เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑ ม.ค. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต


ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี


ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่เนาะ เป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันชีวิตใหม่ เราจะหาสิ่งที่เป็นมงคลชีวิต ความที่เป็นมงคลชีวิตนะ ถ้าชาวพุทธทั่วโลก วันขึ้นปีใหม่เขาจะทำบุญตักบาตร ทำบุญตักบาตรนะ ทำบุญตักบาตรเพื่อสิ่งใด

ทำบุญตักบาตร เห็นไหม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่อาศัย เวลาเป็นที่พึ่งที่อาศัย จิตใจของเรา เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราเกิดมามีพ่อมีแม่มีชาติมีตระกูลของเรา แต่เวลาเราไปเผชิญกับโลกเราไปคนเดียวนะ เราไปคนเดียว เราไม่มีหลักมีเกณฑ์ในหัวใจของเรา เราจะเอาอะไรเป็นที่พึ่งที่อาศัย

ฉะนั้น ถ้าเรามีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราจะพึ่งพาใคร ในบรรดาสัตว์สองเท้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด ในบรรดาคบมิตรๆ มิตรที่เยี่ยมที่สุดคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าใครมีพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานมาแล้ว ชีวิตของเราไม่ให้ใครหลอกลวง ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลงไปกับกระแสสังคม เรามีสติมีปัญญากับเรา

ถ้ามีสติปัญญากับเรา เราทำบุญตักบาตรขึ้นมา ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แก้วสารพัดนึกไง พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง หัวใจของเรา ตัวเองนี่เป็นพุทธะ

จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันสิ่งที่มีคุณค่า แต่มีคุณค่าขึ้นมา คนมองไม่เห็นไง คนมองเห็นแต่โลกภายนอกว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า แต่ในพระพุทธศาสนา สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดคือชีวิตของมนุษย์ จิตวิญญาณของเรา ต้นเหตุแห่งการมีชีวิตนี้สำคัญที่สุด

แล้วสำคัญที่สุด แล้วเวลาสำคัญที่สุดมันกลับพึ่งตัวเองไม่ได้ จิตมันแสดงตัวออกมาอย่างไร จิตวิญญาณแสดงตัวออกมาอย่างไร ไปกลัวผีอยู่ข้างนอกนู่น เวลาพูดถึงจิตวิญญาณไปชี้เอาข้างนอก แต่ไม่รู้ว่าไอ้ที่มาเกิดนั่งอยู่นี่ นี่แหละผีตัวแรก พุทธะ ถ้าเป็นพระพุทธศาสนา ถ้าเป็นฤๅษีชีไพร ไสยศาสตร์น่ะผี

ฉะนั้น สิ่งที่เป็นอย่างนี้ วันขึ้นปีใหม่ วันขึ้นปีใหม่เราจะหามงคลชีวิตไง เราจะไปทำบุญตักบาตร ทำบุญเพื่อเป็นมงคลชีวิต มงคลชีวิตขึ้นมาให้สำนึกถึงตัวไง

ใครเป็นคนทำบุญ มาจากบ้านนี่ใครพามา ถ้าไม่มีเจตนา เราไม่มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เราจะพาร่างกายนี้ไปได้อย่างไร

ร่างกายนี้มันเกิดขึ้นมา มโนกรรมๆ เกิดจากจิตวิญญาณของเรานี่ไง ถ้าเกิดจากจิตวิญญาณมันมีรากเหง้าไง ๒,๕๐๐ กว่าปีมาแล้ว พระพุทธศาสนา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แก้วสารพัดนึกๆ ไง

วันนี้วันปีใหม่ เราจะทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นมงคลชีวิตกับเรา วันนักขัตฤกษ์เรากลับบ้าน เรากลับไปหาพ่อหาแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก กลับบ้านกลับเรือนไง กลับบ้านกลับเรือนนะ มีชาติมีตระกูล เวลาชาติตระกูลนี่จริงตามสมมุติๆ ปีใหม่ปีเก่ามันก็สมมุติทั้งนั้นน่ะ แต่มันจริง มันจริงๆ นะ มันจริงๆ ตามสมมุติ จริงตามสมมุติไง แต่พระพุทธศาสนา สมมุติบัญญัติ

