น้ำลง
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
เทศน์พระ วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรมะเพื่อเป็นการเบิกหัวใจของตนให้แช่มชื่น ชื่น แจ่มแจ้งในสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังธรรมๆ เพื่อหัวใจดวงนี้ไง ถ้าหัวใจดวงนี้มันฟังธรรม สัจธรรมอันนั้นไง
จากใจดวงหนึ่งสู่ใจดวงหนึ่ง
ใจดวงที่มีสะอาดบริสุทธิ์ ใจดวงที่เป็นธรรมมันไม่มีเลศนัย ใจที่มันเป็นธรรม
ปากพูดธรรมะมันเป็นลมปาก แต่หัวใจมันบิดเบี้ยวเพราะหัวใจมันไม่เป็นธรรม
ถ้าหัวใจเป็นธรรม หัวใจเป็นธรรมนะ จะแสดงอย่างใด จะพลิกแพลงอย่างใดมันก็เป็นธรรมวันยังค่ำเพราะตัวมันเป็นธรรม มันจะเป็นกิเลสไปไม่ได้
แต่ถ้าใจมันมีกิเลสอยู่เต็มหัวใจ แสดงธรรมอย่างไรมันก็เป็นกิเลส เพราะปากมันเป็นลมปากแสดงธรรม แต่หัวใจมันเป็นกิเลส
ฉะนั้น เราฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ ถ้าหัวใจดวงนี้ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมไง พระสาวกสาวกะที่ได้ยินได้ฟังจะสูงจะต่ำชั้นกันไป ใครมีอำนาจมากน้อยขนาดไหน
ถ้ามีอำนาจวาสนา วัวปากคอกๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมเป็นพระอรหันต์ทันทีเลย ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติขึ้นมาก็เหมือนกัน ท่านเป็นสัจจะเป็นความจริง มันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจดวงนั้น เป็นปัตจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก
ถ้าเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก วงกรรมฐาน วงกรรมฐานเขาเรียกภาวนาเป็น เวลาภาวนาเป็น มันไว้วางใจได้ พาดกระแสๆ เป็นพระอรหันต์ไปอนาคตแน่นอน
แต่ถ้ามันยังไม่เป็นธรรมๆ มันพลิกมันแพลง มันปลิ้นมันปล้อน มันหลอกมันลวง แล้วหลอกลวงใคร หลอกลวงใจที่มันครอบครองอยู่นั่นไง มันจะเป็นใครล่ะ จะเป็นนาย ข. นาย ง. ต่างๆ มันเป็นใครก็แล้วแต่ ถ้ามันอยู่ใต้อำนาจของกิเลสก็กิเลสวันยังค่ำ แก่นที่เหนียวแน่นของกิเลส แก่นของมัน แก่นกิเลสที่มันครอบครองหัวใจของสัตว์โลก แล้วมันเป็นนามธรรม
ดูสิ คนเจ็บไข้ได้ป่วยไปโรงพยาบาลหาหมอ เป็นโรคอะไรๆ
แล้วนักปฏิบัติเป็นโรคอะไร แล้วเป็นอะไร
ก็เป็นกิเลสไง แต่กิเลสมันพลิกมันแพลง มันพลิกแพลงของมัน เห็นไหม สิ่งที่ว่าบังเงาๆ ธรรมะเป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นี่ไง คนเจ็บไข้ได้ป่วยไม่รักษามันก็หายได้ เป็นหวัดเป็นไอ เจ็บไข้ได้ป่วยเดี๋ยวมันก็หายเอง เวลาหายเองก็ อืม! หายจากโรคภัยไข้เจ็บไง
นี่ก็เหมือนกัน มันจะทุกข์มันจะยากขนาดไหน กิเลสมันปล่อยมือหน่อยนะ มันก็พอทนไปได้ไง สิ่งนั้นน่ะมันเป็นอะไร
เจ็บไข้ได้ป่วยไม่รักษามันก็หายได้ เวลาเป็นมะเร็งอย่างนี้ เป็นโรคภัยไข้เจ็บที่รุนแรงไม่รักษา ตายอย่างเดียว
