เทศน์พระ

งูพิษ

๒ ต.ค. ๒๕๖๗

งูพิษ

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจนะ ตั้งสติ เอาหัวใจของตน

เรื่องของโลก ไม่มีใครมีอำนาจควบคุมมันได้ มันอยู่ของมันอย่างนั้นน่ะ เรากลับมาที่หัวใจของเรา

เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา สละความเป็นฆราวาส ความเป็นฆราวาสมีสิทธิเสรีภาพจะใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ตามสิทธิ์ นี่ตามทฤษฎี แต่ความเป็นจริงแล้ว ถ้าเราใช้ชีวิตแบบนั้นมันมีความทุกข์ความยากขนาดไหน

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง การครองเรือน การครองเรือนเท่ากับวิดทะเลทั้งทะเลเพื่อเอาปลาตัวเดียว

ทั้งชีวิต วิดทะเลทั้งทะเล มหาสมุทรในโลกนี้มันกว้างขวางขนาดไหน วิดทั้งหมดเลย เพื่อเอาปลาตัวหนึ่ง นี่พูดถึงว่าชีวิตของการครองเรือน

ถ้าเราอยู่ในเพศของฆราวาส เราไม่ครองเรือน เราเป็นฆราวาส เราถือพรหมจรรย์ เราอยู่คนเดียวก็ได้ อยู่คนเดียวก็ได้ เห็นไหม ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๒๒๗ มาบวชเป็นพระๆ ไง เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา มาบวชเป็นพระ เป็นนักรบๆ จะรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของตน

ทีนี้กิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตนมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน ถ้ามันไม่ยิ่งใหญ่มันจะเป็นพญามารหรือ มันจะครอบคลุมสัตว์โลกทั้งวัฏฏะตั้งแต่พรหมลงมา ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้น อยู่ในอำนาจของกิเลสทั้งนั้น แล้วกิเลสตัวไหนมันจะปล่อยให้มึงอิสระ ปล่อยให้มึงมีความสุข มันเป็นไปได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้

ถ้าเป็นไปได้ เห็นไหม เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เราบวชเป็นพระ เป็นนักรบๆ มีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน แต่เป็นคนโง่คนเขลาไง ชาวนาเลี้ยงงูเห่า ชาวนาๆ เห็นงูเห่าไหม มันหนาวมันสั่น มันขาดอาหาร เมตตามัน เอามาโอบอุ้ม เอาไออุ่นให้กับงูเห่าไง เวลามันมีความอบอุ่นขึ้นมา มันฉกมันกัดเกือบตาย

ไหนว่ามึงเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้วมึงฉลาดไง แล้วฉลาดแล้วอยากจะเป็นนักรบๆ จะรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตนไง แล้วรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน เห็นไหม

หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไง อย่าเสียดายอารมณ์

อารมณ์ความรู้สึกอย่าไปเสียดายมัน นั่นแหละงูเห่า มันกัดๆๆๆ ความคิดของมึงนั่นแหละมันฆ่ามึง ความคิดมึงนั่นแหละมันฆ่ามึง

งูเห่า ไม่รู้จักเลย นี่เพราะมันไม่รู้จักไง เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มาบวชเป็นพระ เป็นนักรบ อยากจะบรรลุธรรม จะมีคุณธรรม

โง่

ชาวนาเลี้ยงงูเห่า งูเห่ามันก็อยู่โดยธรรมชาติของมัน

ที่นา ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในนามีข้าวเพราะเราเป็นชาวนา ทำไร่ไถนาของเราขึ้นมาเพื่อให้มีข้าวไว้กรอกหม้อ มีข้าวไว้ในยุ้งในฉาง เวลาทำขึ้นมา หน้าน้ำ มันมีสัตว์น้ำ ถ้าเกษตรอินทรีย์ ในนาก็มีกุ้ง มีหอย มีปู มีปลา แล้วมันก็มีงูเห่า งูเห่ามันมากินเหยื่อของมันไง มันก็อยู่ในคันนานั่นแหละ เวลาไปเห็นมันเข้า โอ้โฮ! สงสาร สงสาร น่าสงสาร ชาวนาเลี้ยงงูเห่า

เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มีอำนาจวาสนาได้มาบวชเป็นพระ มาบวชเป็นพระแล้วเป็นนักรบๆ ถ้ามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา ศรัทธาไง ศรัทธาความเชื่อ เขาไม่ดูถูกความเชื่อของผู้ที่มีความเชื่อในความเชื่อของเขา เพราะความเชื่อของเขามันอยู่ที่วาสนาของคนไง

การเกิดเป็นมนุษย์ เกิดในประเทศอันสมควร เกิดในประเทศไหน เกิดในท้องถิ่นไหน พ่อแม่ปู่ย่าตายายก็อบรมบ่มเพาะมา เขาก็มีความเชื่ออย่างนั้น ถ้ามีความเชื่อแบบนั้น เขาเคารพบูชาตามความเชื่อของเขา เราจะไปดูถูกดูแคลนอะไรเขา มันเป็นความเชื่อของเขา