สมมุติๆ นี้เป็นสมมุติโลก โลกจริงตามสมมุติไง ไปในประเพณีวัฒนธรรมสิ่งใด เราก็เข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมประเพณีนั้น เราเคารพเขา เราเห็นวัฒนธรรมประเพณี เราชื่นชมเขา วัฒนธรรมของเรา เราก็ฝังอยู่ในหัวใจของเรา นี่สมมุติ

บัญญัติ บัญญัติคือธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าบัญญัติ บัญญัติขึ้นมา สิ่งที่บัญญัติขึ้นมา ธรรมและวินัยเป็นศาสดาของเรา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แก้วสารพัดนึก ใครนึกได้มากได้น้อยขนาดไหน ใครมีสติปัญญามากน้อยขนาดไหน ใครมีปัญญามากน้อยขนาดไหนมันจะควบคุมดูแลหัวใจของตนไง คุ้มครองดูแลชีวิตนี้ไง ชีวิตนี้จะเป็นมงคลชีวิตต้องมีสติมีปัญญาไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ คำสุดท้ายที่ฝากไว้กับโลกนี้ “ภิกษุทั้งหลาย เธอจงพิจารณาสังขารด้วยความไม่ประมาท”

คำว่า “ไม่ประมาท” องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสั่งไว้เป็นคำสุดท้ายเลย ถ้ามันตรงข้ามกับความประมาทก็คือสติไง ถ้ามีสติมีปัญญาขึ้นมา มันมีสติปัญญา สิ่งใดจะเกิดขึ้น มันเกิดขึ้น เกิดขึ้นเพราะอะไร

กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เราทำมาทั้งนั้น

ทุกคน การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ ใครก็อยากจะเกิดมั่งมีศรีสุขทั้งนั้นน่ะ แต่มันทำไมไม่เป็นไปล่ะ

เวลาเกิดมา การเกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ แต่เวลาบัญญัติ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งการเกิดมันเป็นอริยทรัพย์ แต่คนเราไม่ใช่ดีเพราะการเกิด คนเราดีเพราะการกระทำ เกิดแล้วกระทำอะไร เกิดแล้วมีสติปัญญามากน้อยขนาดไหน

สูง ต่ำ ดำ ขาว ทุกข์จนเข็ญใจขนาดไหนมีสติปัญญาทั้งนั้นน่ะ สติปัญญาที่ควบคุมตัวของตัวเองได้ เห็นไหม คนทุกข์คนเข็ญใจสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาเป็นเศรษฐีมากมายมหาศาล คนที่ไม่เอาไหนเลย คนที่ไม่มีสติปัญญา ได้สิ่งใดมามันก็ล้างผลาญไปจนหมดจนสิ้นทั้งนั้นน่ะ ถ้ามันล้างผลาญไป ล้างผลาญไปเพราะอะไร เพราะความลุ่มความหลงของมันไง แล้วสิ่งนี้ใครจะฝึกสอนมันได้ล่ะ

สิ่งที่ฝึกสอนขึ้นมา กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา มันทุกข์เจียนตายแต่ละภพแต่ละชาติมา พันธุกรรมของจิตๆ ไง มหาบุรุษ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย คำว่า “อสงไขยๆ” คือการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะแต่ละภพแต่ละชาติได้สร้างสมบุญญาธิการมา เสียสละมาเพื่อสังคม เสียสละมาเพื่อตนเอง การกระทำสิ่งนั้นมาเพราะอะไร มันเป็นพันธุกรรมของจิต แต่ถ้าจิตมันดีมันงามของมันขึ้นมา จิตมันคิดแต่สิ่งที่ดีงามของมันขึ้นมานะ มันไปน้อยเนื้อต่ำใจสิ่งใด

เห็นไหม มงคลชีวิต

ถ้าเรามีสติมีปัญญาขึ้นมา เราคิดแต่สิ่งที่ดีงาม เราจะไปเสียใจกับอะไร เห็นแล้วขำๆ แล้วโลกแล้วขำๆ มันเป็นไป เขาคิดของเขาอย่างนั้นนะ เราไปส่งเสริมเขาสูงส่งขนาดไหนเขาก็คิดอย่างนั้นน่ะ มันเป็นไปไม่ได้