กิเลสมันครอบครองหัวใจของสัตว์โลก มันไม่ปล่อยใครรอดมือมันไปหรอก เป็นไปไม่ได้ ทำเผลอๆ ทำลืมๆ แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์มันไม่มีหรอก นี่ไง ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา มันจะเป็นพระอรหันต์ไปได้อย่างไร นี่ไง มันก็อยู่ใต้อำนาจของกิเลสทั้งนั้นแหละ แต่กิเลสประเภทใดล่ะ
หยาบๆ ขึ้นมาก็เห็น ความโมโหโกรธามันเป็นกิเลส เวลามันหงอยเหงา มันเฉาอย่างนั้นน่ะ ไอ้อย่างนั้นมันเป็นอะไร
กิเลส อุปกิเลสนะ อุปกิเลส ๑๖ ความว่างกิเลส สว่างไสวกิเลส กิเลสทั้งนั้นน่ะ มีอะไรไม่เป็นกิเลสบ้าง แต่ทำลืมมันไง ทำสำอางไง มันจะเป็นธรรมไปตรงไหน
ฝึกหัดปฏิบัติเข้า เวลาฝึกหัดปฏิบัติเข้า ครูบาอาจารย์ที่ท่านฝึกหัดปฏิบัติมานะ เวลามันทุกข์มันยากขนาดไหนก็รู้ พ่อแม่ที่คุ้มครองดูแลลูกของตน พ่อแม่คุ้มครองดูแลตรากตรำมาขนาดไหนทำไมพ่อแม่ไม่รู้ ครูบาอาจารย์ที่ท่านฝึกหัดปฏิบัติมาทำไมท่านไม่รู้
เพราะท่านรู้และท่านมีอำนาจด้วย มีวาสนาด้วย ท่านถึงพลิกแพลง ท่านถึงหาหนทาง ท่านถึงกำจัดกิเลสในใจท่านเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นมา มันล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน มันเผชิญหน้ากิเลสขนาดไหน มันต้องเผชิญกับมัน แล้วต่อสู้กับมันขนาดไหน ปัตจัตตัง สันทิฏฐิโก ชนะตนเอง ชนะอารมณ์ความรู้สึก ชนะความลุ่มหลงในใจ
ใจที่มันลุ่มหลงไปมันไม่รู้เหนือรู้ใต้ แล้วใครจะเตือนมันได้ แม้แต่ครูบาอาจารย์ เวลาท่านปฏิบัติของท่าน ถ้าท่านมีธรรมจริงนะ มันสังเวช มันเห็นแล้วมันสังเวช มันสังเวช เป็นเพราะอะไร
เพราะก็เคยเจอมาก่อน เราเคยเจอสภาพนั้นมา แต่ด้วยวาสนานะ ถึงมันจะพลั้งเผลอไปบ้าง มันก็ตั้งสติขึ้นมาได้ ถ้ามันพลั้งเผลอไป มันตั้งสติไม่ได้ ก็ดูเอา พาลชล ประชาธิปไตย เสมอภาค เสมอภาคเพราะมึงได้ประโยชน์ไง มึงเสียผลประโยชน์ มึงจะยอมเสมอภาคไหม เสมอภาค ประชาธิปไตย เพราะโอกาสของมัน
แต่ถ้าเป็นธรรมล่ะ เขาสังเวช เราจะขาดทุน เราจะเข้าเนื้อ ถ้าเพื่อความเป็นสุขของคนอื่น สบาย ได้ พร้อมเสมอ ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร แม้จะเสียเปรียบก็เสียเปรียบเพื่อเป็นธรรม เป็นอะไรไป เสียเปรียบเพื่อผลประโยชน์ จะเป็นไรไป เสียเปรียบเพื่อความสงบสุข จะเป็นไรไป มันดีทั้งนั้นน่ะ ถ้าใจมันเป็นธรรม มันจะประชาธิปไตยตรงไหน ถ้าใจมันเป็นธรรม
เราฟังธรรมๆ เพื่อหัวใจดวงนี้
เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติไง คนที่มีอำนาจวาสนานะ เวลาศรัทธาความเชื่อมันเหลือล้นไง พระที่ปฏิบัติใหม่ พระที่บวชใหม่ พระที่บวชใหม่ส่วนใหญ่แล้ว บวชแล้วมันมีความสุขของมันนะ อิ่มบุญๆ ศรัทธามันเหลือล้น เวลาประพฤติปฏิบัติไปมันเหือดแห้งไป
นี่ไง เวลาน้ำหลาก ศรัทธามันท่วมท้น น้ำหลาก มันให้ผลประโยชน์ไปทั้งสิ้นไง น้ำไปที่ไหน สัตว์น้ำมันตามไป มีปู มีปลา มีหอย มีพืชพันธุ์ธัญญาหารให้ได้อุดมสมบูรณ์ เวลาน้ำมันลด สิ่งที่ปลามันก็ต้องไปอยู่ที่หนองน้ำ ลดลงไปเรื่อยๆ ไง
