง มึงยังโง่
นี่ไง เวลาอยู่กับครูบาอาจารย์ถ้าเป็นธรรมๆ ไง คนเป็นธรรมอาจหาญรื่นเริง ยิ่งครูบาอาจารย์สับ โอ้โฮ! มันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า นี่ไง พิกุลร่วงจากปาก ร่วงจากปาก ถ้าไม่ได้แสดงธรรม ท่านไม่พูดกับใครหรอก มันเรื่องไร้สาระ
โลกนี้ว่างเปล่า โลกนี้เป็นความว่าง ไม่มีสิ่งใดเลย ไอ้สิ่งที่มีอยู่นี่เป็นเวรเป็นกรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม เขาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ
เธอจงมองโลกนี้เป็นความว่าง
มองเป็นความว่างได้มันต้องมีสติมีปัญญาไง ถ้าไม่มีสติปัญญา ว่างตรงไหนล่ะ มันจะกว้านมาเป็นของมันหมดน่ะ แล้วกว้าน ๓–๔ โลก มันยังเอาไม่พอเลย ตัณหาความทะยานอยาก แล้วเวลาใช้สอยแค่นั้นน่ะ ดูสิ ห้างสรรพสินค้ามันขาย ไปกว้านซื้อกันมาเก็บไว้ในบ้านเต็มเลย ไม่ได้ใช้ อยากได้ๆ
มองโลกเป็นความว่าง นี่ไง พระถือผ้า ๓ ผืน ธุดงควัตร ฉันมื้อเดียว วันพระ วันโกน เนสัชชิก ไม่นอนทั้งนั้นน่ะ เพื่ออะไร ก็เอ็งจะเป็นนักรบไง ถ้าเอ็งจะเป็นนักรบ เอ็งก็ต้องรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของเอ็ง
กิเลสตัณหาความทะยานอยาก ครอบครัวของมารมีอวิชชา คือพ่อของมัน มันมีลูกสาว ๓ คน ความโลภ ความโกรธ ความหลง ยังมีกิเลสจรมาในหัวใจอีกมากมายมหาศาล แล้วมันขี้ใส่หัวใจให้ทุกข์อยู่นี่ไง มันคิด มันลุ่มมันหลง มันพลิกมันแพลง
ความคิดเราทำลายใคร ทำลายต่อเมื่อเราคิดแล้วเราวางแผนแกล้งเขา นั่นทำลายเขา ความคิดมันทำลายใคร ก็ทำลายมึงนั่นแหละ ทำลายหัวใจเอ็งนั่นแหละ ไปกว้านเอาฟืนเอาไฟมาทั้งหมดน่ะ แล้วเผาๆๆ
คนฉลาดไง มองโลกนี้เป็นความว่าง ไม่ไปกว้านมา กรรมของสัตว์
ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมนะ เวลาท่านมองสิ่งใดแล้วท่านปลงธรรมสังเวช
อย่าดูถูกความนิ่งอยู่ของพระอริยเจ้า
พระอริยเจ้านิ่งอยู่ ดู เห็น คิดทั้งหมดแล้ว อยู่ในใจ ไม่มี ไม่ไปกว้านเอาฟืนเอาไฟมา แต่มันมองได้ด้วยธรรมไง
ด้วยธรรม ก็มันต้องมีเหตุ มันต้องมีปัจจัย มันถึงเกิดอย่างนั้นน่ะ ที่มันเกิดอย่างนั้นเพราะอะไร เพราะเอ็งไปกว้านมันมากันทั้งนั้นน่ะ แล้วไปกว้านเอามา เวลามันเผาลนหัวใจก็มาทุกข์มาร้อนนั่นน่ะ ถ้ามีสติปัญญานะ วาง สิ่งใดที่เกิดขึ้น
หลวงตาพระมหาบัวท่านพูดนะ โครงการช่วยชาติฯ หลายหมื่นล้าน หลายๆ หมื่นล้านเป็นสมบัติสาธารณะทั้งนั้นน่ะ สุดท้ายท่านก็เหลือผ้า ๓ ผืนเหมือนเดิม สมบัติของท่านก็มีผ้า ๓ ผืน บาตร ๑ ใบ บริขาร ๘ เท่านั้นเป็นสมบัติของสงฆ์ นอกนั้นเป็นสมบัติสาธารณะ สมบัติสาธารณะเพื่อสังคม เพื่อความสงบสุขในสังคมนั้น ถ้าผู้นำเป็นธรรม
ถ้าผู้นำไม่เป็นธรรม ทำอย่างนั้นไม่ได้ มันไม่มีความเชื่อถือ แล้วใครจะเจือจานกันไม่ได้
โลกนี้เป็นความว่าง ทำไมคนที่มั่งมีศรีสุขเขาถึงโอบอุ้มดูแลผู้ที่ทุกข์ที่ยากล่ะ เพราะใจเขาเป็นธรรมไง ถ้าใจเขาเป็นธรรมได้ แล้วใจเขาเป็นธรรม เขาจะเชื่อใจใครได้ไง เขาก็ต้องเชื่อผู้ที่ไม่เห็นแก่ตัว ผู้ที่ไม่หลบไม่เลี่ยง ไม่พลิกไม่แพลง ไม่หน้าไหว้หลังหลอก
นี่ไง ก็เลยเชื่อมั่น ก็เลยช่วยกันกู้ชาติขึ้นมาไง แล้วกู้ชาติขึ้นมา มันก็เป็นอำนาจวาสนาบารมี
มองโลกนี้เป็นความว่าง มันผ่านไปแล้ว มันเป็นอดีตไปแล้ว เรายังไปเก็บมาคิดนะ
ว่าไม่ให้ไปกว้านมาไง
ความดี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้วนะ วันวิสาขบูชา ตั้งแต่วันเกิดเดือน ๖ ค่ำ วันเกิด วันตรัสรู้ วันปรินิพพานเป็นวันเดียวกัน แต่มันก็ ๒,๐๐๐ กว่าปีแล้ว แต่ละปีๆ ฉลองกัน ฉลองเพราะอะไร