แต่ของเรา เราต่ำต้อย แต่เราคิดของเรา สร้างสมบุญญาธิการของเรา เราสร้างเนื้อสร้างตัว เห็นไหม เพราะอะไร เพราะปัญญาของมันไง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจากหัวใจดวงนั้นไง ถ้าสิ่งที่เกิดจากหัวใจดวงนั้น สิ่งนี้มันสำคัญไง

เราไปวัดไปวาเพื่อมงคลชีวิตๆ มงคลชีวิตคือให้มันฉลาดกับหัวใจของตน ถ้ามันฉลาดกับหัวใจของตน ฉลาดอย่างไร

เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ให้ทำความสงบของใจเข้ามา ทำความสงบของใจเข้ามา ทุกคนก็ดิ้นรนนัก ทำความสงบมันจะมีอะไร

ก็ความสุขความทุกข์ไง นอนไม่หลับนั่นน่ะ เครียด คิดจนตายนั่นน่ะ

เราใช้ปัญญาอบรมสมาธินะ เอ็งคิดทำไมวะ คิดเรื่องอะไรวะ ถ้ามีสติปัญญานะ ถ้าไม่มีสติปัญญามันยิ่งคิดมากเข้าไป แล้วก็ย่ำยีตนเองเข้าไป ทำหัวใจให้มันหนักหน่วงตลอดเวลา มีสติปัญญาขึ้นมามันคิดใคร่ครวญทั้งหมดล่ะ ถ้ามันคิดใคร่ครวญของมันแล้วมันเป็นไปโดยธรรมสังเวช มันเรื่องตลกทั้งนั้นน่ะ เขาทำของเขามันเรื่องของเขา

แล้วคนทำคุณงามความดีมากมายมหาศาล คนทำคุณงามความดีขึ้นมา ทำแล้วประกาศตัวไม่ได้นะ ถ้าประกาศตัวเดือดร้อนทันทีเลยล่ะ คนจะพึ่งพาอาศัยมากมายมหาศาล

แล้วพึ่งพาอะไรล่ะ

แต่ถ้าเรามีความเต็มใจของเรา คนคนนี้มันเป็นคนที่ดีงาม คนที่เราควรจุนเจือ เราจุนเจือของเขาได้อยู่แล้ว แล้วถ้าจุนเจือได้อยู่แล้ว สิ่งที่ความจุนเจือนั้นน่ะมันเป็นความภูมิใจของเรา เราเป็นความภูมิใจของเราว่าเราเกิดเป็นมนุษย์ไง เรามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา ให้มีทาน มีศีล มีภาวนาไง

การทานๆ ทานเพื่ออะไร ทานเพื่อสังคมร่มเย็นเป็นสุขไง ในสังคมเราที่ร่มเย็นเป็นสุข บ้านเราก็มีความร่มเย็นเป็นสุข ในบ้านเรา พี่น้องเรามีความร่มเย็นเป็นสุขขึ้นมา จากการรู้เรื่องขึ้นมา ในครอบครัวของเราก็มีความอบอุ่น มีความร่มเย็นเป็นสุขไง สิ่งที่เราศรัทธา เราต้องการอย่างนี้ไง แต่มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ไง เพราะมันเป็นไปไม่ได้

เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาสวักขยญาณทำลายอวิชชา ทำลายพญามารในหัวใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไอ้ที่เราเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะกันอยู่นี่ มาร มาร มารทั้งนั้นน่ะ

มารคืออะไร

มารคืออวิชชา อวิชชาคือความไม่รู้ ไม่รู้แม้แต่ตนเอง ไม่รู้แม้แต่สิ่งที่มีค่าที่สุด ชีวิตของเรา

ชีวิตคืออะไร

ชีวิตต้องมีเงินมีทอง ชีวิตเขามี เราต้องมี มีไปกับเขา

มีไปกับเขานะ เอ็งชอบจริงหรือเปล่าวะ มีไปกับเขา สิ่งนั้นต้องการในชีวิตจริงหรือ

สิ่งที่มีชีวิต ชาวประมงอยู่ในทะเลเขาก็ใช้ชีวิตของเขาอย่างหนึ่ง ชาวสวนเขาก็ใช้ชีวิตของเขาอย่างหนึ่ง ชาวนาใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง นักธุรกิจอย่างหนึ่ง ต้องเหมือนกันไหม ต้องมีเหมือนเขาหรือ