ศรัทธาของคนไง ศรัทธาของคนเวลามันงอกงาม เวลามันล้นเหลือ ศรัทธาล้นเหลือเลย โอ้โฮ! มองอะไรดีไปหมดทั้งนั้นน่ะ เวลาน้ำมันลดไง เวลาศรัทธาของคนไง ศรัทธาของคนเวลามันเตี้ยลากดินไง มันเตี้ยจนแผ่นดินแตกระแหงเลย ศรัทธาไปไหนก็ไม่รู้ มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้นน่ะ น้ำลด เวลาน้ำมันลด มันทุกข์มันยากไปทั้งสิ้น
ที่ไหนมีน้ำ ที่นั่นมีชีวิต ที่ไหนมีศรัทธาความเชื่อ ศรัทธาความเชื่อจะเป็นอริยทรัพย์ดึงให้เราไปศึกษาค้นคว้า ดึงให้เราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ ดึงให้เรามีการกระทำ ถ้ามีศรัทธา มีความอบอุ่น มีความสุขในใจของตน มันพร้อมจะเผชิญอะไรก็ได้ มันพร้อมเผชิญทั้งหมดน่ะ
แต่ถ้าศรัทธามันลดลง ศรัทธามันเหือดแห้งลง ก้าวขามันก็ไม่เอา เดินจงกรมมันไม่มองหรอก ยิ่งนั่งสมาธิ เอากูไปฆ่าดีกว่า จิตเสื่อมแล้วมันไม่สนใจอะไรเลย เวลาศรัทธามันเหือดแห้ง
ฉะนั้น เวลาครูบาอาจารย์ เวลาท่านคุ้มครองดูแล ให้มันเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ต้องให้มันมากจนเกินไป
สิ่งใดมากเกินไปไง ในทางเศรษฐศาสตร์เขาว่าเก็บออม เก็บออมไว้ ออมไว้เวลามันน้ำมันลดไง ศรัทธาเราเก็บไว้ เราออมไว้เพื่อไว้ในหัวใจดวงนี้
ทรัพย์สมบัติของโลกของเขา สิทธิการคุ้มครองของเขา ทรัพย์สินเขามีมากน้อยขนาดไหน คนมีทรัพย์สิน คนทุกข์คนจน เขาวัดกันตรงนั้นไง
ครูบาจารย์ของเราสอน พระต้องมีศีลมีธรรมเป็นสมบัติ ศีลธรรม ศีลธรรมเป็นสมบัติของสงฆ์ สงฆ์ต้องมีศีลมีธรรม ถ้าสงฆ์ไม่มีศีลมีธรรม ใครจะมี
สิ่งที่ว่าเราเป็นนักรบๆ รบกับใคร
รบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของตน
เวลาบวชมาแล้วศึกษาค้นคว้า สิ่งนั้นทรงจำธรรมวินัยๆ มันเป็นศีลเป็นธรรมของเราหรือไม่ เดี๋ยวก็ลืม เดี๋ยวก็ค้นคว้า เดี๋ยวก็ทบทวนสิ่งนั้นให้มันขึ้นมาตลอดเวลา
แต่ถ้ามันเป็นศีลเป็นธรรมในหัวในของตนนะ มันเป็นนิสัย ผิดไม่ทำ ผิดไม่ทำๆ ผิดไม่ทำเด็ดขาด ถ้าผิดมันทำ มันจะเหลวไหลไปข้างหน้า ถ้าเหลวไหลไปข้างหน้า ศรัทธามันลดลง ศรัทธาเหือดแห้ง น้ำลดๆ มีแต่ความทุกข์ความยาก มีแต่ความแห้งแล้งในหัวใจของตน
ถ้ามันมีน้ำหล่อเลี้ยงขึ้นมาบ้าง มันมีความสุขของมัน มีความคล่องตัวของมัน มันรักษาหัวใจของตนเองได้ ถ้ารักษาหัวใจของตนเองได้ เราเป็นอะไร
เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เรามาบวชเป็นพระๆ ถ้าบวชเป็นพระแล้ว ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลอเลิศ มีคุณค่ามากมายมหาศาล ดูสิ ดูประเทศไทย ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ เช้าขึ้นมาตักบาตรกันทั่วประเทศ เวลาวันวิสาขะ วันมาฆะ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เศรษฐกิจหมุนเวียนกี่หมื่นล้าน
