ค้นหา
คำค้น 
จาก 
หมวดหมู่ 


- แผนที่วัดป่ามหาบัว ญาณสัมปันโน ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ. อุทัยธานี
- แผนที่วัดป่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ต.ระบำ อ.ลานสัก จ. อุทัยธานี
- แผนที่วัดสันติธรรมาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
- แผนที่วัดป่าตะนาวศรี ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
- แผนที่วัดป่าพุทธธรรม ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี
- แผนที่วัดป่าสมสงัด บ้านเขาควง ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
- แผนที่วัดสันติธรรมาราม(ที่พักสงฆ์) ต.ไล่โว่ อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี

 
 เทศน์เช้า เทศน์เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2560  Audio  คลิกดาวน์โหลด  Video  pdf

 

เทศน์เช้า วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๐
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะเนาะ ตั้งใจฟังธรรม เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอบรมบ่มเพาะเรามาตลอดนะ ธรรมะย่อมชนะอธรรม ธรรมะย่อมชนะอธรรม แต่เวลาธรรมะกว่าจะชนะได้ เราดูหนังไทยโบราณสิ พระเอก นางเอกจะโดนรังแกทั้งเรื่องเลย แล้วไปประสบความสำเร็จตอนท้ายเรื่อง นี่ไง ธรรมะย่อมชนะอธรรม แต่ธรรมะย่อมชนะอธรรมนะ เราต้องทำคุณงามความดีของเรา ถ้าทำคุณงามความดีของเราจะสร้างคุณงามความดีของเราไง เพื่อบุญกุศลในหัวใจของเรา ถ้าเพื่อบุญกุศลในหัวใจของเรา เราทำของเราด้วยความสุจริต ด้วยความสุจริตของเรา ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไอ้ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนี่จำเป็น มันสำคัญมากเลย เห็นไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เชื่อกรรมๆ กรรมคือการกระทำไง ดูสิ ถ้าทำความชั่ว ความชั่วมันต้องให้ผลวันยังค่ำแหละ ช้าหรือเร็วเท่านั้นน่ะ ถ้าทำความดี ความดีต้องให้ผลไง เราทำก้อนหินหล่นใส่เท้าเจ็บทั้งนั้นน่ะ เราทำก้อนหินหล่นใส่เท้าแล้วทำเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส “ไม่เจ็บ ไม่เจ็บ” เจ็บทั้งนั้นน่ะ

กรรมดี กรรมชั่วไง ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว แต่ทำคุณงามความดีมันขัดแย้งกับกิเลสในหัวใจของเรา อวิชชาพาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ถ้าอวิชชาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะแล้วอวิชชามันเกลี้ยกล่อมไง แล้วมันก็เกลี้ยกล่อมแล้ว คนที่อ่อนด้อย คนที่อ่อนด้อย วุฒิภาวะที่อ่อนด้อย เจอสิ่งใดเป็นเหยื่อไปทั้งนั้นเลย คนที่มีสติมีปัญญา มีความเข้มแข็ง ถ้ามีความเข้มแข็ง เขามีสติปัญญาของเขา ถ้ามีสติปัญญาของเขา เขาเจอสิ่งใดโน้มน้าวไป เขาไม่ไปกับเขา

นี่ไง ในหัวใจของเราถ้าสติปัญญาเราอ่อนด้อย มันไม่ต้องให้ใครมาหลอกหรอก มันหลอกตัวมันเองทั้งนั้นน่ะ พอหลอกตัวมันเอง มันเห็นสิ่งใดแล้วมันก็เทียบเทียมเขา อยากให้เทียมหน้าเทียมตาเขา

จะเทียมหน้าเทียมตาใครไปทำไม เทียมหน้าเทียมตาเขา มันต้องเทียมหัวใจเราสิ ถ้าหัวใจเราเป็นธรรมๆ ขึ้นมา มันไม่มีที่ลับที่แจ้งหรอก เราทำที่ไหนเป็นความชั่ว มันก็ความชั่วทั้งนั้นน่ะ ในที่ลับที่แจ้งก็ชั่วทั้งนั้นน่ะ ทำความดีที่ลับที่แจ้งก็ดีทั้งนั้นน่ะ แล้วครูบาอาจารย์ของเรา ครูบาอาจารย์ของเราท่านทำดีเบื้องหลังทั้งนั้นน่ะ เขาไม่ไปทำดีต่อหน้าหรอก ทำดีเบื้องหลังๆ ทำดีก็ทำดีเพื่อเราไง