เราก็มีเหมือนของเราไง มีแบบวิชาชีพของเรานี่ไง ถ้าเรามีของเรามันก็หน้าที่ของเรา ถ้ามีสติมีปัญญา มันเท่าทันของมันในหัวใจของตนเข้ามา ถ้ามันเท่าทันในหัวใจของตน นี่ไง ที่ว่าทำบุญเป็นมงคลชีวิตไง มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

พระธรรมคืออะไร

พระธรรมคือธรรมะ สัจจะ สมมุติบัญญัติ

บัญญัติ เห็นไหม ธรรมวินัยเป็นศาสดาของเรา

เวลาพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะไปฟังเทศน์พระอัสสชิแล้วเป็นพระโสดาบัน พระโสดาบันบรรลุธรรมนะ ไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เอหิภิกขุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบวชให้ด้วย พระโสดาบันนั่งสัปหงกโงกง่วงอยู่นั่นน่ะ พระพุทธเจ้าไปโดยฤทธิ์เลย

“ให้ตรึกในธรรม”

คำว่า “ตรึกในธรรม” มันคือใช้ปัญญาในธรรมะ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คำสั่งสอนเหมือนพ่อแม่ที่อบรมบ่มเพาะเรา เวลาเราทุกข์เรายาก เราระลึกถึงคำสั่งสอนของพ่อแม่เราสิ

พ่อแม่ก็บอกเลย ให้คบเพื่อนดีๆ นะ ยาเสพติดอย่าไปยุ่งกับมัน การพนันก็ห้ามเล่น เราทบทวนสิ ทบทวน แล้วที่เราทำ เราทำตรงข้ามหมดเลย พอเราทำตรงข้ามหมดเลย มันก็ทุกข์น่าดูอยู่นี่ไง เราก็ทบทวนของเราสิ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพูดถึงบุพเพนิวาสานุสติญาณนะ ยกตัวอย่างว่า ตั้งแต่อดีตชาติของท่าน ตั้งแต่พระเวสสันดรไป ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย ถ้าไม่ได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จุตูปปาตญาณ ยังจะไปอนาคต การเกิดการตายไม่จบไม่สิ้น ชีวิตการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไม่มีต้นไม่มีปลาย เกิดซ้ำเกิดซาก เกิดซ้ำเกิดซาก แต่มันเศร้าน่ะสิ เศร้าที่ว่าเวลาเกิดแล้วมันไม่ได้เกิดอย่างนี้ มันเกิดนรกอเวจี มันเกิดตลอด เพราะอะไร เพราะมันมีภวาสวะ มีภพ มีตัวตนของมัน แต่มันทำอะไรของมันมา มันทำอะไรของมันมา มันไปกุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมาไง กุสลา ธมฺมา ก็ตัวเองทำทั้งนั้น

ถ้าตัวเองทำทั้งนั้น ถ้าเราเป็นมงคลชีวิตไง เรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่อาศัย ที่ยึดเหนี่ยวไง จะทำความผิดพลาดอย่างไรไม่ทำ จะทำคุณงามความดีของเรา ใครว่าโง่ ใครว่าไม่เอาไหน นั่นปากของมาร แต่ปากของพระพุทธเจ้ามีศีลมีธรรม

ถ้ามีศีลมีธรรมขึ้นมานะ ศีลธรรมคุ้มครอง คุ้มครองชีวิต นี่เป็นมงคลชีวิต ถ้าเป็นมงคลชีวิตขึ้นมา เราศึกษาขึ้นมา สมมุติ จริงตามสมมุติ แต่สมมุติมันพิสูจน์กันได้อย่างไร

“ประชาธิปไตยๆ ต้องเท่ากันๆ สิทธิเสรีภาพเท่ากัน”

ก็เท่ากัน แต่ตัณหาความทะยานอยากล้นฝั่งมันไม่เท่ากัน บางคนเขาได้ขนาดนี้เขาพอ เขาได้ขนาดนี้เขายังเจือจานคนอื่นได้ด้วย ไอ้ของเราได้เท่ารถสิบล้อ ๕ คันมันยังไม่พอ มันไม่เป็นประชาธิปไตย ตัณหาความทะยานอยากที่ล้นฝั่งไม่มีวันเพียงพอ