มันเป็นธุรกิจก็ได้ มันเป็นธุรกิจเพราะมันเป็นทางโลกไง มันเป็นความจำเป็น มันเป็นความสะดวก สิ่งใดเราช่วยเหลือเจือจานกัน แลกเปลี่ยนกันเป็นธุรกิจ ที่ไหนเป็นธุรกิจ เป็นโลกหมดล่ะ
แต่ถ้าเป็นบ้านนอกคอกนาไง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เขาก็เก็บตามรั้ว ตามหัวไร่ปลายนา ดอกไม้ของเขา เขาไม่ต้องมีธุรกิจอะไรเลย เขามีศรัทธา เขามีความเชื่อ เขามีความสุข ความสุขในระดับของทานไง
ทาน ศีล ภาวนา นั่นแหละทาน อนุปุพพิกถา คนที่ไม่เข้าใจในพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนอนุปุพพิกถาก่อน ถ้าคนเข้าใจพระพุทธศาสนา
คำว่า “เข้าใจ” เข้าใจคืออะไร
กายกับใจไง สติ สมาธิ ปัญญาไง ถ้าเขาไม่เข้าใจในพระพุทธศาสนา จิตใจเขาไม่ควรแก่การงาน จิตใจเขาไม่ควรแก่การงาน จิตใจเขาไม่มีเลย เขามีแต่ความรู้สึก เขามีแต่ความคิดของเขา มีแต่อารมณ์ของเขา เขาหายใจของเขา เขาไม่รู้จักใจของเขา
นี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเทศนาว่าการนะ อนุปุพพิกถา ให้ทำทาน ให้รู้จักทาน ทาน ถ้าทำทาน อนุปุพพิกถา ทำทานแล้วได้บุญได้กุศล ได้ไปเกิดเป็นเทวดา ถ้าเกิดเป็นเทวดา บุญพาไปไง บุญพาไป ถ้าเขายังไม่ฝึกหัดปฏิบัติ
ทำบุญกุศลนี่ผลของวัฏฏะ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่ดี ดีประจำโลกไง พระพุทธศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีไง ดีเพื่อตัวของตัวเองไง เวลาเกิดก็ไม่ต้องเกิดทุกข์เกิดยากจนเกินไปไง เวลาเกิดมาแล้วให้มีบุญมีกุศลหล่อเลี้ยงหัวใจของตนไง ไม่ใช่น้ำลด ศรัทธาเหือดแห้ง ไม่มีสิ่งใดหล่อเลี้ยงใจของตนเลย มีแต่ความทุกข์ความยาก พอเกิดมาแล้วสังคมก็รังแก บวชเป็นพระก็ไม่มีใครดูแล บวชเป็นพระ พระเอาตัวรอด พระต่างคนต่างอยู่
อ้าว! นั่นน่ะพระกรรมฐานนะมึง นั่นล่ะพระของแท้เว้ย ไอ้พระคลุกคลีกันนั่นน่ะมันเป็นการละคร มันเป็นเรื่องโลกๆ ไง นั่นน่ะพระธุรกิจไง เขามีธุรกิจของเขา แต่ของเราไม่มีธุรกิจ มีแต่ศีล มีแต่ธรรม เราฝึกหัดปฏิบัติของเราขึ้นมาไง
ถ้ามันฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เห็นไหม ให้เขามีทานของเขาก่อน นี่ในพระพุทธศาสนาไง ทานๆๆ เราคิดว่าทานนั่นคือการแลกเปลี่ยน แลกเปลี่ยนมีธุรกิจแทรกเข้ามาแล้ว แต่ถ้าเป็นการให้นะ เศรษฐีมากมายเขาบริจาคเป็นร้อยๆ ล้าน เขาให้ด้วยความพอใจของเขา มูลค่านั้นมันเป็นที่คนมีบุญและคนมีบาป แต่จริงๆ คือเจตนา คือศรัทธาในใจนั้น จะตัวเลขสูง ตัวเลขต่ำ เจตนาที่ดีงาม
ทำบุญ ทำบุญเธอควรทำที่ไหน
ควรทำที่พอใจ
พอใจใครล่ะ
พอใจพาลชนก็ได้ พอใจอริยบุคลก็ได้ พอใจในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ เอ็งพอใจใครล่ะ
แต่ถ้าวัดผล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากที่สุด ถ้าจะวัดผลไง