ถ้าทำดี ทำบุญทิ้งเหวๆ ความดีเราไม่ต้องการเรียกร้องเอาจากใครเลย คนที่มันทุกข์มันยากกันอยู่นี่เพราะมันเรียกร้องเอาความดีไง เราทำดีเพราะมันอ่อนด้อยไง แต่เวลาครูบาอาจารย์เราไม่อย่างนั้น เวลาน้ำหยดลงหินไง เราตักน้ำใส่ภาชนะ เราทำของเรา แต่เวลาเราภาวนา เราเร่งความเพียรของเรา เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาของเรา เราทำความดีของเรา ทำความดีของเรา ถ้าทำความดีของเรา ที่ครูบาอาจารย์ท่านมีสติมีปัญญานะ อำนาจเป็นของร้อน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้เองเลย อำนาจเป็นของร้อน ทุกคนก็วิ่งแสวงหาสู่อำนาจนั้นน่ะ เข้าไปกอดแท่งไฟแล้วก็บ่นว่าร้อน ร้อน แต่ก็ยังอยากได้

แต่ถ้าเป็นธรรมๆ เวลาว่าอิทธิพลๆ อิทธิพลทำคุณงามความดีไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ร่มโพธิ์ร่มไทรของเรา ท่านมีอิทธิพลไหม มีอิทธิพลชักจูงหัวใจเราทั้งนั้นน่ะ แต่อิทธิพลที่เป็นธรรม อิทธิพลที่เป็นคุณงามความดี อิทธิพลในแง่บวก คุ้มครองดูแลเรานะ ดูสิ พระโพธิสัตว์ๆ มีสิ่งใดท่านปกป้องดูแลหมดแหละ เวลามีเภทภัยมานะ ท่านรักษาดูแลพวกเราทั้งนั้นน่ะ ท่านเสียสละชีวิตเพื่อเราทั้งนั้นน่ะ นั่นน่ะอำนาจวาสนาบารมีของท่าน ท่านสร้างคุณงามความดีของท่านมา ท่านสร้างคุณงามความดีของท่านมา แต่คนเรามันมีเวรมีกรรมใช่ไหม ผลของวัฏฏะ ผลของวัฏฏะมันมีเวรมีกรรมมาทั้งนั้นน่ะ เวลามีเวรมีกรรมมา สิ่งที่มันให้ผล เรามีสติปัญญากัดฟันทนของเรา ยิ้มเลย ยิ้มสู้ทั้งนั้นน่ะ ทำคุณงามความดี ทำคุณงามความดี ถ้าทำคุณงามความดีแล้ว กลิ่นของศีลกลิ่นของธรรมมันหอมทวนลม คนเขาเห็นใจทั้งนั้นน่ะ คนเขาเห็นใจ เขาอยากจะช่วยเหลือเจือจานทั้งนั้นน่ะ

แต่คนถ้ามันเลวนะ เวลาทำอะไรผิดพลาดพลั้งไปนะ เขาสมน้ำหน้าทั้งนั้นน่ะ ไม่มีใครเขาเห็นใจหรอก เขาสมน้ำหน้า แต่ถ้ามันเป็นคนดีมีความผิดพลาดไป เขาเห็นน้ำใจกัน ถ้าเห็นน้ำใจกัน สิ่งที่เห็นน้ำใจกัน ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว เราทำคุณงามความดีของเรา ทำคุณงามความดีของเราเพื่อหัวใจของเรา ถ้าหัวใจของเรา สิ่งที่เขาแสวงหากันถ้าแสวงหาด้วยความสุจริต ความยุติธรรม ถ้าสุจริต ยุติธรรม มันเป็นปัญหาสังคม