แต่ดูตอนนี้ทางตะวันตกมาบวชพระบวชเจ้า มาฝึกหัดทำสมาธิๆ เพราะอะไร เพราะเขาศึกษาของเขาแล้ว เจริญทางวัตถุทุกข์เจียนตาย ทุกข์เจียนตายแล้วไม่มีทางออก

เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาไง ประเทศไทย ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ศาสนาพุทธ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แล้วมันตื่นไหม

โง่บัดซบ

ชาวนา มันเป็นสุภาษิต สิ่งที่ว่าชาวนาเลี้ยงงูเห่าๆ เรารู้เราเห็นได้ไง นี่โง่บัดซบ โง่บัดซบมาบวชเป็นพระไง เป็นผู้ประเสริฐ เป็นศากยบุตรพุทธชิโนรสไง

อย่าเสียดายอารมณ์ของตน

อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดนั่นน่ะ นั่นน่ะงูเห่า ทุกข์เพราะมันความคิด คิดเจียนตาย คิดจนตาย แล้วตายอยู่ใต้ความคิด

งูเห่านี่ โอ้โฮ! มันดิ้นพับๆๆ เลย ได้รับความอบอุ่นไง

จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไม่มีอวิชชาจะเกิดได้อย่างไร อวิชชา อวิชชาคือพญามาร พญามารมันก็สิงสถิตอยู่ที่ฐีติจิตอยู่ในหัวใจของคนนั่นแหละ แล้วก็เกิดในวัฏฏะไง โดยความเชื่อไง

เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา มาบวชเป็นพระไง ศึกษาพระพุทธศาสนา ปริยัติๆ ไง ทรงจำธรรมวินัยๆ นี่พุทธภาษิตไง พุทธภาษิต ถ้าฝึกหัดปฏิบัติให้มันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาไง ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เห็นไหม งูเห่า ไม่เสียดายอารมณ์ของตน

ปัญญาอบรมสมาธิๆ ไง มีสติมีปัญญาขึ้นมาเท่าทันความรู้สึกนึกคิด ความรู้สึกนึกคิดของตนนี่งูเห่าๆ จับส่งเสาวภาเลย เขาจับส่งเสาวภา เขารีดพิษเลย เอาไว้ทำเซรุ่ม เอาไว้ป้องกัน ใครโดนงูกัด

ไอ้เราโดนกัดเจียนตาย แล้วอวดเป็นพระ เป็นนักปฏิบัติ โอ่อ่า พระกรรมฐาน

งูเห่าๆ กิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน มันขบมันกัด มันเจ็บมันปวด แล้วเจ็บปวดใคร อ้อยสร้อยอยู่นั่นไง เจ็บปวดน้ำตานองหน้านั่นน่ะ นั่นใครทำ นี่ไง งูเห่าๆ ชาวนาเขาเลี้ยงงูเห่า

เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง ธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ สัญชาตญาณของมนุษย์ไง มีความรู้สึกนึกคิดไง ความรู้สึกนึกคิดมันส่งออกไง เวลามันส่งออกไป มันไปกว้านเอาว่าเป็นสมบัติของมันทั้งสิ้นไง แล้วสมบัติในพระพุทธศาสนา แห้งแล้ง ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

ถ้ามันเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ได้มาบวชเป็นพระ เป็นนักรบๆ แล้วนักรบรบกับใคร ก็รบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน ถ้ารบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน เห็นไหม สัทธาจริต หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธไง

เราเป็นชาวนาๆ เราเป็นนักรบๆ นักรบเขารบกับข้าศึกที่เป็นพญามารในหัวใจของตน ชาวนาๆ เขารบกับท้องนา รบกับท้องนาต้องไถ ต้องคราด ต้องหว่าน ต้องทดน้ำเข้านา ต้องรักษานาเพื่อเขาจะเอาข้าวในนานั้น นั่นเขาก็เป็นนักรบ รบกับนาของเขา

เราเป็นนักรบ เราบวชเป็นพระไง บวชเป็นพระขึ้นมา จะรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตนไง ทำความสงบของใจเป็นไหม ถ้าทำความสงบของใจเป็นขึ้นมาบ้าง มันจะเห็นคุณค่าแล้ว งูเห่าอยู่ให้ห่างๆ งูเห่า มึงอยู่ของมึงไง มึงกินกบกินเขียดก็เรื่องของมึงไง

นี่ไง เราพยายามหายใจเข้าพุท หายใจออกโธ ทำความสงบของใจเข้ามาให้ได้ ถ้าใจสงบระงับเข้ามามันเห็นคุณค่าเลยล่ะ

ถ้าโง่บัดซบ มันก็ไปโอบอุ้ม ชาวนาเลี้ยงงูเห่า เอางูเห่ามากอดไว้ งูเห่าอยู่กับเรา งูเห่าเป็นเรา เราเป็นงูเห่าไง อยู่ด้วยกันอย่างนั้นน่ะ