แต่ถ้าจะเอาความพอใจ ความพอใจ จริตนิสัยไง เวรกรรมของสัตว์ไง เห็นสิ่งที่ว่าถูกใจๆ ถูกใจนี่ระดับของทานไง ทานก็ส่วนทานไง ตัวเลขก็ส่วนตัวเลขไง เจตนาส่วนเจตนาไง อยู่ที่จริตนิสัย อำนาจวาสนาบารมีมีหรือไม่มีไง ถ้ามี มันเข้ากับความดีความชอบไง
ถ้ามันไม่ดีมันก็ไปตามกิเลสไง กิเลสมันชักจูงมันไปไง พระพุทธศาสนามันก็มีธุรกิจเข้ามาไง ถ้ามันมีธุรกิจขึ้นมาที่ไหนมันก็เป็นโลกไง
ถ้ามันเป็นธรรม เป็นธรรมไม่มีธุรกิจ เห็นไหม สังฆทาน ไม่มีบุคคล แขวนไว้ตามราวไม้ แต่เวลาเป็นพระ พระไปเก็บเอาตามซากศพ ไม่สนใจพวกนี้ นี่ถ้าเป็นธรรมไง
วัดบารมี ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติมานะ ท่านจะวัดว่าเรามีบุญไม่มีบุญไง ไม่ร้องไม่ขอ ไม่เออไม่ออกับใครทั้งสิ้น ใช้ตามเท่าที่มี ที่ได้ ไม่ได้ไม่ต้องใช้ ไม่มีไม่เป็นไร วัดไง ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ ท่านวัดกันมาอย่างนี้ทั้งนั้นน่ะ
ไร้สาระ ประพฤติปฏิบัติทำไมต้องไปยอมจำนนกับโลก โลก เราก็หนีโลกมา เราก็หนีมาเพื่อความเป็นธรรมไง แล้วปฏิบัติธรรมทำไมหวนกลับไปหาโลก โลกเป็นอะไร แต่นี่มันเป็นเรื่องสังคม
ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ นะ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านรู้หมดน่ะ แต่ท่านก็ไม่แลก เอาศากยบุตรพุทธชิโนรสไปแลก แลกกับสิ่งที่โลกเขาต้องการ
ต้องการธรรมทายาท ธรรมทายาทจะเกิดมาจากศีล สมาธิ ปัญญา ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่มีในที่ใดทั้งสิ้นนอกจากหัวใจของบุคคลคนนั้น
หัวใจของบุคคลคนนั้นไม่มีศีล มันก็เป็นศูนย์ ไม่มีสัจจะไม่มีความจริง มันก็ไม่เป็นสมาธิ
ถ้ามันเป็นสมาธิ มันก็จะขึ้นมาจากใจดวงนั้น ถ้าใจดวงนั้น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์ ท่านถึงเจาะจงลงใจดวงนั้น ถ้าใจดวงนั้นมันเป็นธรรมขึ้นมา มันต้องขึ้นมาจากใจดวงนั้น มันถึงจะเป็นภาคปฏิบัติ ไม่ใช่ภาคปริยัติ ไม่ใช่ตำรับตำรา ไม่ใช่ใดๆ ทั้งสิ้น
ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ไม่มีภาคปฏิบัติ ปฏิเวธเกิดขึ้นมาไม่ได้ ปฏิเวธจะเกิดขึ้นมาเป็นปัตจัตตัง สันทิฏฐิโก กับใจดวงนั้น
ถ้าใจดวงนั้นมันมีกิเลส มันมีกิเลสครอบงำมันอยู่ มันทำสิ่งใดแล้วจะเป็นธรรม มันเป็นไปไม่ได้ ถ้ามันจะเป็นไปได้ มันต้องเป็นจริงที่ใจดวงนั้น
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ครูบาอาจารย์เราถึงไม่เอาสาวกสาวกะ เอาศากยบุตรไปแลกกับใครทั้งสิ้น ถ้าจะแลกต้องแลกกับกิเลสในใจของมัน นั่นมันถึงจะเป็นการกระทำที่จริงจัง ถ้าเป็นการกระทำที่จริงจังมันถึงจะเป็นภาคปฏิบัติไง
แล้วถ้าภาคปฏิบัติขึ้นมา มันปฏิบัติขึ้นมาเพื่ออะไรล่ะ
มันปฏิบัติขึ้นมาเพื่อความจริงในใจดวงนั้น ถ้าปฏิบัติขึ้นมาในใจดวงนั้น ไม่ต้องพูดเลย
หลวงตาพระมหาบัวท่านสิ้นกิเลสไง พระหนุ่มๆ องค์หนึ่งกราบแล้วกราบเล่า ท่านพูดว่า “ถ้ามีใครมาเห็นเข้า จะบอกว่า ไอ้บ้านี่มันบ้าอะไรของมัน”