เวลาครูบาอาจารย์ท่านสอน ภายนอก ภายใน ถ้าภายนอก เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เราเกิดเป็นมนุษย์เป็นเรื่องโลกๆ นี่เรื่องภายนอกทั้งนั้นน่ะ เวลาจะประพฤติปฏิบัติธรรมขึ้นมา เราต้องหาภายใน ภายในคือทำความสงบของใจเข้ามา ภายในคือความรู้สึกในหัวใจนี้ ถ้าความรู้สึกในหัวใจนี้ ความรู้สึกนี้มันสำคัญมาก สำคัญเพราะอะไร เพราะจิตนี้มันเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ พอเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันได้สร้างคุณงามความดีของมัน มันได้สร้างบาปอกุศลของมันมา เวลาคนเรา ชีวิตของเราถึงลุ่มๆ ดอนๆ แต่ถ้าลุ่มๆ ดอนๆ ในชาติปัจจุบันนี้ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะ เราพยายามทำความดีของเราไว้ เราใช้ทุกวัน กอดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ กอดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ พุทโธไว้ พุทโธไว้ ถ้ามันจะทนไม่ไหวให้พุทโธไว้ แล้วถ้ามีสติปัญญามันวางขึ้นมา พอมันวางขึ้นมา สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี เวลาสงบระงับขึ้นมาในหัวใจมันมีความสุขมากๆ ถ้ามันเป็นธรรมไง ถ้ามันเป็นธรรมนะ อิทธิพลทางธรรมๆ อิทธิพลทางบวก ถ้าทางบวกมันต้องมี ถ้าไม่มี มันไม่มีพระโพธิสัตว์ ถ้าไม่มีพระโพธิสัตว์ ไม่มีคุณงามความดีขึ้นมา มันจะไม่มีศาสนา

พอมีศาสนาขึ้นมา ศาสนาเกิดจากใคร เกิดจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดจากพระโพธิสัตว์ เวลาพระโพธิสัตว์เวลาเผยแผ่ธรรมมาๆ ปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ เวลาปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ ปรารถนาในหัวใจของพวกเรานี่ไง

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เวลาจะปรินิพพาน “อานนท์ เธอบอกเขาเถิด ให้ปฏิบัติบูชาเราเถิด อย่าบูชาเราด้วยอามิสเลย” ถ้าบูชาด้วยอามิส อามิสมันมีมหาศาล อิทธิพลทางบวกมีแต่คนหลั่งไหลมาเพื่อจะสร้างบุญกุศลนั้นน่ะ แต่นั่นมันเป็นอามิส เวลามันใช้สอย มันใช้สอยแค่คนเราเกิดมาก็มีปากท้องเหมือนกันทั้งหมดแหละ เราเป็นญาติกันโดยธรรม เสมอภาคกันด้วยปากด้วยท้อง ด้วยหัวใจไง แต่เวลาหัวใจ เวลาบุญกุศลมันยิ่งใหญ่ เวลาบุญกุศล เวลาหลวงตาท่านพูด เวลาท่านสิ้นกิเลสไป ครอบ ๓ โลกธาตุ กามภพ รูปภพ อรูปภพ หัวใจมันยิ่งใหญ่กว่า ๓ โลกธาตุ

ไอ้หัวใจเราเล็กนิดเดียว ในหัวใจโดนกิเลสมันบีบคั้น มันเจ็บช้ำน้ำใจ เห็นไหม ความที่ยิ่งใหญ่มันยิ่งใหญ่ที่นี่ไง ถ้ามันยิ่งใหญ่ที่นี่ ปฏิบัติบูชาเราเถิด ถ้าปฏิบัติบูชา เราก็อยากจะปฏิบัติบูชาใช่ไหม เราปฏิบัติบูชา เราทำของเราด้วยน้ำใสใจจริงไง เราไม่ต้องปรารถนาหวังสิ่งใดไง เรามีเป้าหมายแล้วอธิษฐานบารมี เรามีเป้าหมายตั้งไว้แล้ว แล้วภาวนาไป ภาวนาไป สิ่งนั้นมันสะสมขึ้นมา คุณงามความดีสะสมในหัวใจของเรา แล้วถ้าหัวใจของเรามันฉลาดขึ้นมานะ มันปล่อยวางภายนอกหมดเลย

ไอ้ตอนที่จะปฏิบัติตอนแรกทำอะไรก็ไม่ได้เลย ติดขัดไปทุกเรื่อง แล้วมันก็บีบคั้นหัวใจเราเต็มที่ แต่พอปฏิบัติไปๆ หัวใจมันแจ่มแจ้งขึ้นมา มันเห็นความยิ่งใหญ่ของมัน ข้างนอกวางหมดเลย แล้วปลอดโปร่ง โล่ง ทีนี้เวลามีแล้ว