แต่ถ้าเป็นปัญญาอบรมสมาธิไง ใช้ปัญญาอบรมสมาธิคัดแยกของมันไง งูเห่า ความรู้สึกนึกคิดเกิดจากมาร เกิดจากกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ถ้ารู้เท่าทันมัน ให้มันปล่อยให้มันวาง ถ้ามันปล่อยวางขึ้นมา ความรู้สึกนึกคิดเกิดดับๆ เกิดดับโดยธรรมชาติของมัน ไม่ได้เกิดดับโดยกิเลสไง ถ้าเกิดดับโดยกิเลส มันมีพิษมีภัย มันแผดมันเผาไง แต่ถ้าเป็นความคิดโดยปกติ คิดแล้วก็คือความคิดไง ความคิดก็เรื่องของความคิด ความคิดมันก็เกิดดับ มันจะมีโทษอะไรกับใคร

รูป รส กลิ่น เสียงเป็นบ่วงของมาร เป็นพวงดอกไม้แห่งมาร

งูเห่า

แต่ถ้าทำความสงบของใจเข้ามา รู้เท่าทัน รูป รส กลิ่น เสียง เก้อๆ เขินๆ เข้ามาสู่ใจของเราไม่ได้ ใจของเราก็เป็นใจของเราไง ความคิดอยู่ข้างนอกนู่น เมื่อกี้กูก็คิด ตอนนี้กูไม่คิดถึงมันแล้ว กูคิดถึงตัวกูไง คิดถึงพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่แบกหามความคิดนั้นไว้ ความคิดมันงูเห่า มันฉกมันกัด

ช้างสาร งูเห่า ช้างสารมีกำลังของมัน เวลางูเห่ามันฉกไว ช้างสาร กำลังของกิเลส งูเห่ามันฉกมันกัด ฉกกัดไง นี่ไง เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาไง นักรบมันรบกับตรงนี้ รบกับหัวใจของตนไง

จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันมีเวรมีกรรมมาทั้งสิ้น แล้วมันมีเวรมีกรรมกับใคร นี่ไง เวลาเวรกรรมมันให้ผลไง เรื่องที่ไม่ควรจะเป็นมันก็เป็น เรื่องที่ดีงามที่เราจะส่งเสริม จะทะนุถนอมให้มันดีงามขึ้นไป ทำไม่เป็น ถ้าเรื่องของกิเลส เรื่องของการเหยียบย่ำยีเขา เก่ง เรื่องที่เป็นโยชน์โพดผล แม่งทำไม่ได้ เรื่องเหี้ยอะไรที่ทำแต่ความบาดหมาง ชอบ

งูเห่า งูเห่ามันฉกมันกัด

เป็นธรรม ธรรมมันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า สัตว์มันยังรู้ เขตอภัยทาน เขตผ้ากาสาวพัสตร์ รู้กันโดยสัญชาตญาณ ผ้าเหลือง ผ้าที่ให้คุณประโยชน์ไง ผ้ากาสาวพัสตร์เป็นธงชัยพระอรหันต์ สัตว์มันยังรู้ที่ไหนที่ปลอดภัย เราเป็นมนุษย์แท้ๆ ว่าเป็นนักรบ โง่บัดซบ ไม่มีสติปัญญา

งูเห่าหรือช้างสารมันเป็นสัตว์ แต่สัตว์ที่เขาเอามาฝึกหัดเป็นประโยชน์ เห็นไหม ปางช้างๆ ไว้หลอกฝรั่งมาเที่ยว เงินเยอะแยะ แต่ช้างถ้าได้รับการดูแลที่ดี มันก็มีความสุขพอประมาณของมัน ถ้าใช้งานมันจนเกินกว่าเหตุ เห็นแต่ผลประโยชน์ไง

นี่ไง งูเห่า หมู่บ้านงูนั่นน่ะ เขาเอามาเล่นเป็นแหล่งที่ท่องเที่ยว ช้างสาร งูเห่า คนที่ฉลาดเขายังฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาจนเป็นอาชีพเขา

ธรรมาธิษฐาน จิตใจของคน จิตใจของนักรบ กิเลสตัณหาความทะยานอยากมันฉกมันกัด มันฉกมันกัด แล้วมันฉกมันกัด ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนเท่านั้น ตนมาบวชเป็นพระ ห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ห่มแต่เปลือก ห่มแต่ภายนอก จิตใจแห้งแล้ง จิตใจมันทุกข์ยาก จิตใจนี้ขาดสติขาดปัญญา

การเกิดเป็นมนุษย์ สิ่งใดที่มีค่า นี่ไง ชาวพุทธๆ ที่เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง ใครได้บวชเป็นพระไง บวชเป็นพระ เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง วิมุตติสุขๆ สุขที่แท้จริงไง สุขที่ไม่เจือด้วยอามิสไง

ทางโลกเขา ทางฆราวาสญาติโยม เวลาเขาจะสุข เขาจะรื่นเริง โอ้โฮ! เขาต้องมีวัฒนธรรม เขาต้องอวดกันนะ ต้องมีหัวโขน แล้วสุขนิดหนึ่ง สุขเวลาเข้าสังคมไง แต่เวลาเตรียมงานสองปีสามปี เพื่อวัฒนธรรมอย่างนั้นไง