คนโลก โลกจะบอกว่านี่เหมือนคนบ้า แต่ธรรมนั้นน่ะกราบจากหัวใจ กราบมาจากธรรมอันนั้น
“องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้ได้อย่างไร รู้ได้อย่างไร”
เพราะเรารู้นี้มันแสนยาก แสนทุกข์แสนยาก อยู่กับหลวงปู่มั่นมา หลวงปู่มั่นลงปฏักมาขนาดไหน ลงปฏักมาขนาดไหนก็พยายามเอาจริงเอาจังของตนขึ้นมา ไม่มีวาสนา ไปแล้ว โดนปฏักไปทีเดียวมันก็พลิกแล้ว กูจะมาทุกข์มายากอยู่ทำไม
แล้วเวลามึงเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ มึงจะทุกข์ยากกว่านี้กี่เท่า นรกเอวจี สิ่งที่ชักจูงมึงไป ที่มันทุกข์มันยาก ไปลุยไฟมา มันจะทุกข์ยากขนาดไหน
แค่มีสติมีปัญญา เพราะมันรู้เท่าใจของตนนั่นน่ะ นี่ล่ะมันยอดอาวุธเลยล่ะ แล้วใครจะยื่นให้ได้ถ้าคนไม่มีสติไม่มีปัญญา ไม่มีความรู้จริง จะเอาอะไรมาเป็นอาวุธ
อาวุธนั้นมันเป็นธุรกิจทั้งนั้น มันเป็นการแลกเปลี่ยน แสงน่ะ เอาชื่อเสียง เอาศรัทธา เอาศากยบุตรไปหนุนกับโลก พากันไปหาอยู่หากิน พากันไปเป็นเหยื่อ พากันไปให้เขาย่ำยี
เขาแสดงออกโดยมารยาท แต่ในใจเขาคิดอะไร ประเทศไทยมันไม่ใช่มีเฉพาะพวกเราหรอก ประเทศไทย สิ่งที่รื้อฟื้นพระกรรมฐานขึ้นมาก็หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น คนมีสติมีปัญญาเขาก็ศึกษาได้ เขาก็ค้นคว้าได้ คนไม่มีสติปัญญาก็เอาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นไปเป็นสินค้าแสวงหาผลประโยชน์ มันเป็นธุรกิจล้วนๆ เลย มันเป็นเรื่องโลกๆ ทั้งสิ้น ไม่เป็นธรรมแม้แต่นิดเดียว
นี่ไง ถ้าศรัทธามันท่วมท้น ไอ้พวกนี้มันก็ฉกฉวย เพราะเขาศรัทธา ถ้าศรัทธามันแห้งผาก เขาก็ติฉินนินทา แล้วถ้ามันเป็นจริง ใครเป็นจริง มันเสียหายที่ไหน
นี่ไง ศาสนาไม่เคยเสื่อม บุคคลแหละเสื่อม
บุคคลที่มาเป็นศากยบุตร บุคคลที่มาสืบทอดพระพุทธศาสนา มันเสื่อมหรือมันจะเจริญ ถ้ามันจะเจริญ มันเหนือโลก มันจะไปวุ่นวายอะไร แล้วไปวุ่นวายกับโลกให้มันเป็นภาคธุรกิจ ธุรกิจล้วนๆ ธุรกิจจริงๆ
แต่ครูบาอาจารย์เราไม่มี ไม่มี เป็นธรรม แม้แต่มายังปฏิเสธๆ ปฏิเสธด้วยความเป็นธรรม ถ้าเป็นธรรมไง สัจธรรมๆ แม้แต่นั้นน่ะมันเป็นเรื่องภายนอก ถ้าภายในมันเป็นธรรมแล้ว
แล้วภายในมันจะเป็นธรรมได้อย่างไรล่ะ ถ้าศรัทธามันท่วมท้นมันก็หลากท่วมไป เห่อเหิมทะเยอทะยาน สิ่งที่ได้มา นี่ประเทศไทย
กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ครูบาอาจารย์ของเราที่เป็นธรรมต่างหากที่ทำให้สังคมกลับมายั้งคิด สังคมหันหน้ากลับมามอง มันถึงเกิดศรัทธา
แล้วครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรม ศรัทธา เราก็ต้องมีสติปัญญาไม่ให้มันท่วมท้นเหยียบย่ำทำลายเรา ไม่ให้มันเข้ามาวุ่นวายๆ วุ่นวายให้มันกลายเป็นมูตรเป็นคูถ กรรมฐานๆ สุนัขเข้าถาน ถานคือถานขี้ทุกข์ขี้ยาก เขาปลดทุกข์ไว้ เข้าไปแล้วไม่เคยออก แล้วออกไม่ได้ นี่ไง ถาน ถานขี้ถานเยี่ยวน่ะ