แต่ก่อนเริ่มต้นไม่มี ทำอะไรก็ไม่ได้ เวลาก็ไม่มี ทำสิ่งใดทุกข์ยากไปทั้งนั้น เพราะอะไร เพราะกิเลสมันยิ่งใหญ่ในหัวใจ มันเหยียบย่ำไง แบนแต๊ดแต๋ แต่เวลาถ้ามันใช้สติปัญญาของเราเกาะพระพุทธเจ้าไว้ พุทโธไว้ พุทโธไว้นะ เวลาข้างในมันสงบระงับขึ้นมา หัวใจที่ยิ่งใหญ่

ทุกคนแสวงหา แสวงหาความสุข แสวงหาความมั่นคงของชีวิต แต่มันเป็นอนิจจังทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดเป็นความมั่นคงเลย ไม่มีเลย ของมีกับเรา ดูสิ ดูภัยพิบัติมา บ้านทั้งหลังมันยังพัดไปเลย สิ่งที่เวลาเป็นจริงขึ้นมา ความมั่นคง มั่นคงในหัวใจนี้ไง ถ้ามั่นคงในหัวใจ มันยิ่งใหญ่นะ มันมีความสุขของมัน มันสงบเข้ามา มันมีความผ่องใสในหัวใจ มันจะมีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นล่ะ มันพลิกแค่นี้แหละ หัวใจของเรา

แต่ถ้ามันไม่พลิกขึ้นมานะ มันไม่ยอม ทิฏฐิมานะ มานะ ๙ เสมอเขาสำคัญว่าเสมอเขา ต่ำกว่าเขาสำคัญว่าต่ำกว่าเขา สูงกว่าเขาสำคัญว่าสูงกว่าเขา ทั้งๆ ที่มันก็สูงอยู่โดยข้อเท็จจริง สูงกว่าเขา ถ้าไม่สำคัญตนมันก็ปกติ ถ้าเสมอเขาไม่สำคัญตนก็ปกติ ถ้าต่ำกว่าเขาไม่สำคัญก็ปกติ พอสำคัญ มันผิดเลย เพราะเท่ากัน มันสำคัญมันก็ย่ำเขาแล้ว

แต่ถ้ามันเท่ากัน ถ้าจิตใจที่มันยิ่งใหญ่ เวลามันยิ่งใหญ่ มันยิ่งใหญ่ขึ้นมา ปฏิบัติบูชาเราเถิด ถ้าปฏิบัติบูชาเราเถิดแล้ว สิ่งที่เป็นภายในในหัวใจของเรามันยิ่งใหญ่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อสัตว์ขนสัตว์ที่นี่ ถ้าเรารื้อสัตว์ขนสัตว์ที่นี่ ดูสิ สมัยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งนั้นเลย วัดทั้งวัดมีแต่พระอรหันต์ พระอรหันต์ทั้งนั้นเลย แล้วพระอรหันต์ไม่เห็นมีปัญหาอะไรกันเลยนะ แต่เวลามีผู้บวชเข้ามาๆ แล้ว พวกบวชเข้ามาแล้วเป็นพระ ฉัพพัคคีย์มีปัญหาไปหมด ถ้ามีปัญหาขึ้นมาแล้ว เพราะกิเลสมันยิ่งใหญ่ พอยิ่งใหญ่มันก็ได้รูปแบบ พอรูปแบบขึ้นมาแล้ว ห่มผ้าเหลืองเหมือนกัน เป็นศากยบุตรเหมือนกัน เป็นพระเหมือนกัน เป็นพระเหมือนกันก็พระแต่รูปแบบไง ปั๊มมาไง

ทางโลก วัตถุปั๊มมา ลิขสิทธิ์ๆ เหมือนกันหมดๆ เลย แต่จิตใจมันไม่เหมือน ไม่เหมือนเพราะมันไม่เป็นความจริงไง ถ้ามันไม่เป็นความจริง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่วโดยสัจจะข้อเท็จจริง จะหนีไปไหน จะลงนรกอเวจีไหน กรรมมันตามไป จะไปสวรรค์ชั้นไหน กรรมมันตามไป ไม่มีสิทธิ์ เพราะปฏิสนธิจิต จิตเป็นผู้กระทำ เกิดที่นี่ ดับที่นี่ จะอยู่ที่ไหน ไปที่ไหน มันก็อยู่ที่นี่ มันไปไม่พ้นหรอก ไปไม่พ้นเรื่องเวรเรื่องกรรม มันมีประจำหัวใจนั้นไปตลอด มันเป็นผู้กระทำ ภวาสวะ ภพเป็นผู้รับ ดูสิ เวลากิเลสตัณหาความทะยานอยากกระตุ้นเรา เราก็มีการกระทำ กระทำสมความปรารถนา กิเลสมันพอใจแล้ว มันก็พัก เดี๋ยวก็มาอีก พอมันพักไปแล้ว ผลที่มันเกิดขึ้น เกิดขึ้นกับใคร เกิดผู้ที่กระทำ ผู้ที่กระทำมันคือใคร ภวาสวะคือภพ คือหัวใจของเรา