มันเป็นระบบเศรษฐกิจ มันเป็นเรื่องของโลก มันเป็นเรื่องโลกามิส โลกามิสคือโลก แล้วด้วยอามิสเจือปนอยู่ ติดข้องอยู่นั่น แล้วไม่รู้จักตัวตนไง ให้มันครอบงำหัวใจไง

ถ้ามีสติปัญญา เห็นไหม เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา บวชเป็นพระ ถ้าพระวัดบ้านเขาก็ศึกษาธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี่ไง ศึกษามาไว้เป็นพ่อออกจารย์ เป็นคนที่มีสติปัญญาจะอบรมบ่มเพาะสังคม แล้วก็ติดโลกอยู่นั่นไง

วัดวาโดยทั่วไป ตลาดนัด สิ่งที่วัดมีประเพณี มีต่างๆ ร้อยแปด กรรมฐานไม่มี กรรมฐานไม่สนใจ แต่กรรมฐาน ลัทธิแก้ กำลังสนใจเขาอยู่ เพราะอะไร เพราะงูเห่ามันฉกกัด มันเป็นตัวของตัวไม่ได้ไง มันเป็นตัวของตัวไม่ได้ มันจะอาศัยเขาไง อาศัยอย่างนั้นจะมีความสุข มันคิดไม่เป็นไง

แต่ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้แล้ว ช้างสาร งูเห่า สิ่งที่มันทำลายบุคคลคนนั้น

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ท่านฝึกหัดปฏิบัติของท่าน ท่านรักษาหัวใจของท่าน จนท่านไปเผชิญกับกิเลสตัณหาความทะยานอยาก เวลาเข้าไปเผชิญกับกิเลสตัณหาความทะยานอยาก จะเอาชนะคะคานมันอย่างไร

เริ่มต้นทำสมาธิไม่ได้ก็ล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน เวลาฝึกหัดทำสมาธิของตนขึ้นมาได้ สมาธิมันเกิดขึ้นมาจากอะไร สมาธิมันเกิดขึ้นมาจากสติ เกิดขึ้นจากคำบริกรรม เกิดขึ้นมาจากปัญญาอบรมสมาธิ สมาธิไม่ลอยมาจากฟ้า

เว้นไว้แต่นะ นี่ไง บัวสี่เหล่าไง ขิปปาภิญญา ผู้ที่มีอำนาจวาสนาไง เวลาทำขึ้นมามันเป็นของมันขึ้นมาได้ เพราะอำนาจวาสนาที่ได้สร้างสมบุญญาธิการมา มันถึงจะเป็นอย่างนั้น

ขี้ทูดกุฏฐัง ไม่ทำห่าอะไรมาเลยไง จะเอาให้เหมือนเขาไง นั่งสมาธิแล้ว นั่งขัดสมาธิ สมาธิจะมาเลย โอ้โฮ! ใช้สติปัญญามาใคร่ครวญนะ โอ้โฮ! บรรลุธรรมๆ

งูเห่ามันฉกนะ ฉกแล้วมันคายพิษนะ พิษเข้าไปในร่างกาย ตายไปสองรอบมันยังไม่รู้ตัวเลย มันคิดว่าบรรลุธรรม สารพิษเข้าไปเต็มร่างกายเลย จนหัวใจมันสูบฉีดนั่นน่ะ พิษงูทั้งนั้นเลย ไปทั่วร่างกายเลย จะบรรลุธรรมอยู่แล้ว

มันอยู่ที่วาสนาไง คำว่า วาสนาที่มันทำมานะ” ถ้าทำมามันจะมีสติมีปัญญา

เรื่องขี้หมาอย่างนี้ยังไม่มีสติปัญญาเท่าทันมัน แล้วจะทำความสงบของใจ เรื่องขี้หมา

เธออย่าเสียดายอารมณ์ของเธอ ความคิดเอ็งนั่นน่ะมันฆ่าเอ็ง ความคิดมึงนั่นแหละงูเห่ามันกัดมึง แล้วมึงก็ดิ้นพราดๆ

“บวชเป็นพระไม่มีความสุขเลย”

บวชเป็นพระก็โกนผมไง โกนคิ้ว โกนหนวด ผ้ากาสาวพัสตร์ ก็ไปหาพระอุปัชฌาย์ พระอุปัชฌาย์ยกเข้าหมู่ไง มันเป็นพิธีบวช แต่ศีล สมาธิ ปัญญา สติมันอยู่ที่เอ็งฝึกหัด

บวชมาแล้วนะ พระนวกะ เขาเรียนนักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก นักธรรมตรีก็เรียนธรรมะพระพุทธเจ้านี่แหละ นวโกวาทนั่นน่ะ มิตรเทียม คนเทียมมิตร คนดิบ คนสุก ในนวโกวาทนั่นน่ะ นั่นก็ท่องจำธรรมวินัยไง

แล้วถ้าเอ็งต้องการความรู้จริง ความเป็นปกติสุขขึ้นมา เอ็งต้องเท่าทันงูเห่าในใจเอ็งน่ะ ความคิดเอ็งนั่นแหละงูเห่า ความคิดเอ็งที่เจือไปด้วยกิเลสนั่นน่ะมันเป็นงูเห่า แล้วมันก็ฉกกัดมึงนั่นแหละ แล้วมึงก็เจียนตายนี่ไง เจ็บปวด ใครเจ็บ