แต่ถ้าเป็นฐานจริง นี่ไง ฐานพุทธะ ฐานในใจ ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมามันถึงจะเป็นประโยชน์กับบุคคลคนนั้นไง บุคคลคนนั้น ผู้ที่ประพฤติปฏิบัตินั้น แล้วผู้ที่ประพฤติปฏิบัตินั้นให้มันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา
แล้วมันมีอะไรสิ่งใดไง เวลาครูบาอาจารย์หลวงปู่มั่นท่านพูดไว้ไง สิ่งใดที่เป็นธรรมๆ ไง หลวงตาพระมหาบัว ห้วยหนองคลองบึง น้ำใสสะอาดเอาไว้เพื่อประชาชนไง
แล้วไอ้พวกภาคธุรกิจขึ้นมามันก็จะมาแสวงหาผลประโยชน์นั่นแหละ พอหาผลประโยชน์ มันก็เอาพวกน้ำมูตรน้ำคูถใส่เข้าไปในสระน้ำหนองน้ำนั้นไง แล้วมันเป็นประโยชน์อะไรขึ้นมา มันมีน้ำมีแต่ความเสียหายไปข้างหน้า
แต่ถ้าเป็นน้ำ ถ้าเป็นครูบาอาจารย์ที่ดีงาม สระน้ำหนองนั้นรักษาไว้ไง เพื่อความหิว เพื่อความกระหาย เพื่อความทุกข์ความยากของศากยบุตรพุทธชิโนรสที่การแสวงหาสิ่งที่เป็นคุณงามความดีไง แล้วถ้ามันไม่มีศีลมีธรรมขึ้นมา มันเป็นภาคธุรกิจขึ้นมา มันก็ไปชักเอาสภาพแวดล้อมที่เลวทรามๆ มันจะเหลืออะไรล่ะ
มันต้องเหลือสิ่งที่ดีงามไว้
แล้วดีงามที่ไหน
ดีงามที่คนเฝ้า
ศาลเจ้าเขามีคนเฝ้าโรงศาลเจ้า โรงเจ เขามีคนทำความสะอาด เป็นภารโรง ภิกษุสงฆ์ พระ ถ้าอยู่วัดอยู่วา มันจะเป็นศากยบุตรไหม หรือมันจะเป็นคนเฝ้าโรงเจ
เป็นแค่คนเฝ้าโรงเจ คนมากราบไหว้บูชา คอยจุดธูปจุดเทียนให้เขาใช่ไหม พระทำอย่างนั้นหรือ พระมีหน้าที่เติมน้ำมัน จุดธูปจุดเทียน พาคนกราบพระ
นั่นไง เวลาจะประพฤติปฏิบัติก็ว่าแห้งแล้ง ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน
สิ่งที่จะเป็นชิ้นเป็นอันก็การดำรงชีวิตของพระนี่แหละ ทุกคนเห็นแล้ว เห็นแล้วถ้าเป็นศรัทธาเป็นความเชื่อในพระพุทธศาสนา เขามีสติปัญญาเขาก็ชื่นชม แต่ถ้าเขาเห็นแล้วเขาว่าพระจองหอง พระเห็นแก่ตัว พระแอ็กต์ พระอยากอวด
ไอ้นั่นมันก็กรรมของสัตว์
โดยทางโลกศรัทธามันท่วมท้น มันต้องการความสะดวก มันต้องการความสบาย มันต้องการพระคอยรับแขก พระคอยบริการ ศรัทธาเขาชอบอย่างนั้นไง
ถ้าไปวัดแล้วไม่มีใครเลย โอ๋ย! มันเงียบเหงานะ โอ๋ย! มันไม่มีคนเลย มันว้าเหว่า วัดอย่างนี้เราไม่เอา
กรรมของสัตว์ กรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม
แต่ถ้าเป็นบัณฑิต เออ! วัดมันต้องเป็นวัดอย่างนี้สิ มันไม่ใช่ตลาด มันไม่ใช่ตลาดนัด มันไม่ใช่สถานที่นัดพบ มันไม่ใช่สถานที่ก่อม็อบ ไม่ใช่ คนจะมากขนาดไหนก็สงบ
เมื่อก่อนกรรมฐานนี้คุยมาก เวลาคนเยอะๆ ของหายก็ได้คืน คือว่ามันเป็นธรรม ว่าอย่างนั้นเถอะ ไปที่ไหนก็เป็นธรรม มันเป็นธรรมไปหมด จะมีธุรกิจ มีการค้า มีแสง มีอะไร ก็ยังเป็นกรรมฐานอยู่นะ พยายามทำให้มันเป็นกรรมฐาน
แต่ถ้าไปที่แห้งแล้ง ไปที่ไม่มีแสงสี อู๋ย! มันทุกข์มันยาก
นี่ขีดวงกิเลสไว้แล้ว
ให้แยกธรรมกับโลก ให้แยกธุรกิจกับความเป็นจริง