ถ้ามีเพียงพอ มันถมเต็มได้ด้วยอะไรล่ะ

มักน้อยสันโดษ ความพึงพอใจของเรา

รวงข้าว เวลามันรวงข้าวออกเต็มรวงมันน้อมลงต่ำ คนถ้ามีคุณงามความดีนะ มันอ่อนน้อมถ่อมตนในใจ ไม่ต้องเห่อเหิมทะเยอทะยานไปอย่างนั้นหรอก เห่อเหิมทะเยอทะยานไปด้วยความทุกข์ความยากไง

แต่ถ้าเป็นมรรค คำว่า “เป็นมรรค” ความเพียรชอบ เวลาเกิดมาต้องมีความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ มีการกระทำของเราโดยความถูกต้องชอบธรรม มันจะเป็นบุญเป็นกุศล เป็นคุณงามความดีมากน้อยขนาดไหนมันอยู่ที่อำนาจวาสนา

สิ่งที่อำนาจวาสนา ก็เราทำมาทั้งนั้นน่ะ เราไม่รู้หรอกต้นสายปลายเหตุมาจากไหน อดีตชาติเรารู้ไม่ได้ เราไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุมาจากไหน แต่เราสร้างคุณงามความดีของเราด้วยปัจจุบัน ด้วยความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา ด้วยความเป็นมงคลชีวิต

ถ้าเราเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา ในความเป็นมงคลชีวิต มันป้องกันอยู่แล้ว ป้องกันตกไปในอบายภูมิ ป้องกันตกไปในที่ชั่ว ป้องกันปกป้องไม่ให้ติดคุกติดตะราง มันจะทุกข์มันจะยากขนาดไหน เราอยู่ในสติปัญญาของเรา

คนมีแค่ปัจจัย ๔ อยู่ได้แล้ว แล้วถ้าอยู่ได้ อยู่ได้ด้วยอะไร

เราทำมาเพื่อชีวิตของเราชีวิตนี้ มันเป็นมงคลชีวิตๆ ไง ถ้ามงคลชีวิตด้วยสติด้วยปัญญา เราไปวัดไปวาทำบุญกุศล ทำบุญกุศลก็เพราะเหตุนี้ไง เพราะเหตุนี้ เพราะทำบุญกุศลแล้วมันได้ทบทวน

ที่มันทุกข์มันยากอยู่นี่ มันคิดแล้วมันไม่จบ วนแล้วซ้ำซาก ซ้ำซาก ไปวัดไปวาเป็นเขตอภัยทาน พออภัยทานขึ้นมานะ ถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมาจะฝึกหัดปฏิบัติ มันได้ทบทวนแล้ว เราทำอะไรมาบ้าง แล้วทำนี่มันถูกหรือผิด มันไม่มีอะไรจำเป็นเลยเนาะ เราทำไปโดยความต้องการของใครก็ไม่รู้ แต่เรามาทบทวนชีวิตของเรา ทบทวน เห็นไหม เริ่มฝึกหัดแล้ว

แล้วสิ่งที่มีค่าที่สุดล่ะ

สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

คนวิ่งหาความสุข ตะครุบหาความสุข แล้วตะครุบแต่เงาแล้วไม่เคยเจอ

หยุดนิ่ง หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ตั้งสติสัมปชัญญะไว้ จิตเป็นอิสระจากมาร จากการควบคุมของมารชั่วครั้งชั่วคราว นั่นคือสัมมาสมาธิ ถ้ามันเป็นสัมมาสมาธิได้ คนพ้นจากความเป็นทาสของมาร เป็นอิสระชั่วคราว ชั่วคราว เห็นไหม จิตถ้าเป็นสัมมาสมาธิไม่พาดพิงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

แล้วที่เราว่างๆ ว่างๆ นี่อารมณ์หรือเปล่า ว่างๆ อยู่นี่อารมณ์หรือสมาธิ ว่างๆ อยู่นี่