เพราะงูเห่าในใจเอ็งกัดเอ็ง งูเห่าในใจเอ็งไปกัดเขา เอ็งก็ต้องใช้ปาก ใช้กิริยาสื่อสารให้เขารู้ว่ากูชอบอย่างนี้

งูเห่าในใจของเรา เราจะเผยแพร่ให้คนอื่น มันก็เกิดจากอายตนะ เกิดจากรูป รส กลิ่น เสียงที่ส่งออกไป แต่งูเห่าในใจมันขบมันกัดอยู่ในใจนั่นน่ะ มันขบกัดเดี๋ยวนี้ บัดนี้ ทันที เดี๋ยวนี้ เกิดจากจิตของตน ไอ้งูเห่าตัวนี้ ไอ้พญามารนี่

เพราะเราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาไง เรามาบวชเป็นพระไง บวชเป็นพระ บวชเป็นพระปฏิบัติไง หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นได้ฆ่าไอ้งูเห่าในใจของท่านจบสิ้นแล้ว ยถาภูตัง เกิดญาณทัสสนะ ตายต่อหน้า ตายชี้ว่าตาย แล้วตายอย่างไร ตายวิธีการใด ท่านทำมาหมดแล้ว ท่านถึงวางข้อวัตรปฏิบัติไว้ให้ฝึกหัดนี่ไง แล้วมึงฝึกหัดๆ มึงฝึกหัดให้เป็นจริงขึ้นมาในใจมึงหรือไม่ล่ะ

นี่มันฉกมันกัดอยู่นั่นน่ะ ความคิดเราเพริศแพร้ว ความคิดเราถูกต้อง ความคิดคนอื่นมันไม่ใช่

จริงหรือ

มันกำลังกัดมึง มึงรู้ตัวหรือยัง ถ้ายังไม่รู้ตัว เอ็งจะมีปัญญาอบรมสมาธิได้อย่างไร เพราะถ้าสมาธิทำไม่เป็น มรรค ๗ มรรคอีก ๗ องค์จะเกิดอย่างไร สัมมาสมาธิ ความดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบ ความชอบธรรม

ไอ้นี่มันชอบโดยจงอาง มันชอบโดยงูเห่า มันชอบขบกัดใจของตน ชอบให้มันเกิดความลำเอียงอยู่ในหัวใจของตน แล้วมันจะเอาความชอบธรรมมาจากไหน ถ้ามันไม่มีความชอบธรรมไง ไม่มีความชอบธรรม มันชอบธรรมก็ชอบธรรมพิษงูนั่นไง พิษงูก็พิษพญามารไง

พญามารมันมีลูกมีหลาน นี่แค่ลูกหลานนะ แค่ลูกหลาน แค่ปลายพิษงูไง มันยังไม่รัด รัดเสร็จแล้วมันพ่นพิษเสร็จ มันกินทั้งตัวเลย กินทั้งตัว หัวใจสิ้นหมด แพ้ราบคาบ แพ้ราบคาบจากพิษงูนั่นน่ะ แพ้ราบคาบ เจ็บช้ำน้ำใจ ตรอมหัวใจ บวชแล้วมันต้องมีความสุขความสงบ บวชแล้วทำไมมันทุกข์มันยากขนาดนี้

บวชแล้วถ้ามันสุขมันสงบ เพราะบวชแล้วเป็นพุทธชิโนรสไง สิ่งที่เป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส บวชแล้วมีศีลมีธรรม บวชแล้วมีขีดจำกัด มีการควบคุมดูแล ถ้าทำให้มันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา สติก็เป็นสติ สมาธิก็เป็นสมาธิไง งูเห่ามันไม่กล้าเข้าใกล้ มันไม่กล้าเข้าใกล้สติไง มันไม่กล้าเข้าใกล้สัมมาสมาธิไง

สัมมาสมาธิเป็นสมถะ สมถกรรมฐาน ฐานที่ตั้ง ฐานที่มันสะอาด ฐานที่มันสงบ ฐานที่มีคุณธรรม ฐานนั้นไม่มีรูงูเห่าไง ฐานนั้นเขาปรับพื้นที่ให้เขาดีงามแล้ว ถ้าเขายกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ มันเกิดวิปัสสนา ปัญญาที่รู้แจ้งแทงตลอดไง

ไอ้งูเห่า ไอ้พญามาร ไอ้สิ่งที่มันซุกมันซ่อนไง นี่ไง ฐีติจิตเป็นที่อยู่ของพญามารไง พญามารมันอยู่ที่ฐีติจิต มันอยู่ที่จิตใต้สำนึกนั้นไง

จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้นี้หมองไปด้วยอุปกิเลส จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้นี้เป็นผู้ข้ามพ้นกิเลส

ถ้ามันจะข้ามพ้นกิเลสได้ มันต้องปรับพื้นที่ของมัน สมถกรรมฐาน ฐานที่ตั้งแห่งการงานไง ปรับพื้นที่จนให้งูเห่า ให้พิษร้ายทั้งหลายไม่ให้เข้ามาเจือปนในสถานที่นั้นไง แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้มันเป็นความถูกต้องชอบธรรมไง