ไอ้ที่ว่ามือทำ เท้าทำ ปัญญาทำ นั่นเกิดจากจิตทั้งนั้น จิตเป็นผู้รับเวรรับกรรมทั้งนั้น เวลาเวรกรรมมันเกิดขึ้นมา ถ้ามันกรรมเกิดมา ทีนี้เวลาเราเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส เราเป็นบริษัท ๔ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร เราไม่ไปจองเวรจองกรรมใครหรอก มันเป็นเรื่องกรรมของสัตว์โลก มันเป็นเรื่องกรรมของเขา ถ้ากรรมของเรา เราดูแล้วเป็นคติธรรม คติธรรมแล้วก็ย้อนกลับมา เราจะไม่ทำอย่างนั้น เราจะไม่ทำอย่างนั้น อะไรที่มันเป็นผลเสียหายนะ เราเห็นทุกคนแหละ เพราะวุฒิภาวะของคนมันแตกต่างกันใช่ไหม ถ้าวุฒิภาวะของคนมันแตกต่าง คนที่เขาทำมามันไม่เหมือนกันใช่ไหม ที่เราเข้ามาวัดใหม่ๆ เราก็เป็นแบบนั้นน่ะ ผู้ที่มาใหม่ ระดับของทาน ระดับของสติปัญญามันอ่อนด้อย มันก็เห็นว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ พอมันทำไปๆ ไร้สาระเลย ทำไปๆ แล้วมันวางหมดล่ะ มันจะมาเอาหัวใจนี่ แล้วพอเอาหัวใจนี่ หัวใจอยู่ไหน หัวใจยังหาไม่เจอจะเริ่มต้นอย่างไร

ถ้าหัวใจหามันเจอแล้ว แล้วฝึกหัดใช้ปัญญา ปัญญาเริ่มต้นเวลามันเข้าสู่วิปัสสนามันทำอย่างไร พอมันยกขึ้นสู่วิปัสสนา เป็นชั้นเป็นตอนเข้าไป เป็นชั้นเป็นตอนเข้าไป มันหยาบๆ ทั้งนั้นน่ะ แต่เวลาไปใหม่ๆ ก็เป็นอย่างนั้นทั้งนั้น ฉะนั้น เวลาที่ว่าระดับของทาน ระดับของคฤหัสถ์ ระดับของผู้ที่ประพฤติปฏิบัติใหม่ๆ มันก็เป็นแบบนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นขึ้นมา เวลามันพัฒนาขึ้นไปมันจะดีงามของมันขึ้นไป ฉะนั้น เราจะไปจองเวรจองกรรมใคร เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรอยู่แล้ว ไม่มีใครจองเวร

ถ้าใครจองเวร คนนั้นไม่มีปัญญา จะบอกว่าโง่ด้วย ไปจองเวรจองกรรมเขาทำไม มันเป็นสมบัติของเขา มันเป็นเวรเป็นกรรมของเขา ใครสร้างเวร คนนั้นก็ได้เวร ใครสร้างทำคุณงามความดี คนนั้นก็ได้ความดี ความดี กรรมดี กรรมชั่วมันไปกับใจดวงนั้น แล้วเราจะไปอิจฉาตาร้อนใคร ไม่มี แต่เวลามองแล้วมันสะเทือนไง เวลาใจที่เป็นธรรมๆ นะ เขาเรียกธรรมสังเวช มันสลดหดหู่ มันสังเวชในหัวใจ แต่ถ้าเป็นโรค มันเจ็บปวดแสบร้อนไปกับเขา มันรู้สึกสะเทือนหัวใจไปกับเขา แต่ถ้าเป็นธรรมนะ นี่เป็นธรรมธรรมโอสถ มันเป็นธรรม ธรรมมันสะเทือนหัวใจ ถ้ามันสะเทือนหัวใจ มันสะเทือนหัวใจ มันให้เห็นไง เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ถ้าเราทำคุณงามความดีของเรา เราทำเพื่อประโยชน์กับเรา เห็นแล้วมันเป็นคติเป็นแบบอย่าง