ถ้าเป็นสัมมาสมาธิมันอึ๊ก อึ๊กเลย มันอธิบายไม่ได้เพราะตัวมันเป็น ตัวมันเป็นแล้วมันจะไปอธิบายเรื่องคนอื่นได้อย่างไร

ไอ้ที่ว่างๆ ว่างๆ กูเห็นว่างว่ะ กูรู้ว่าว่างว่ะ กูอธิบายความว่างแจ้วๆๆ เลย แต่ตัวกูเป็นอะไรกูก็ไม่รู้

มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด

แต่ถ้ามันเห็นถูกต้องชอบธรรม ถูกต้องชอบธรรมของมันนะ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

แล้วจิตสงบไม่มีมันมาจากไหนล่ะ

ก็มาจากที่ว่าเมื่อกี้มันทุกข์ ถ้าคิดไม่ได้ ทุกข์เจียนตายนะ ถ้าคิดไม่ได้ คิดไม่ได้โทษปี่โทษกลอง โทษคนอื่นทั้งนั้น รำตัวเองรำไม่เป็น รำไม่ได้ โทษแต่คนอื่น โทษปี่โทษกลอง โทษพ่อโทษแม่ โทษสังคม โทษเขาไปหมดเลย แต่ไม่โทษว่ามึงโง่ ไม่โทษว่ากูนี่โง่เอง

เพราะกูโง่เอง กูเลยพาลให้คนอื่นลำบากลำบนไปหมด พ่อแม่ก็คิดมาก พ่อแม่ก็ทุกข์ใจ พ่อแม่ก็มีความกังวล ไอ้ลูกที่มันมีสติปัญญามันก็ไปของมันดีแล้ว ไอ้ที่ว่าโทษปี่โทษกลองมันก็โทษเขาไปทั่ว มันไม่เคยโทษตัวมันเองเลย

ฉะนั้น เวลาคนมีสติปัญญาขึ้นมาไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการนะ สมมุติบัญญัติๆ เวลาบัญญัติขึ้นมานะ

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

แต่ตนต้องมีศรัทธา ตนต้องฉลาด ตนต้องศึกษาค้นคว้า เพราะเวลาจะผ่านพญามารนะ เพราะมารมันครอบงำหัวใจของสัตว์โลก ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงจำธรรมวินัยๆ นี้เป็นธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเราศึกษาค้นคว้ากว่ามันจะผ่านทะลุเข้ามาใจเรา มารในใจ โอ้โฮ! มหัศจรรย์ ติดนิมิตอย่างนั้น โอ้โฮ! จะบรรลุธรรมแล้ว จะเป็นยอดมนุษย์น่ะ จะครองโลกน่ะ ถ้าปฏิบัติแล้วจะยิ่งใหญ่น่ะ

มันไม่ได้อะไรเลย มันไม่ได้อะไรเลย มันต้องผ่านพญามาร

สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

ฉะนั้น หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนนะ การประพฤติปฏิบัติที่ยากอยู่ ๒ คราว คราวหนึ่งคือคราวเริ่มต้นนี่ คราวหนึ่งตอนที่เอ็งทำความสงบของใจนี่แหละ ทำสงบให้ได้ ถ้าจิตสงบแล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนาเป็น

คนที่เหลวไหลล้มเหลว ว่างๆ ว่างๆ แล้วมันไปต่อไม่ได้

ว่างๆ ว่างๆ อารมณ์มันควบคุม มาร อยู่ใต้พญามารหมด

ทั้งๆ ที่ว่าวันนี้วันปีใหม่นะ เริ่มต้นชีวิตใหม่ จะทำตัวให้เป็นมงคล ให้สิ่งการประพฤติปฏิบัติเป็นมงคลกับชีวิตของเรา แล้วปฏิบัติไปนะ มารมันพลิกกลับเลย บูชากิเลส

เวลาเราปฏิบัติบูชากิเลสนะ นู่นก็ดี นี่ก็ยอดเยี่ยม เราภาวนายอดเยี่ยมเลย ไม่มีใครภาวนาเก่งเท่าเราเลย เราเก่งที่สุดในโลกนี้เลยนะ หัวทิ่มบ่ออยู่นั่นน่ะ ไปไหนไม่รอด

สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

ถ้าเป็นสัมมาสมาธิ เป็นปัจจัตตัง เป็นสันทิฏฐิโก มันเป็นปัจจัตตังจนคนที่ฝึกหัดปฏิบัตินะ “หลวงพ่อ นี่้มันคืออะไร หลวงพ่อ นี่มันคืออะไร”

เพราะมึงไม่เคยเห็นไง แล้วมึงก็ไม่เคยรู้ด้วย แล้วมึงก็ไม่เคยมีด้วย แล้วเวลามึงมีมึงก็ไม่รู้จักอีกด้วย มึงก็ปล่อยให้มันหลุดมือไป แล้วก็ไปบ้าบอคอแตก ไปให้มารมันคุมอยู่นั่นแหละ

นี่ยากอยู่ ๒ คราวไง คราวเริ่มต้นนี่แหละ คราวเตาะแตะๆ จะหัด จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอนให้ได้นี่แหละ

มึงทำอยู่นั่นแล้วพญามารมันยิ่งใหญ่ เวลาจะผ่านมันมาได้ พ้นจากมือมันมาให้มันสงบระงับบ้าง แล้วเวลาทำไม่เป็น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่งๆ ท่านถึงวางข้อวัตรปฏิบัติไว้ไง ข้อวัตรปฏิบัติคือเครื่องอยู่ของใจ

คำว่า “เครื่องอยู่ของใจ” ใจเป็นนามธรรม แล้วมันเหลวไหล มันบ้าบอคอแตก มันจะเถลไถลไง ก็ให้อยู่กับข้อวัตรนั้น ถ้าอยู่กับข้อวัตรนั้น ทำจนมันรื่นเริง มันอาจหาญนะ นี่ไง เครื่องอยู่ของใจไง ก็ใจมัดไว้อยู่กับร่างกายนี้ไง ใจก็เอาไว้ที่กลางหัวอกนี่ไง ทำไมมึงปล่อยใจมึงไปอยู่ไหนวะ คิดไปร้อยแปดพันเก้า ส่งออกทั้งนั้น

ยากอยู่สองคราว คราวเริ่มต้นนี่

เรามีครูมีอาจารย์นะ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนานะ กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง

เจริญที่ไหน

เจริญที่สิ่งก่อสร้างใช่ไหม เจริญที่วัดหรูหราใช่ไหม เจริญที่พวกขุนนางใช่ไหม ไปเจริญที่ยศถาบรรดาศักดิ์หรือ ทำไมมันไม่เจริญที่ศีลล่ะ ทำไมไม่เจริญที่ปัญญาของคนล่ะ ทำไมมันไม่เจริญที่พระที่ดีงามล่ะ ทำไมมันไม่เจริญที่พระที่ประพฤติปฏิบัติที่มันมีคุณธรรมในหัวใจล่ะ

พระพุทธศาสนามันอยู่ที่นี่ มันอยู่ที่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัย แล้วใครทำละเอียดลึกซึ้งเข้าไปนะ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง มันจะเป็นมงคลชีวิต ชีวิตนี้จะมีคุณค่าต่อเมื่อมันตื่นตัวขึ้นมา ไม่ใช่ของใคร ของกู กูรู้เอง เมื่อก่อนนี้โคตรโง่เลย ตอนนี้ชักรู้สึกตัวแล้ว

ที่ไหนมีศรัทธา ที่นั่นมีเหยื่อ

ที่ไหนมีเหยื่อ ที่นั่นมีนักล่า

เอ็งดูนักล่าสิ ทั้งๆ ที่จะเป็นนักรบนะ รบกับกิเลส มันไม่รบกับกิเลสมัน มันจะล่าเหยื่อ ล่ายศถาบรรดาศักดิ์ ทั้งๆ ที่นั่นน่ะพญามาร มารทั้งนั้น

ถ้าเป็นนักรบมันต้องรบกับกิเลสของตน รบกับความเห็นผิด รบกับความถูกต้องชอบธรรม รบกับหัวใจของตนที่มันฟูขึ้นมา ไม่ใช่ล่าเหยื่อ นั่นศรัทธาของเขา ศรัทธาไทยในพระพุทธศาสนาไง

วันปีใหม่ๆ ทำชีวิตเราด้วยสติปัญญาให้เป็นมงคลชีวิตกับเรา เอวัง