ถ้าความถูกต้องชอบธรรม มันเป็นตรงไหนล่ะ

มันเป็นคนที่ชี้นำ หรือเป็นคนที่ครอบครอง หรือคนที่แบ่งวาระให้มันเป็นจริงเป็นจังไง มันเป็นที่การกระทำของเราต่างหากไง มันเป็นปัจจุบันธรรม มันเกิดจากศีล สมาธิ แล้วเกิดปัญญาไง ปัญญาที่มันฝึกหัดวิปัสสนาอ่อนๆ

คำว่า อ่อนๆ เห็นไหม แม้แต่งูก็ยังไม่รู้ว่าเป็นงูหรือเป็นปลาไหลไง ไม่รู้ว่าเป็นงูหรือเป็นปลา ไม่รู้ นี่วิปัสสนาอ่อนๆ ไง เวลาเข้าไปแล้วถ้ามันฉกกัด งูมันฉกกัดมันก็เจ็บ แล้วตายได้ด้วย ถ้าปลามันกัด เออ! ถ้าปลามันกัดเบาๆ เฮ้ย! ถ้ามันเป็นปลาไหล ปลาไหลมันลื่นไง เห็นไหม วิปัสสนาอ่อนๆ วิปัสสนาอ่อนๆ

ถ้าฝึกหัด ถ้าเป็นศากยบุตร ถ้าเป็นผู้มีสติมีปัญญา นี่ไง มันฝึกหัด มันปฏิบัติได้ แต่ทำไมวุฒิภาวะมันอ่อนแอเหลือเกิน คิดอะไรขึ้นมาแล้ว อู๋ย! เก่ง ยอดเยี่ยม

จริงหรือวะ ยอดเยี่ยมของใครวะ

คิดขึ้นมาแล้ว ขณะนี้คิดได้ เออ! แต่ก่อนเลวทรามมาก เดี๋ยวนี้ดีขึ้นมา เออ! คิดได้ เห็นไหม คิดได้ เริ่มต้นถากถาง เริ่มต้นมีสติมีปัญญาขึ้นมา มีปัญญาขึ้นมา

สิ่งที่เขามีศีลมีธรรม ที่ไหนมีศีลมีธรรม เห็นแล้วมันชื่นใจ เห็นแล้วมันอบอุ่นใจ ที่ไหนเป็นพาลชน ที่ไหนมีการเหยียบย่ำมีทำลาย เมื่อก่อนชอบอย่างนั้นน่ะ เดี๋ยวนี้ไม่เอาอย่างนั้นแล้ว มันพัฒนาขึ้นมา มันก็เป็นการฝึกหัด นี่ไง วัฒนธรรมไง นี่ไง วุฒิภาวะไง ถ้ามันเจริญงอกงามขึ้นมา มันก็เป็นประโยชน์กับบุคคลคนนั้นไง ถ้าบุคคลคนนั้น

ถ้าสูงสุดก็เป็นปัญญาอบรมสมาธิ ปัญญาอบรมให้เราสงบระงับ ปัญญาอบรมสมาธิคือปัญญาที่มันคายความเร่าร้อน ที่ว่าอย่าเสียดายอารมณ์ความรู้สึกของตน

อารมณ์ความรู้สึกมันกระทบใจ แล้วมันก็ขุ่นมัว แล้วมันก็พลุ่งพล่าน แล้วมันก็ทุกข์ยาก แล้วอารมณ์อย่างนี้มันก็แผดเผา จุดไฟเผาตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่รู้จักพิษงูเห่า

แล้วถ้ามีศรัทธามีความเชื่อในพระพุทธศาสนาแล้วฝึกหัดปฏิบัติ ใช้สติปัญญาขึ้นมา สิ่งที่มันเร่าร้อน พลุ่งพล่านต่างๆ มันเบาลงๆ เห็นไหม สูงสุดมันก็เป็นปัญญาอบรมสมาธิ มันไม่ใช่วิปัสสนาวิปัสสเนออะไรกันหรอก วิปัสสนายังอีกไกลนัก ครูบาอาจารย์ที่ท่านฝึกหัดมาท่านรู้ รู้เพราะการฝึกหัดปฏิบัติเริ่มต้น แม้แต่เป็นปัญญาชน เป็นพาลชนน่ะง่าย

อย่าเสียดายอารมณ์ความรู้สึกของตน

อารมณ์ความรู้สึกมันพลุ่งพล่าน มันปลุกเร้า มันกระทบหัวใจ มันทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ แล้วก็สนิทคุ้นเคยอยู่อย่างนั้นน่ะ สนิทคุ้นเคย เพราะพิษไข้เป็นเรา เราเป็นพิษไข้ งูเห่าเป็นเรา เราเป็นงูเห่า มันเป็นชนชั้นเดียวกัน มันคนเสมอภาคกัน มันก็มาทุกข์เร่าร้อนอยู่อย่างนั้นน่ะ อารมณ์ความรู้สึก