สิ่งที่ถ้าเรามีโอกาสแล้วเราพยายามทำคุณงามความดีของเรา พยายามทำคุณงามความดีของเรา ทำคุณงามความดีของเรา เราทำของเราไป คุณงามความดี ดูสิ หัวใจที่ยิ่งใหญ่ มันไม่มีวันจบวันสิ้นหรอก ถ้ามันจบมันสิ้น ปฏิสนธิจิตเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันไม่จบไม่สิ้น แต่ถ้าเวลาเราปฏิบัติ จิตใจที่ยิ่งใหญ่มันหดสั้นเข้ามาแล้ว หดสั้นเข้ามา เวลาผู้ที่ประพฤติปฏิบัติเวลามีดวงตาเห็นธรรม อย่างมากอีก ๗ ชาติ มันหดสั้นเข้ามาอย่างนี้

แต่ถ้ามันยังไม่เข้าสู่บุคคล ๔ คู่ มันเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไม่มีต้นไม่มีปลาย แต่ไม่มีต้นไม่มีปลายเราก็ให้บุญกุศลมันพาให้เกิดขึ้นมา ให้ไม่ทุกข์ไม่ยากจนเกินไป เวลาเรามองขึ้นมา เกิดเป็นมนุษย์เห็นด้วยกัน ทำไมคนนั้นเขาประสบความสำเร็จ คนนั้นเขาดีไปอย่างนั้น คนนี้เขาดีไปอย่างนั้น ไอ้ดีข้างนอกดีชั่วคราวเท่านั้นน่ะ เวลาจะดีจริงๆ มันต้องดีที่ปัญญา มันต้องดีในหัวใจนั้น ถ้าจิตมันมีปัญญาขึ้นมานะ จะตกน้ำลุยไฟขนาดไหน ปัญญามันพารอดหมด ปัญญานี่ จะมีวิกฤติในชีวิตอย่างไรก็แล้วแต่ ปัญญามันพารอดหมด แต่ปัญญานั้นมีสตินะ เรามีปัญญาขึ้นมา มันพาชีวิตนี้รอดไปทั้งนั้นน่ะ

แต่ถ้ามันไม่มีสติปัญญาขึ้นมา เวลาเจอสิ่งใดแล้วมันกระเทือนใจไปทั้งนั้นน่ะ แต่ถ้ามีสติปัญญามันเอาตัวรอดได้ทั้งนั้นน่ะ แล้วถ้าสติปัญญาอย่างนั้นเอาตัวรอดแล้วพยายามใช้สติปัญญารักษาตัวของตน ถ้ารักษาตัวของตนมันจะเข้ามาภายใน ถ้าเข้ามาภายในมันรักษาหัวใจของตน รักษาหัวใจของตน ถ้าหัวใจของตนมันเห็นความยิ่งใหญ่นะ มันเห็นแล้วมันขำๆ เขามาทำอะไรกันนั่นน่ะ เขามาแย่งชิงอะไรกันน่ะ เขามาแย่งชิงแต่ของไม่จริงทั้งนั้นเลย แต่เขาก็แย่งชิงกันนะ แต่เวลาคนที่มีบุญกุศล มันมาเอง ดูสิ เวลาพระเราในสมัยพุทธกาลเวลาพระที่มีลาภสักการะมากที่สุดคือพระสีวลี พระสีวลีเพราะอะไร เพราะท่านทำของท่านมา แล้วมีพระที่เป็นพระอรหันต์ทุคตะเข็ญใจไม่เคยฉันข้าวอิ่มแม้แต่มื้อเดียว นั่นมาจากไหนล่ะ

เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่ามาจากการกระทำของเขา เขาได้ทำของเขามา เวลากรรมให้ผลมันเป็นอย่างนั้นน่ะ เวลากรรมมันให้ผลนะ มันจะช่วยเหลือเจือจานอย่างไร กรรมมันก็ให้ผลอย่างนั้นน่ะ แต่เวลาเขาหมดเวรหมดกรรมนะ จบเลย มันจะต้องหมดเวรหมดกรรม เพราะกรรมเขาทำ ดูสิ จิตนี้ไม่เคยตาย เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ลงนรกอเวจีไป ดูเทวทัต องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์เลย เขาตกมหานรกเลย แต่สุดท้ายแล้วเวลาหมดเวรหมดกรรมเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นมานะ ต่อไปเทวทัตจะได้ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้านู่นน่ะ เพราะเวลาเขาประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เขาได้ฌานโลกีย์ของเขา เขาได้ฌานโลกีย์ของเขา แต่เพราะเขาเอาฌานโลกีย์ของเขา เอาสติปัญญาของเขามาแสวงหาลาภ มาแย่งชิง ชิงการนำกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งๆ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็สร้างของท่านมา สร้างมาเป็นพระโพธิสัตว์ สร้างมาเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันเป็นสมบัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เทวทัตก็ได้สร้างเวรสร้างกรรมมา เวลามาเกิดร่วมกับองค์มเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะมาแย่งชิงการนำ แย่งชิงการนำเพราะเขาไม่มีอำนาจ เขาไม่ได้สร้างของเขามา แต่เขาจะแย่งชิงๆ แต่เพราะเวลาจะแย่งชิง เขาก็ต้องสร้างฌานโลกีย์มา เวลาเพราะความคิด ความปรารถนาอย่างนั้นถึงได้เพ่งโทษ ถึงทำสังฆเภท ถึงได้ทำให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าห้อพระโลหิต เพราะการกระทำอย่างนั้นน่ะ กรรมมันเกิดการกระทำ กรรมนั้นต้องให้ผลก่อน ถึงได้ตกนรกอเวจีเพราะความอยากได้ เพราะความอยากได้ มีปัญญาในการแย่งชิง การทำลาย ตกนรกอเวจีไปก่อนไง

แต่สิ่งที่เขาทำ เขาทำของเขา ใครทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว การกระทำมันมีให้ผลทั้งนั้นน่ะ สิ่งที่เขาใช้ผลกรรมของเขาอันนั้นหมดแล้ว แล้วเขาก็จะเลื่อนชั้นขึ้นมา เลื่อนชั้นขึ้นมาจนมาเกิดเป็นมนุษย์ แล้วก็จะมาตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าข้างหน้านู่น

ถ้าเวลาใครทำสิ่งใดมันได้อย่างนั้นใช่ไหม แล้วเราจะไปแย่งชิงอะไรกับใคร แต่มันเป็นคติธรรมไง คติธรรมเตือนหัวใจของเราไง เห็นไหม เห็นเป็นคติ เห็นเป็นแบบอย่าง เวลามีอำนาจ เราต้องทำคุณงามความดีของเราด้วยความสุจริต ถ้าเวลามีอำนาจขึ้นมามันทำได้ทั้งนั้นน่ะ คนมีอำนาจทำได้ทั้งสิ้น

เวลาสังคมบอกไง เวลาเจอคนรวยไม่ต้องยกมือไหว้ ยกมือไหว้คนดี แต่มันก็เจอคนยกมือแป๊บเลย ยกทันทีโดยอัตโนมัติเลย แต่เวลาสอนก็สอนกันอย่างนั้นน่ะ เพราะมันเป็นปัญหาสังคม กระแสสังคมบีบคั้นอย่างนั้น เราอยู่ในสังคมอย่างนั้น เราก็ต้องเอาตัวรอดอย่างนั้น แต่ในใจของเราเห็นไหม

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาลงอุโบสถ ถ้าอุโบสถนั้นเขาทำแล้วมันเป็นอกุศล มันจะมีบาปร่วมกัน ให้ค้านไว้ในใจ ให้ค้านไว้ในใจ เราธุดงค์มาเราเจอสภาพนี้มาก พระที่ไหนที่หยำเปแล้วเราบังเอิญต้องไปอยู่ที่นั่น เราค้านไว้ในหัวใจ คือในหัวใจไม่เห็นด้วย ไม่ยอมรับ แต่ภายนอกต้องลงอุโบสถ