เมตตาคุณ ไม่มีพระพุทธศาสนาก็เซ่อเซอะอยู่อย่างนั้นน่ะ ไม่รู้อะไรเป็นอะไรหรอก รู้ รู้วิชาชีพ เป็นดอกเตอร์ เป็นศาสตราจารย์ แต่ทำสมาธิไม่เป็น
ทำสมาธิเป็น หมายความว่า ผู้นั้นรักษาหัวใจของตนเป็น ผู้ที่รักษาของตนเป็น สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี
สุขที่แสวงหากันในสามแดนโลกธาตุ ไม่เคยมีความสุขจริง มันเจือด้วยอามิส เจือด้วยเวรด้วยกรรมของสัตว์ทั้งสิ้น
แต่ถ้าเราทำของเราได้ เรามีอำนาจวาสนาของเรา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนมีอำนาจวาสนา ตนวางพวกความฟุ้งซ่าน ความยึดมั่นถือมั่น ทิฏฐิมานะที่มันเกิดจากจิตที่มันปั่นหัวใจให้มันทุกข์อยู่นี่ วางมันได้ วางมันได้ด้วยคำบริกรรมพุทโธ ทำความสงบ ๔๐ วิธีการ
จิตมันสงบระงับเข้ามา สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี
เราหาความสุข หาความสุขก็เพื่อตัวเองทั้งนั้นน่ะ แล้วมันมีความสุขจริงไหมล่ะ พอได้มาแล้ว เอ๊อะ! ไม่จำเป็นเลยว่ะ ทุกข์เกือบตาย พอได้อะไรมา เอ๊อะ! มันเป็นของภายนอก ไม่ใช่ของภายในว่ะ
แล้วนักปฏิบัติทั้งหลายทำสมาธิไม่เป็น ส่งออกทั้งนั้น ว่างๆ ว่างๆ
ว่างก็อวกาศไง ในตุ่มในไหก็ว่างไง แล้วมันมีชีวิตไหม
แต่เวลาจิตมันพุทโธๆ จนจิตมันเป็นตัวมันเอง สัมมาสมาธิคือไม่พาดพิงอารมณ์ คือความคิด แล้วว่างๆ นี่ใครคิด ใครบอกว่าว่าง แล้วถ้าตัวมันเองเป็นความจริงล่ะ มันถึงมหัศจรรย์ไง พอมหัศจรรย์ขึ้นมาแล้วนะ ก็ได้หนเดียวทั้งชีวิตนั่นน่ะ
กรรมฐานทำสมาธิแล้วเสื่อมทั้งนั้นน่ะ โดยธรรมชาติ สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา เจริญแล้วเสื่อม
แต่มันไม่เคยมีเลย มันไม่เคยเจริญเลย คนไม่เคยมีตังค์เลย มันอิจฉาเขาไปทั้งนั้นน่ะ คนมีเงินมากมายมหาศาล แต่เขาบริหารของเขาได้นะ
ชำนาญในวสีไง ชำนาญในการเข้าและการออก ชำนาญในการดูแลไง ถ้าชำนาญในการดูแล เห็นไหม
สรรพสิ่งในโลกนี้ที่เป็นนิจจัง เป็นมั่นคงถาวร ไม่มี ไม่มี ไม่มี
แล้วถ้ามันเป็นจริงขึ้นมาล่ะ
สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี มันถึงมหัศจรรย์ในหัวใจของตน ในพระพุทธศาสนา ในพระปฏิบัติสายหลวงปู่มั่นที่เป็นข้อเท็จจริง
ไอ้พวกแซงหน้าแซงหลัง ไอ้กะล่อนปลิ้นปล้อนมากมายๆๆ
ไอ้ที่เป็นจริงเขานิ่ง
เพราะคนพิสูจน์ได้ยาก วาสนาเขาไม่มี
บอลโลก เห็นไหม เมสซี่มันดังขนาดไหน คนทั้งโลกมีกี่คน
คนปฏิบัติ หัวใจที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ที่มีอำนาจวาสนาบารมี ที่จะมีการฝึกหัดปฏิบัติตามข้อเท็จจริง ตามสัมมาทิฏฐิ
ประเทศไทย มีหลวงปู่มั่นที่มาพิสูจน์ความจริง แล้วเป็นคนตรวจสอบลูกศิษย์ของท่านที่ธรรมทายาท หลวงปู่แหวน หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่มั่นเทศน์สอนอบรมมาทั้งนั้น
ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ที่เป็นจริง พระพุทธศาสนายังโม้กันไปไม่มีวันจบวันสิ้น
แต่มีครูบาอาจารย์ที่แท้จริง ก.ไก่ ก.กา ว่ามา ทำผิดทำถูกอย่างไรว่ามา มันต้องมี ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ มันต้องมีเหตุมีผลสิ
ทำอะไรไม่เป็นเลย ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย สิ้นกิเลส
เออ! มึงเพ้อเจ้อไปเถอะ
แล้วธรรมสังเวช สังเวชว่า เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มีครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรม เป็นสัจธรรม พิสูจน์ความจริงอยู่แล้ว
แต่เราก็ถากก็ถาง ไปกว้านเอาฟืนเอาไฟมาเผาตน
กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ปลงธรรมสังเวช สังเวชผู้ที่หาบาปหากรรมใส่หัวใจของตน เอวัง