เธอจงอย่าเสียดายอารมณ์ความรู้สึก

นี่อารมณ์ความรู้สึกเป็นเรา อารมณ์ความรู้สึกมันตอกย้ำ อารมณ์ความรู้สึกมันพลุ่งพล่าน เฮ้ย! สนุกเว้ย เฮ้ย! ดีเว้ย ดีเว้ย

โง่บัดซบ

เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มีสติมีปัญญาขึ้นมา อารมณ์อย่างนี้มันก็ทำให้เราปุถุชน กัลยาณชน ปุถุชนคนหนา ปุถุชนคนหนานี่บุคคลคนหนา มนุษย์ขี้เหม็น มีอะไรเป็นของประเสริฐบ้าง วัว ควาย เนื้อมันยังชั่งกิโลขายนะ เนื้อแดดเดียวนี่ โอ้โฮ! ยอดเยี่ยม มนุษย์ตาย มีคนวิ่งหนี มนุษย์ตาย ไม่มีใครเอาเลย แล้วเหม็นคลุ้งอยู่อย่างนั้นน่ะ แล้วยังปลื้มใจอีก

อย่าเสียดายอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของตน

อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของตนมันอยู่ใต้พญามาร เห็นไหม งูเห่ามันฉกไวด้วย แล้วมันก็ฉก มันก็กัด แล้วพิษไข้ก็ฟุ้งซ่าน โอ้โฮ! มันแผ่ซ่าน โอ๋ย! ดีเว้ย

มันเป็นเรื่องโลกๆ แล้วเราก็เข้าใจกันอย่างนั้น แล้วผู้ฝึกหัดปฏิบัติเริ่มต้นมีสติมีปัญญาขึ้นมา โอ้โฮ! บรรลุธรรมๆ

บรรลุธรรมห่าอะไรกันน่ะ อารมณ์ความรู้สึกนั่นน่ะงูพิษมันฉกเอา แผ่ซ่านไปอยู่ท่ามกลางอารมณ์ความรู้สึก แล้วถ้ามีสติมีปัญญาพิจารณาไป มันปล่อยวางบ้าง มันมีอะไร โอ๋ย! บรรลุธรรม

ไร้สาระมาก ไร้สาระ สมาธิทำไม่เป็น พื้นฐานไม่มี แล้วบอกบรรลุธรรม

เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ชาวพุทธมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นรัตนตรัย เป็นแก้วสารพัดนึก คนมีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหนเขาก็นึกได้ นึกถึงเป้าหมายการกระทำสูงส่งขึ้นมา

ไอ้คนที่ไม่มีอำนาจวาสนาไง ก็คิดว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่คิดเป็นเรื่องโลก เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องให้งูพิษมันกัด งูเห่ามันฉกมันกัดเจ็บช้ำน้ำใจอยู่อย่างนั้นน่ะ แล้วบอกว่า มันไม่เห็นได้อะไรเลย ไม่เห็นมันมีอะไรเลย

วุฒิภาวะไง กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อำนาจวาสนาของเขามีแค่นั้น อำนาจวาสนาของเขามีแค่นั้นก็ทุกข์ยากแค่นั้น แล้วสิ่งนี้มันมาจากไหนล่ะ

สิ่งนี้ที่เขาสร้างเป็นเวรเป็นกรรมของเขามา จริตนิสัยไง สร้างเป็นเวรเป็นกรรมของเขามาก็ดีเอ็นเอในหัวใจนั่นน่ะ พันธุกรรมของจิตๆ จิตที่มันสร้างสมบุญญาธิการมามากน้อยขนาดไหน ถ้ามันทุกข์ยากมากน้อยขนาดไหนมันก็ทุกข์ยากของมัน

นี่ด้วยวาสนานะ ยังได้มาเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนานะ แล้วเกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้วได้มาบวชเป็นพระ เป็นนักรบอีกต่างหาก เวลารบล้มคว่ำคะมำหงายสิ้นท่า ไม่มีอะไรไปต่อกรกับมันเลยไง

เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านพูดนะ จะไปสู้กับเสือมือเปล่าๆ เสือมันตะปบตายหมดล่ะ จะไปสู้กับเสือมันก็ต้องมีอาวุธของมันบ้าง

ถ้ามีอาวุธ เห็นไหม เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้

ท่านบอกเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธะ ตีมือไว้ไง ไม่ให้จับๆ ไม่ได้คือไม่ให้ไปจับสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัย ไม่ได้ๆ ก็เพราะว่าอารมณ์ความรู้สึกของคนถ้าไปเสวยไง ความคิดเป็นเรา เราเป็นความคิดไง

นี่ไง เธอจงอย่าเสียดายอารมณ์ความรู้สึกนั้น

อารมณ์ความรู้สึกเราเวลามันคิดขึ้นมา แล้วความคิดก็ฆ่าเราไง ความคิดมันก็เจ็บช้ำน้ำใจ เจ็บปวดไง แล้วคิดซับคิดซ้อน กำลังมันเพิ่มมากขึ้นๆ ไง แล้วมันก็ท่วมท้นหัวใจไง แล้วก็ทุกข์เจียนตายอยู่นั่นไง นี่ไง ถ้ามีสติปัญญาขึ้นมา พอเท่าทันมัน วาง เราจะเท่าทันมัน