เพราะคำว่าไม่ลงอุโบสถนะ เราหลีกเร้นไปโดยไม่มอบฉันทะมา เป็นอาบัติหมดเลย เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้สามัคคี สามัคคีจากภายนอก คือลงอุโบสถสังฆกรรมพร้อมกัน แต่การลงอุโบสถสังฆกรรมนั้นมันยังมีถูกมีผิดอีก ถ้าเขาทำผิด เขาทำไม่ถูกต้อง มันเป็นโมฆียะ มันเป็นโมฆะ แล้วพระที่ทำนั้นเป็นอาบัติทั้งหมด ถ้าเราเห็นดีเห็นชอบ เราก็ต้องรับเวรรับกรรมอันนั้นไป แต่ถ้าเราเห็นว่ามันผิดพลาด มันไม่ถูกต้อง แล้วเราพยายามเจรจากับเขาแล้ว แต่เสียงส่วนใหญ่เขาว่าเขาถูก เราก็เลยค้านเอาไว้ในใจว่าการกระทำสิ่งนี้เราไม่เห็นด้วย แต่เราก็ลงอุโบสถสังฆกรรมไปกับเขา แต่ในใจเราค้านไว้ว่า การกระทำนี้ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย ข้าพเจ้าไม่รับรู้

นี่ก็เหมือนกัน เห็นคนรวยๆ เขายกมือไหว้กันก็ไหว้ประเพณี แต่ในใจเราก็คัดค้าน ในใจเราก็รู้ไง ในใจเราคัดค้านไว้ ค้านไว้ในใจ ไม่มีสร้างเวรสร้างกรรม คือเอ็งกับข้าไม่มีเวรมีกรรมต่อกัน เออ! กรรมของเอ็งก็เอ็งรับไป แต่ของฉัน ฉันค้านไว้ ฉันไม่รับรู้ นี่ไง ค้านไว้ในใจๆ ค้านเอาไว้ นี่อยู่ในพระไตรปิฎก

ก่อนที่เราออกธุดงค์ เราก็ศึกษาของเรามา ศึกษามาเพื่อเวลาเข้าไปในยุทธจักรแล้ว สิ่งใดที่ถูกต้องดีงาม เราก็จะเห็นดีเห็นงามไปกับเขา สิ่งใดที่มันไม่ถูกต้องดีงามนะ ค้านเอาไว้ในใจ เพราะมันเป็นปัญหาสังคม

กฎหมาย นิติศาสตร์กับรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์คือกฎหมาย ต้องแม่นยำ รัฐศาสตร์การปกครอง ความสมานฉันท์ เราก็ต้องยอม ยอมความสมานฉันท์ไป ยอมลงอุโบสถไปกับเขา แต่ค้านไว้ในใจ แต่เวลาเราทำของเรา เราก็ถามหมู่พระเหมือนกัน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เห็นด้วยก็ต้องพูดด้วยเหตุด้วยผลทั้งนั้นน่ะ ถ้าด้วยเหตุด้วยผลขึ้นมาเพี่อความดีงาม เพื่อความเจริญงอกงามในพระพุทธศาสนา แล้วเวลาถ้ามันเป็นจริงนะ เวลาเราประพฤติปฏิบัติขึ้นมามันจะให้ผลแล้ว เพราะอะไร เพราะถ้าไม่ทุศีล การประพฤติปฏิบัติก็เป็นศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ามันทุศีลมันเป็นมิจฉาสมาธิ ถ้ามิจฉาสมาธิมันเป็นมิจฉาปัญญา ทิฏฐิมานะมันจะออกนอกลู่นอกทาง มันจะไปโลกเลย

แต่ถ้าเป็นสัมมาสมาธิ มันสัมมาทิฏฐิ ถ้าศีลมันเป็นสัมมาถูกต้องดีงาม เวลาทำเข้าไปแล้วมันจะเกิดสัมมาสมาธิ เวลาเกิดสัมมาสมาธิ เวลามันพัฒนาขึ้นไปแล้วมันจะเป็นภาวนามยปัญญา มันจะเป็นชั้นเป็นตอนของมัน คนปฏิบัติเขาย้อนกลับหมดแหละ เวลาดูพฤติกรรมของพระ ดูพฤติกรรมของคน จะย้อนกลับเลยว่ามันมาอย่างไร ถ้ามันมาเริ่มต้นจากผิดมันก็ผิดมาตลอด แต่มันสำคัญตนว่าถูก แต่ถ้าคนถูกมาตลอด มันก็ถูกมาตลอดเลย ถ้ามันทำมันเป็นอย่างนั้น นี่พูดถึงว่าเวลาเกิดกรณีอย่างนี้ขึ้น แล้วเราก็พิจารณาโลก แล้วเราก็พิจารณาในหัวใจของเรา เห็นแล้วเป็นคติธรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วเป็นสัจธรรม เอวัง

ติดต่อสอบถาม 032-240-666 , 0830382477 Copyright © 2009-2018, สงวนลิขสิทธิ์โดย www.sa-ngob.com