ความเป็นจริง ความเป็นจริงมันเกิดขึ้นจากอำนาจวาสนาของคน อำนาจวาสนาของคนถ้าฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ มันจะทุกข์ยากไปไหน เวลามันทุกข์ยากๆ กิเลสมันทุกข์ต่างหาก จะจำกัดวงกิเลส เวลาจิตมันสงบ โอ้โฮ! มหัศจรรย์ ถ้าวันใดจิตเสื่อม ทุกข์เจียนตาย
ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัตินะ เวลาจิตเสื่อมๆ ต้องเข้าหาครูบาอาจารย์ไปชาร์จไฟ ไปฝึกหัดสติปัญญาเพื่อกลับมาตรวจสอบ นี่ไง มันมีไง
“สมาธิมีเข้ามีออกด้วยหรือ การปฏิบัติมันทุกข์ยากขนาดนั้นเชียวหรือ”
เฮ้ย! มึงทำอะไรไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยหรือวะ
สมาธิมันเป็นอย่างไร สมาธิมันเกิดจากอะไร
ไอ้นี่เริ่มต้นมันไม่มีมาตั้งแต่ต้น แล้วมันจะมีได้อย่างไรล่ะ
ถ้ามันมีมาตั้งแต่ต้น มีมาได้อย่างไร
มีสติ มีคำบริกรรม มีการกระทำ ธุรกิจไม่เกี่ยว เพราะซื้อไม่ได้ ซื้อสมาธิแสนหนึ่ง ซื้อปัญญาห้าล้าน ซื้อมรรคผลยี่สิบล้าน
มีแต่ศากยบุตรเอาไปหลอกชาวบ้าน ถวายมากๆ ถวายสิบล้าน โสดาบัน ยี่สิบล้านได้สกิทาคามี สามสิบล้านได้อนาคามี เยอะแยะไปหมด
ธุรกิจแม้แต่ระดับของทาน ธุรกิจระดับมรรคผลเลย มรรคผลยังเอามาเป็นสินค้า เอามาเสนอขายกันได้ ถ้าเป็นทางโลก มันก็ปลงธรรมสังเวชนะ มันเกิดจากศรัทธาที่ท่วมท้น ศรัทธาที่ท่วมท้นน้ำหลาก เพราะเขาเชื่อเขาศรัทธา
แต่คนที่ทำให้ชาวพุทธศรัทธาเกิดจากใครล่ะ
เกิดจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาองค์แรก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอนาคตังสญาณ โอ้โฮ! มหัศจรรย์ไปทั่ว แต่เวลาเป็นจริงๆ เป็นจริงที่อริยสัจ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ อาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ เห็นไหม ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ สัจจะความจริงอันนั้นยิ่งใหญ่นัก ทำให้กิเลสสิ้นไปจากหัวใจของพระอรหันต์แต่ละองค์ๆ แล้วเป็นศากยบุตร เป็นกำลังขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ภิกษุ เธอพ้นจากบ่วงที่เป็นโลกและบ่วงที่เป็นทิพย์
บ่วงที่เป็นโลกก็ธุรกิจบ้าบอคอแตก โลกๆ ทั้งนั้นน่ะ
บ่วงที่เป็นทิพย์ เทวดา อินทร์ พรหม ยกย่องสรรเสริญ
อย่า ไม่มีทางที่จะทำให้หลงใหลได้ บ่วงที่เป็นโลกและบ่วงที่เป็นทิพย์พ้นหมด มันถึงเป็นประโยชน์กับพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนามหัศจรรย์มาก เกิดจากภาคปฏิบัตินี้ เกิดจากสัจจะ เกิดจากความจริงนี้ เกิดจากความเพียรชอบ
ไม่ใช่ว่า ศรัทธามากก็เป็นเหยื่อ ศรัทธาเหือดแห้งก็ทุกข์เจียนตาย แล้วความเป็นจริงมันอยู่ที่ไหน
อยู่ที่เราศึกษาเราค้นคว้า เราฝึกหัดขึ้นมาให้เป็นข้อเท็จจริงในหัวใจของตน แล้วมันจะเป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก ไม่สงสัยสิ่งใดๆ เลย เอวัง