ช้างสาร งูเห่า

ช้างสารมีกำลังของมัน กำลังมันฟาดงวงฟาดงาในหัวใจของมนุษย์

งูเห่ามันฉกมันกัด มันฉกมันกัด แล้วความคิดที่มันฉกมันกัด เห็นไหม เราทุกข์เพราะความคิดของเราเอง ถ้าเราทุกข์เพราะความคิดของเราเอง เราฝึกหัดของเรา สติสัมปชัญญะมันหยุดคิด หยุดคิดๆ ถ้ามันหยุดได้ก็สัมมาสมาธิ ถ้ามันหยุดได้ ถ้ามันหยุดไม่ได้ เราพยายามทำให้มันเบาบางลง เบาบางลงด้วยสัมมาสมาธิ เบาบางด้วยสัมมาทิฏฐิ เบาบางด้วยความถูกต้องชอบธรรม มันเบาบางลง เบาบางลง

ถ้าเบาบางลง ถ้ามันเข้าสมาธิได้ มันเข้าสู่ความสงบสุขได้ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มีไง ถ้าจิตสงบสุข ชีวิตนี้มีคุณค่า ชีวิตนี้มีราคา เกิดเป็นมนุษย์เหมือนกัน คนที่ติดโลก คนที่อยู่กับโลกนั้น มันก็เป็นกรรมของสัตว์ คนที่ออกมาบวช ออกมาเป็นนักรบ ถ้ามันรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากของตนได้ นั่นน่ะเป็นนักรบ เป็นศากยบุตร เป็นพุทธชิโนรส แล้วชนะกิเลสเป็นครั้งเป็นคราวๆ เห็นไหม จากปุถุชนเป็นกัลยาณชน

คำว่า กัลยาณชน” มันจะรู้เท่าทันรูป รส กลิ่น เสียง

อย่าเสียดายความรู้สึกนึกคิด

ความรู้สึกนึกคิดมันรู้มันเห็นเลย มันเห็นว่างูเห่ามันฉกมันกัด มันเจ็บมันปวดอย่างไร แล้วเวลาธรรมชาติของคนมันมีความคิดไง ถ้าความคิดโดยดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบไง โดยสัมมาทิฏฐิ ความถูกต้องชอบธรรม ถ้ามันคิดเท่าทันกิเลส คิดขึ้นมามันก็เป็นปัญญาอบรมสมาธิ ความคิดมันก็หยุดลงๆ แล้วเราก็อยู่กับความหยุดคิดนั้น หยุดคิดนั้นมันก็เป็นประโยชน์กับเราไง ถ้าเป็นประโยชน์กับเรา เราฝึกหัดปฏิบัติจนมีความชำนาญขึ้นมา มีความชำนาญ ความหยุดนั้นจะมั่นคงขึ้น การหยุดนั้นจะมากขึ้น

แล้วพอพิจารณาไปบ่อยครั้งเข้าๆ จนจิตมันตั้งมั่น จิตมันตั้งมั่นก็รู้เท่าหมดล่ะ ไอ้งูเห่าอยู่ไกลๆ ไม่ให้เข้ามา เห็นไหม มันจะฉก ก็หลบพับๆๆ มันก็ทำให้เรามีความชำนาญ รักษาความหยุดคิดนั้น รักษาจิตนั้นให้มันมีมาตรฐานขึ้นมาไง

แล้วถ้ามันเห็นงูเห่าตามความเป็นจริง เห็นกาย เห็นเวทนา เห็นจิต เห็นธรรม ถ้ามันจับต้องของมันได้ นั่นล่ะจะยกขึ้นสู่วิปัสสนา

สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน เป็นฐานที่มั่นแห่งนักรบ ถ้าจะรบจริง

เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง ได้ห่มผ้ากาสาวพัสตร์ไง ธงชัยพระอรหันต์ไง แล้วถ้ามันมีความสุขความสงบขึ้นมา มันจะเป็นความมหัศจรรย์ในหัวใจของตน เห็นไหม

ดูฆราวาสญาติโยมเขา เขามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นแก้วสารพัดนึกไง เราก็มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรามีผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง เรามีพุทธะอยู่ท่ามกลางหัวใจของเราไง แล้วเรารู้เท่าทันไง เราเห็นงูเห่า เราเห็นช้างสาร เราเห็นงูเห่า มันมีกำลังมากน้อยขนาดไหน มันฟาดงวงฟาดงา มันฉกกัดอย่างไร เราหลบเราหลีกได้ เราทำความสงบของใจเราได้ เรายกขึ้นสู่วิปัสสนาได้

ศากยบุตรพุทธชิโนรสที่จะเกิดขึ้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนานัก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อมนุษย์ขี้เหม็น ถ้ามันละกิเลสเป็นชั้นเป็นตอน

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นเทศนาว่าการเทวดา อินทร์ พรหมนะ เทวดา อินทร์ พรหมมาฟังเทศน์หลวงปู่มั่น เทศน์เรื่องอริยสัจ เทศน์เรื่องทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับอย่างไร ด้วยมรรค ๘ ด้วยสัจจะด้วยความจริงในอริยสัจในพระพุทธศาสนา เอวัง